เสียความรู้สึกกับการบริการของกรุงเทพประกันภัย

กระทู้สนทนา
เรื่องราวนี้อาจจะไม่เกิดหรือโดนร้องเรียน หากว่าเจ้าหน้าที่บริษัทกรุงเทพเร่งดำเนินการไม่ใช่เพิกเฉย และการโกหกเพื่อปกปิดความผิดของตัวเองเรื่องมีอยู่ว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พี่สาวจอดติดไฟแดงอยู่ที่แยกสนามบินจังหวัดกระบี่มุ่งหน้าเข้าอำเภอเหนือคลองโดนรถบรรทุกหกล้อพุ่งชน จนรถไถลไปหยุดที่กลางสามแยก ท้ายรถบุบมาก โทรเรียกประกันมาดำเนินการเสร็จเรียบร้อย รถยกก็ยกรถขึ้นแล้วขับไปส่งอู่ซึ่งอยู่ห่างออกไป ประมาณ 30 กิโลเมตร ทางพี่สาวเรียกร้องค่าชดเชยกับคู่กรณี(คนขับกับเจ้าของรถ)เป็นเงินสามหมื่น แต่ทางคู่กรณีไม่ยอมจ่าย แถมบอกว่าถ้าอยากได้ไปเรียกร้องกับประกันเอง พี่สาวจึงไปลงบันทึกที่ สภ.เหนือคลอง เพื่อจะดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าชดเชย ทางพี่สาวได้ติดต่อกับเจ้าหน้าประกันเป็นระยะ เพื่อขอทราบระยะเวลาการซ่อมกับราคาประเมินการซ่อม วันที่ 2และ 3 ธันวาคมได้ติดต่อทางประกัน เจ้าหน้าที่บอกจะเร่งทางอู่ให้ แต่ก็ไม่มีการติดต่อกลับของประกัน จนวันที่ 4 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการเกิดอุบัติเหตุ ทางอู่บอกรอทางประกันติดต่อมา ทางประกันบอกรอทางอู่ พี่สาวเลยโทรมาบอกว่ายังไม่ทราบราคาประเมินการซ่อมรวมทั้งระยะเวลาที่ซ่อม เราเลยโทรไปทางบริษัทที่กระบี่ เจ้าหน้าที่เคลมประกันบอกก็ติดต่อให้อยู่จะรีบไปไหน  เราโมโหต่อว่าไปหลายคำ มันบอกด่าแม่มันทำไม บอกไม่ได้ด่าแม่ แถมท้าทายให้ร้องเรียนพร้อมบอกชื่อนามสกุล รหัสประจำตัว จำได้ชื่อภาณุมาศ เราเลยโทรเข้าศูนย์ร้องเรียนที่กรุงเทพ ได้พูดคุยกับนายเสรี เจ้าหน้าที่ประเมินราคา วันนั้น เราเกิดข้อสงสัยแและรับรู้การบริการของกรุงเทพประกันภัยรถยนต์คือ
1. โกหกเพื่อลดความผิดของตัวเอง เนื่องจากนายเสรีบอกว่านายภาณุมาศบอกว่า รถเพิ่งเข้าอู่วันที่  29 พฤศจิกายน ตอนเย็น แต่ในความเป็นจริงรถเข้าอู่วันที่  28 แล้ว นายเสรียังบอกว่า รถไปอยู่ที่สถานีตำรวจ เราเลยบอกว่า จะไปได้ยังไง เมื่ออู่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 30 กิโลเมตร แถมอยู่คนละท้องที่อีกต่างหาก นายเสรียังทำมึน บอกงั้นก็ไปอยู่ที่อื่น เวรมั้ยล่ะคำพูด อุบัติเหตุที่เกิดก็ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บทางกายจะไปสถานีตำรวจทำไม อีกอย่างหลักฐานจากสถานีตำรวจ พยานบุคคลก็สามารถยืนยันได้ว่ารถไปอู่วันที่เท่าไหร
2. การติดต่อกับอู่อย่างที่ทางเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดกระบี่บอกว่ามีการติดต่อนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้น หากมีการติดต่อจริงใบประเมินราคาน่าจะสรุปเสร็จภายใน 3-5 วัน แต่ท้ายที่สุด เมื่อวันที่  6  ธันวาคม บริษัทยังไม่สามารถบอกราคาประเมินคร่าวๆได้ บอกเพียงแต่ว่าอยู่ในการตกลงราคา
3. การเอาเปรียบลูกค้า ทั้งๆที่ลูกค้าฝ่ายตนเป็นฝ่ายถูก เนื่องจากกรณีนี้นายเสรีบอกว่า สินค้าบางอย่างใช้ของมือสองและโดยรวมต้องอยู่ในวงเงินประกันสองแสน ถ้าเกินกว่านั้น ก็ไม่อาจจะซ่อมให้ได้(รถที่ใช้อายุ 1ฺ1 ปี ไม่มีชนท้าย ไฟท้ายไม่เคยเปลี่ยน รถเข้าศูนย์นิสสันหรือบีควิกตลอด) เลยรู้สึกว่า เราเป็นฝ่ายถูกแล้วเราจะต้องเป็นคนที่ต้องโดนจำกัด ลดเกรดการใช้ของของเราเหรอ ยอมรับได้ถ้ามันไม่มีผลิตหรือไม่มีของในศูนย์นิสสันแล้ว อีกอย่างมันเป็นหน้าที่ของกรุงเทพประกันภัยไม่ใช่เหรอค่ะ ที่จะต้องไปเรียนร้องส่วนเกินจากบริษัทประกันของคู่กรณี คือ วิริยะประกันภัย
4. การฮั้วกันของบริษัทประกัน ความจริงก็พอจะรับได้ค่ะว่าคุณช่วยๆกันไป แต่ในกรณีนี้จากคำพูดของคุณเสรี เจ้าหน้าที่ประเมินราคาเลยรู้ว่า กรุงเทพประกันภัยไม่ได้แคร์ความรู้สึกลูกค้าของคุณเลย
5. บริษัทไม่สามารถระบุชื่อพนักงานที่ดูแลลูกค้า นับแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ จนกระทั่งถึงวันที่ 4 ธันวาคม พี่สาวและฉันก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องติดต่อประสานงานกับใครเพื่อสอบถามความคืบหน้าในการขอเอกสารเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าชดเชย
6. การปกปิดความผิดของตนเอง ลูกน้อง พร้อมกับห้ามส่งเรื่องร้องเรียนผ่านเวปไซด์ เป็นการเสียความรู้สึกอย่างมาก อย่าคิดว่าการร้องเป็นเรื่องเสียหาย แต่จริงๆเป็นการชี้ให้เห็นข้อบกพร่อง จุดอ่อนในบริษัท ทำให้เกิดการพํฒนา แต่ในกรณีนี้มีการห้ามเนื่องจากกลัวว่าเรื่องต้องตกมาที่ตนเอง เป็นที่เพ่งเล็งของนาย ถ้าหากคุณไม่ผิดหรือทำเต็มที่แล้วคุณก็สามารถอธิบาย ชี้แจงได้น่ะ คุณเสรี
7. บริษัทไปเร่งอู่ให้ซ่อมเสร็จทันตามที่บริษัทแจ้งกับลูกค้า ทั้งๆที่บริษัทไม่ดำเนินการติดต่อกับอู่เพื่อประสานงาน ก่อนหน้านี้ทางพี่สาวและสามีเราได้ติดต่อกับอู่ และทางอู่แจ้งแล้วว่าใช้เวลาประมาณสองเดือนในการซ่อม ซึ่งจากสภาพรถเราและสามียอมรับได้ จากข้อมูลวันที่ 6 ธันวาคม อู่โทรแจ้งว่า บริษัทให้ซ่อมให้เสร็จภายใน  45 วัน เราและสามี รวมทั้งพี่สาวเลยรู้สึกแย่ และหวาดกลัวว่า แล้วรถที่ซ่อมมาจะดีเหรอ ในเมื่อทางบริษัทกรุงเทพไปกดดันทั้งๆที่ตนเองผิด

จากประสบการณ์ที่เจอมาครั้งนี้ ลบความรู้สึกที่ดีๆที่ผ่านมาทั้งหมด และไม่คาดฝันว่าจะเจอประสบการณ์แบบนี้
หากบริษัทยังมีพนักงานที่ให้บริการแบบนี้หรือมีนโยบายแบบนี้ ต่อให้คุณมีสโลแกนที่ดี โฆษณาในช่วงเวลา  prime time ก็ไม่สามารถที่จะดึงดูดลูกค้า อีกอย่าง คุณอย่าลืมว่าความคิดเห็น คำบอกเล่า จากผู้ที่เคยใช้ จะเป็นยืนยันว่าคุณจะได้หรือไม่ได้ลูกค้า

สุดท้าย ในกรณีของเรา คุณเสียโอกาสในการขายประกันรถยนต์ไปแล้ว  2 คัน แล้วตัวเรามีเครือข่ายความสัมพันธ์กับคนอีกกี่คน และแต่ละคนนนั้นมีรถอีกกี่คัน นั่นคือโอกาสทางธุรกิจที่หายไป
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่