มีกลุ่มคนเสื้อแดงเสียชีวิต 3 ราย
มีผู้ก่อเหตุวุ่นวาย เสียชีวิต 2 ราย
และที่เกิดเหตุ
ไม่มี "สไนเปอร์ชุ่มยิง" ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
โดยศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยลงมติ
ใช้หลักเกณฑ์ปี 2548-2553 เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
จากการชุมนุมทางการเมืองตามหลักสิทธิมนุษยธรรม
1.ผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยา จำนวน 7,950,000 บาท
2.ทุพพลภาพ 7,900,000 บาท
3.สูญเสียอวัยวะสำคัญ 4,000,000 บาท
4.สูญเสียอวัยวะไม่สำคัญ 1,950,000 บาท
5.บาดเจ็บสาหัส 1,175,000 บาท
6.บาดเจ็บไม่สาหัส 695,000 บาท
7.บาดเจ็บเล็กน้อย 235,000 บาท
http://hilight.kapook.com/view/94465
อับเดตข้อมูลผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ
ในช่วงเหตุการณ์วุ่นวายอีกครั้งนะครับ
ขอเน้น"
ข้อมูลที่ยังถูกบิดเบือน"กันมากในตอนนี้
1.ทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว
ไม่ใช่นักศึกษาม.รามคำแหง
(เดิมข่าวแจ้งว่าเรียน 2 แห่ง และเรียนที่ม.รามคำแหงด้วย
แต่ทางทีมงานตรวจสอบแล้ว ไม่พบหลักฐานว่า
ได้เรียนที่ม.รามแต่อย่างใด)
แต่ศึกษาที่ SBACสาขาคอมพิวเตอร์
ระดับ ปวช. หมายเลขประจำตัวนักศึกษา 521127538
โดยฝ่ายกองพิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่ (2 ธ.ค.)
พบที่เกิดเหตุมีปอกกระสุนทั้งสองฝั่ง
กองพิสูจน์หลักฐานคาดว่าเป็นการยิงปะทะกัน
ไม่ใช่การลอบยิง
2.ศพไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบเพศนั้นคือ
นายนายสุรเดช คำเเปงใจ อายุ17 ปี
เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของเทคโนโลยีบางกะปิ
นางนฤมล คำพยัคฆ์ ยืนยันว่ากุญเเจบ้าน แหวน
หัวเข็มขัด ชากโทรศัพท์มือถือไอโฟน
และผลการตรวจ DNA
จากการสืบสวนสอบสวน
เป็นของลูกชายจริง นายสุทธิ เฟ็นดี้(เบนซ์)
เพื่อนที่มาด้วยกับผู้ตายเล่าว่า
ขี่รถจักรยานยนต์มาจากซอย 30 จะมาซื้อยาแก้ไอ
และไปดูเหตุการณ์ปะทะกัน
ถูกชักชวนให้ร่วมก่อเหตุความวุ่นวาย
โดยพยานให้การว่าผู้ตายขึ้นไปบนรถบัส
เพื่อกรีดเบาะและทุบกระจกจนไฟเกิดลุกไหม้
จากหน้ารถลามรวดเร็วจนผู้ตายลงมาไม่ทัน
เนื่องจากประตูด้านล่างล็อกทำให้ผู้ตายถูกไฟคลอกเสียชีวิต
และไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดงหรือนักศึกษารามคำแหง
http://www.mcot.net/site/content?id=52a1b890150ba0504f0000ea#.UqKBuict1v7
3.นายธนสิทธิ์ เวียงคำ ผู้ชุมนุมที่ถูกยิงที่ศีรษะ
จนสมองบางส่วนทะลักเข้ามาในหมวกกันน็อก
ที่รักษาตัวอยู่ที่รพ.พระมงกุฏ เสียชีวิตในคืนวันที่ 1 ธ.ค.
มีเพื่อนมาชิกหลายท่านเข้ามาด่าทางทีมงาน
ว่าเป็นบิดเบือนข่าว ยังไม่เสียชีวิตนั้น
ทางทีมงานจึงขอยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว
---------------------
นอกจากนี้ ผลการตรวจพิสูจน์หัวกระสุนปืนผู้เสียชีวิตรายอื่น
ก็ไม่พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากกระสุนปืน
ที่มาจาก"สไนเปอร์"ตามที่มีกระแสข่าว
ซึ่งผู้เสียชีวิตมีบาดแผลถูกยิงระดับอก
อีกทั้งปลอกกระสุน 34 ปลอก หัวกระสุน 12 หัว กระสุน 2 นัด
มาจากปืน 7 ชนิด ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานเก็บได้จากที่เกิดเหตุ
ไม่พบปลอกกระสุนที่มาจากปืนสไนเปอร์
อีกทั้งคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุก็สอดคล้อง
กับผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน.
http://www.mcot.net/site/content?id=52a1b890150ba0504f0000ea#.UqKBuict1v7
สรุปเหตุการณ์วุ่นวาย
มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 288 ราย
ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 27 ราย
ส่วนใหญ่บาดเจ็บจากการระคายเคือง และมีแผลบวมช้ำเล็กน้อย
และส่วนใหญ่กลับบ้านได้หมดแล้ว
ผู้บาดเจ็บ
1.เหตุการณ์ที่ ม.รามคำแหง จำนวน 64 ราย
ยังรักษาอยู่โรงพยาบาล 15 ราย
2.เหตุการณ์ที่ จากแก๊สน้ำตาในวันที่ 1-3 ธ.ค. จำนวน 221 ราย
ยังรักษาอยู่โรงพยาบาล 9 ราย
3.เหตุการณ์ที่ กระทรวงการคลัง 5 ธ.ค. 56 จำนวน 1 ราย
ยังรักษาอยู่โรงพยาบาล 1 ราย
4.เหตุการณ์ที่ แยกคอกวัว 6 ธ.ค. 56 จำนวน 2 ราย
ยังรักษาอยู่โรงพยาบาล 2 ราย
http://www.ems.bangkok.go.th/
โดย ทีมงานขุนพิเรน
โอละพ่อง สื่อไทย
ไม่มีนักศึกษารามคำแหงเสียชีวิต แม้แต่คนเดียว"
มีกลุ่มคนเสื้อแดงเสียชีวิต 3 ราย
มีผู้ก่อเหตุวุ่นวาย เสียชีวิต 2 ราย
และที่เกิดเหตุไม่มี "สไนเปอร์ชุ่มยิง" ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
โดยศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยลงมติ
ใช้หลักเกณฑ์ปี 2548-2553 เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
จากการชุมนุมทางการเมืองตามหลักสิทธิมนุษยธรรม
1.ผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยา จำนวน 7,950,000 บาท
2.ทุพพลภาพ 7,900,000 บาท
3.สูญเสียอวัยวะสำคัญ 4,000,000 บาท
4.สูญเสียอวัยวะไม่สำคัญ 1,950,000 บาท
5.บาดเจ็บสาหัส 1,175,000 บาท
6.บาดเจ็บไม่สาหัส 695,000 บาท
7.บาดเจ็บเล็กน้อย 235,000 บาท
http://hilight.kapook.com/view/94465
อับเดตข้อมูลผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ
ในช่วงเหตุการณ์วุ่นวายอีกครั้งนะครับ
ขอเน้น"ข้อมูลที่ยังถูกบิดเบือน"กันมากในตอนนี้
1.ทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว
ไม่ใช่นักศึกษาม.รามคำแหง
(เดิมข่าวแจ้งว่าเรียน 2 แห่ง และเรียนที่ม.รามคำแหงด้วย
แต่ทางทีมงานตรวจสอบแล้ว ไม่พบหลักฐานว่า
ได้เรียนที่ม.รามแต่อย่างใด)
แต่ศึกษาที่ SBACสาขาคอมพิวเตอร์
ระดับ ปวช. หมายเลขประจำตัวนักศึกษา 521127538
โดยฝ่ายกองพิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่ (2 ธ.ค.)
พบที่เกิดเหตุมีปอกกระสุนทั้งสองฝั่ง
กองพิสูจน์หลักฐานคาดว่าเป็นการยิงปะทะกัน
ไม่ใช่การลอบยิง
2.ศพไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบเพศนั้นคือ
นายนายสุรเดช คำเเปงใจ อายุ17 ปี
เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของเทคโนโลยีบางกะปิ
นางนฤมล คำพยัคฆ์ ยืนยันว่ากุญเเจบ้าน แหวน
หัวเข็มขัด ชากโทรศัพท์มือถือไอโฟน
และผลการตรวจ DNA
จากการสืบสวนสอบสวน
เป็นของลูกชายจริง นายสุทธิ เฟ็นดี้(เบนซ์)
เพื่อนที่มาด้วยกับผู้ตายเล่าว่า
ขี่รถจักรยานยนต์มาจากซอย 30 จะมาซื้อยาแก้ไอ
และไปดูเหตุการณ์ปะทะกัน
ถูกชักชวนให้ร่วมก่อเหตุความวุ่นวาย
โดยพยานให้การว่าผู้ตายขึ้นไปบนรถบัส
เพื่อกรีดเบาะและทุบกระจกจนไฟเกิดลุกไหม้
จากหน้ารถลามรวดเร็วจนผู้ตายลงมาไม่ทัน
เนื่องจากประตูด้านล่างล็อกทำให้ผู้ตายถูกไฟคลอกเสียชีวิต
และไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดงหรือนักศึกษารามคำแหง
http://www.mcot.net/site/content?id=52a1b890150ba0504f0000ea#.UqKBuict1v7
3.นายธนสิทธิ์ เวียงคำ ผู้ชุมนุมที่ถูกยิงที่ศีรษะ
จนสมองบางส่วนทะลักเข้ามาในหมวกกันน็อก
ที่รักษาตัวอยู่ที่รพ.พระมงกุฏ เสียชีวิตในคืนวันที่ 1 ธ.ค.
มีเพื่อนมาชิกหลายท่านเข้ามาด่าทางทีมงาน
ว่าเป็นบิดเบือนข่าว ยังไม่เสียชีวิตนั้น
ทางทีมงานจึงขอยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว
---------------------
นอกจากนี้ ผลการตรวจพิสูจน์หัวกระสุนปืนผู้เสียชีวิตรายอื่น
ก็ไม่พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากกระสุนปืน
ที่มาจาก"สไนเปอร์"ตามที่มีกระแสข่าว
ซึ่งผู้เสียชีวิตมีบาดแผลถูกยิงระดับอก
อีกทั้งปลอกกระสุน 34 ปลอก หัวกระสุน 12 หัว กระสุน 2 นัด
มาจากปืน 7 ชนิด ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานเก็บได้จากที่เกิดเหตุ
ไม่พบปลอกกระสุนที่มาจากปืนสไนเปอร์
อีกทั้งคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุก็สอดคล้อง
กับผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน.
http://www.mcot.net/site/content?id=52a1b890150ba0504f0000ea#.UqKBuict1v7
สรุปเหตุการณ์วุ่นวาย
มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 288 ราย
ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 27 ราย
ส่วนใหญ่บาดเจ็บจากการระคายเคือง และมีแผลบวมช้ำเล็กน้อย
และส่วนใหญ่กลับบ้านได้หมดแล้ว
ผู้บาดเจ็บ
1.เหตุการณ์ที่ ม.รามคำแหง จำนวน 64 ราย
ยังรักษาอยู่โรงพยาบาล 15 ราย
2.เหตุการณ์ที่ จากแก๊สน้ำตาในวันที่ 1-3 ธ.ค. จำนวน 221 ราย
ยังรักษาอยู่โรงพยาบาล 9 ราย
3.เหตุการณ์ที่ กระทรวงการคลัง 5 ธ.ค. 56 จำนวน 1 ราย
ยังรักษาอยู่โรงพยาบาล 1 ราย
4.เหตุการณ์ที่ แยกคอกวัว 6 ธ.ค. 56 จำนวน 2 ราย
ยังรักษาอยู่โรงพยาบาล 2 ราย
http://www.ems.bangkok.go.th/
โดย ทีมงานขุนพิเรน
โอละพ่อง สื่อไทย