ดาริกากลางใจ

กระทู้สนทนา
ดาริกากลางใจ เป็นหนึ่งในซีรี่ย์นิยายจีนย้อนยุค

"สิ้นแสงรังสิมา ดาริกากลางใจ หากฟ้าไร้เมฆินทร์ ฤาศศินอำพราง"

เรื่องราวความรักของ เชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ ชาวยุทธ ข้าในเรือน นักรบ

เนื้อหาเน้นอ่านง่าย เบาสบาย ไม่เน้นหนักเรื่องดราม่า แนวนิยายคล้ายมากกว่ารักของทางสนพ.แจ่มใส

กะรัตจะลงเนื้อหาไว้ที่กระทู้นี้รวดเดียวจนจบเรื่องนะคะ

ขณะนี้ที่เด็กดี ห้องสมุด ธัญวลัย ลงให้อ่านไปถึงบทที่ 14 แล้ว

จะค่อยๆ ทยอยลงที่นี่จนกว่าจะจบ รีไรท์และส่งสนพ.แล้วถึงจะกลับมาลบออกพร้อมๆ กับทั้งสามเว็บ







บทนำ


"ของที่ให้ไป"
    
"ถึงมือพ่ะย่ะค่ะ"
    
"ยอมรับของ แต่ไม่ยอมรับข้อเสนอจากเรา" ริมโอษฐ์คล้ายจะมีเสียงสรวลบางเบา
    
"เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ" ผู้ได้รับมอบหมายงานสำคัญเว้นจังหวะ แล้วเงยหน้าสบพระเนตรขององค์จักรพรรดิ "เขาฝากของสิ่งหนึ่งเพื่อมอบแด่พระองค์"

    ในมือชายชุดดำมีห่อผ้าแพรสีขาวสะอาดตา องค์จักรพรรดิทรงรับเอาสิ่งของล้ำค่ามากที่สุดในพระทัยนั้นไว้ในอุ้งหัตถ์ ในผืนแพรนั้นคือปิ่นปักผมซึ่งแกะสลักจากไม้เป็นรูปดอกรุ่ยเซียง
    
ริมพระโอษฐ์ยกแย้ม...ในที่สุดก็ทรงได้รับการยอมรับจากเขาผู้นั้น แม้จะล่วงเลยมาถึงเวลาบั้นปลายของพระชนม์ชีพ แต่ก็ทรงยินดีเป็นที่ยิ่ง
    สายพระเนตรเปี่ยมสุขยังคงมองปิ่นไม้ดอกรุ่ยเซียงในอุ้งหัตถา ก่อนวางสิ่งนั้นลงบนแพรขาวดังเดิม ทรงวางของแทนใจระหว่างพระองค์และนางยอดหทัยบนผ้าเช็ดพระพักตร์อย่างทะนุถนอม แล้วจึงพันห่ออย่างประณีต ก่อนจะวางลงในกล่องไม้หอมฉลุลายอันเป็นตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์

    "เป็นอย่างนี้แล้วเราก็สามารถวางใจ...ตายตาหลับ" เพราะแม้ไม่ได้ทรงอุ้มชู แต่ก็ยังทรงมีโอกาสรับรู้และทรงเห็นความเติบโตของสายพระโลหิตด้วยสายพระเนตรขององค์เอง ถึงจะน้อยครั้งและทรงเสียพระทัยอยู่มากเพราะเหตุว่าความรักนั้นได้นำภัยไปสู่ลูกรัก จึงต้องหักพระทัยละเว้นการพบปะหลังเกิดเหตุร้ายกับเขาจนเกือบถึงชีวิตเมื่อครั้งอายุยังไม่สิบห้าปีเต็ม

    "จะต้องทรงพระเจริญยิ่งยืนนานพ่ะย่ะค่ะ" ชายชุดดำกล่าว เขาผู้มีใบหน้าแลดูสุภาพอ่อนโยนดุจหนอนหนังสือ ทว่าใต้ใบหน้าอย่างสุภาพชนนั้นแฝงไว้ด้วยฝีมือกระบี่อันดับต้นๆ น้อมตัวต่ำ ในชั่วชีวิตนี้มีเพียงคนสามคนเท่านั้นที่เต๋อเจิ้นยอมสยบให้ หนึ่งคือท่านผู้เฒ่าแห่งป่าไผ่สีเงินผู้เป็นอาจารย์ สองคือศิษย์พี่ร่วมน้ำสาบาน สามคือทศพิศราชธรรมที่ประทับหลังโต๊ะทรงพระอักษรผู้นี้

    "เต๋อเจิ้นเอ๋ย เรารู้ดีว่าคงจะอยู่ได้อีกไม่นานนัก" องค์จักรพรรดิถอนปัสสาสะ ทรงลุกและดำเนินผ่านหน้าคนสนิท สายพระเนตรอ่อนล้าตามพระชนม์ชีพทอดไกลไปยังเบื้องนอกบัญชร ก่อนถ้อยรับสั่งถึงคนที่ทรงเคยกระทำผิดด้วยจะหลากหลั่งดั่งสายน้ำออกมาจากพระโอษฐ์...ออกมาจากบึ้งพระหฤทัย

    "ด้วยฐานันดรและหน้าที่ เราจึงทำผิดต่อรุ่ยเซียง แม้นางเป็นผู้หญิงที่เรารักมากที่สุด แต่การอยู่กับเรารังแต่จะทำให้นางมีชีวิตที่ไม่เป็นอิสระ หาความสงบสุขมิได้ เป็นคนเหนือคนในแผ่นดินแล้วอย่างไร ในเมื่อเราปกป้องดูแลนางและเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเองไม่ได้ ก็ไม่อาจมีหน้าไปก้าวก่ายวิถีชีวิตที่นางเลือกให้กับตัวเองและลูกน้อย"

    "ทรงทำดีที่สุดแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ"

    "เจ้าปลอบใจเราไปก็เท่านั้น" องค์จักรพรรดิทอดถอนพระทัยอีกครา "มาบัดนี้เราก็ยังทำเรื่องเห็นแก่ตัว ด้วยการพยายามพาเขากลับเข้ามาสู่วังวนแห่งอำนาจที่แม่ของเขาพยายามทุกวิถีทางหลีกเร้นไป เขาเหมือนนาง ที่อำนาจแลยศศักดิ์ไม่สามารถโน้มน้าวจิตใจของเขาได้ เยวี่ยเอ๋อร์ไม่ใช่นกที่เกิดมาเพื่อเติบโตอยู่ในกรง"
    
"แล้วราชบัลลังก์ต่อจากนี้ไปเล่าพ่ะย่ะค่ะ" เขาผู้ใกล้ชิดรู้ถึงอาการประชวรที่ทรงๆ ทรุดๆ มาเวลาใหญ่แล้วถามขึ้น หมอทั่วแคว้นถูกเกณฑ์มารักษาจนเกือบครบ จะขาดก็แต่หมอเทวดาสกุลหลันที่ตามตัวอย่างไรก็ยังไร้ร่องรอยราวภูตผี

    "เสวี่ยจิ้งไม่อยากนั่งบัลลังก์ เรามองลูกคนนี้ออกตั้งแต่เด็ก รักสงบ ไม่ชิงดี ไม่ทำตัวเด่น เหมือนอย่างอวี้หลันที่รักญาติพี่น้อง"

    "ถ้าเช่นนั้นที่เหมาะสมในพระทัยที่สุดคือองค์ชายเสียเจิ้งหรือพ่ะย่ะค่ะ"
    
องค์จักรพรรดิทรงสูดอัสสาสะลึก แล้วตรัสออกมาอย่างที่ทรงดำริกับองค์เองมาพักใหญ่แล้ว "แม้เสียเจิ้งจะไม่ปรีชาเท่าเสวี่ยจิ้ง แต่เนื้อแท้ไม่ใช่คนใจหยาบชั่วร้าย...เราหวังให้มองลูกคนนี้ไม่ผิดนะเต๋อเจิ้น สิ้นรัชทายาทแล้ว ก็เห็นจะมีเพียงเขา เราไม่อยากฝืนใจใคร มาตรว่าหากบัลลังก์ตกอยู่ที่เสียเจิ้ง เสวี่ยจิ้งจะยินดีและคอยเป็นกำลังสนับสนุน พี่น้องปรองดอง ราชบัลลังก์ที่ข้ารักษาสืบต่อบรรพชนก็คงหมดห่วง"
    
พอแล้วกับการผลาญพร่าชีวิตร่วมสายโลหิต การสั่งประหารเมียและลูกที่แก่งแย่งชิงราชบัลลังก์ห้ำหั่นกัน แม้จะเป็นเรื่องไร้คุณธรรม แต่ทรงต้องทำเพื่อรักษาไว้ซึ่งบัลลังก์ทองอันศักดิ์สิทธิ์และชีวิตของคนบริสุทธิ์ ผู้ที่เหมาะสมและมือเปื้อนเลือดน้อยที่สุดเท่านั้นที่สมควรจะครองมัน บาปมหันต์จากการเข่นฆ่าผู้ร่วมชาติวงศ์ควรสิ้นสุดที่รัชสมัยของพระองค์!
    
หากว่าเลือกได้ ทรงไม่ขอเกิดในราชวงศ์ ขอแค่มีชีวิตกับสตรีที่รัก หากินอยู่กันตามอัตภาพ ไม่ต้องตกอยู่ในกรอบแห่งกฎมณเฑียรบาล จะมีสุขอันใดได้เล่าหากแม้นเป็นใหญ่ แต่ไม่มีอิสระกับชีวิตตัวเองอย่างแท้จริง

    "หากข้าด่วนจากโลกนี้ไป เต๋อเจิ้น...เจ้ารู้นะว่าต้องทำเช่นไร"
    
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ" หน้าที่รักษาราชโองการลับแต่งตั้งจักรพรรดิพระองค์ใหม่ และคอยติดตามความเป็นไปของราชโอรสที่เติบโตอยู่นอกกำแพงวัง เต๋อเจิ้นได้จดจำใส่ใจไว้และตั้งมั่นกับหน้าที่สำคัญนี้สุดชีวิต!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่