ผมมีกรณีศึกษาของตัวผมเองมาแบ่งปันสู่กันฟังครับ
ขอรับรองว่าเป็นเรื่องจริง และมีพยานยืนยัน
ข้อความอาจไม่ตรงเป๊ะทั้งหมด แต่ความหมายตรงตามนั้นครับ
ที่บ้านผมมีรถเก่าอายุ 40 ปี + (อายุทะเบียน 30 กว่าปี) อยู่ เป็นชื่อคุณพ่อ ตอนคุณพ่อเสีย
รถคันนี้ไม่ได้ทำการมอบให้ใคร โดยมรดก มีเพียงบ้านและรถ เราเลยจะแบ่งกันตามเหมาะสม ในครอบครัว
แต่บังเอิญพ่อมีหนี้ที่ยังมีอายุความอยู่ ญาติๆและทนาย เลยแนะนำให้ปล่อย เป็นชื่อพ่อไว้ รอจนคดีสิ้นสุดแล้วค่อย โอนให้
(แต่ภายหลังมีการยืดอายุคดี เลยต้องรอไปอีก)
ทางเราจึงเก็บรถไว้รออายุคดีสิ้นสุด แล้วจึงไปขอดำเนินการ โอนรถ ต่อภาษีและอื่นๆ
ทีนี้ เมื่อสามปีก่อน มีการขอเรียกคืนทะเบียน เนื่องจากไม่ได้ต่อทะเบียนเกิน สามปี
เลยแจ้งไปว่า ขอยกเลิกแต่ ป้ายทะเบียน เสียหายไปแล้ว (จริงๆยังอยู่ ติดอยู่กับรถ เพื่อความสะดวกในการเผื่อขับไปซ่อม)
ดังนั้นทะเบียน 1234 (เลขสมมติ) จึงไปออกเป็นรถคันอื่นแล้ว
จนเมื่อเดือนสิงหาคม ขณะรถจอดอยู่ข้างบ้าน (ไม่ได้จอดในบ้าน เพราะไม่ค่อยใช้ นานๆใช้ที หรือวิ่งให้เครื่องยนต์ทำงาน)
มี ชาย 2 คน อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบปราม (ไม่แสดงบัตร ไม่แจ้งชื่อ ไม่ให้ดูอะไรเลย)
บอกว่ามาซุ่มดู หลายวันแล้ว เจอตัวผม (คาดว่าเจ้าของ) เลยแสดงตัว
ทางเขาแจ้งว่า รถคันนี้ เป็นรถต้องสงสัย (ห๊ะ) ว่าเป็นรถจดประกอบ (หา)
ผมตอบไปว่า ไม่จดประกอบหรอก เพราะ ใช้มา 30 ปีกว่าแล้ว
ทางเขาไม่ฟังเขาบอกเช็คข้อมูลจากสาบสืบมาแล้ว
ตำรวจผอม : ทำไมทะเบียนไม่ตรง ตอนนี้ 1234 เป็นทะเบียนของรถญี่ปุ่นคันนึง คุณทำการสวมทะเบียน แน่นอน
ผม : ไม่สวมครับ แต่ทะเบียนยกเลิก (มีเอกสารแจ้งจากขนส่ง) แต่ผมไม่คืนป้ายทะเบียน
ตำรวจผอม :แต่พี่เช็คแล้ว
ผม : งั้นพี่ก็เช็คเพิ่มสิครับว่าเลขเดิม ของ 1234 มันเป็นรถอะไร ใช่รถผมไหม ?
ตำรวจผอม : (ไม่พูดเรื่องที่ขอให้เช็คย้อนหลัง) ผมขอดูเล่มทะเบียน
ผม : (อันนี้ละปัญหา เพราะ เก็ยบเอกสารไว้ที่บ้านญาติ ตอนนั้นกลัวน้ำท่วม) เอ่อ มีครับแต่ไม่อยู่
เท่านั้นละครับ ตำรวจ ทั้ง 2 ท่านก็จัดเต็มเลย พูดแกมข่ม แกมขู่ตลอด
จะโทรเรียกรถยกมาบ้าง จะให้ เพื่อนมาเพิ่มบ้าง พอดี ป้าข้างบ้านเขาได้ยิน เลยเดินมา แล้วตะโกนเสียงดัง ให้คนมาดูกัน
(เพราะฟังแล้วมัน น่าเกลียดมาก พูดวกวนเหมือนจะให้ถามว่า "พี่จะเอายังไง" )
วันนั้น ทั้ง 2 เลยกลับไปก่อน โดยนัดว่าจะมาดูเอกสาร ในอีก 7 วัน
ต่อมา ผ่านไป 15 วันได้
ผมป่วยเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นญาติมาส่งเข้ารพ. ผมเลยฝากทั้งกระเป๋าที่มีทะเบียนให้ญาติไปเก็บไว้ก่อน
นอนรพ. ไป 3 วัน
พอผมหายป่วยกลับมานอนที่บ้านวันแรก
ตำรวจ 2 คนก็มาขอดูเอกสาร ถึงบ้าน
ตำรวจผอม : ไหนละเอกสาร
ผม : (เซ็งและหงุดหงิดมาก ที่นัด 7 วัน แต่มาหลังจากนั้นนานมากและ เอกสารก็ไม่อยู่) เอกสารยังไม่ได้มาเลยครับ (ผมอธิบายตัดบท)
ตำรวจผอม : อย่างงี้ต้องยกแล้วมั้ง ? หันไปหา ตำรวจอ้วน เอ้ย โทรถาม บก. เรื่องยกรถซิ
ผม : แล้วพี่จะยกไปยังงี้เลยเหรอ ? ไม่มีหมาย ไม่มีอะไรเลย ?
ตำรวจ : อยากได้หมายเหรอ เดี๋ยวจัดให้
ผม : ต้องมีหมายสิพี่ จู่ๆผมจะให้คนมาลากยกรถผมไปได้ไง ?
ตำรวจ : ไปยึดรถจดประกอบที่ไหนก็แบบนี้ ลากรถไปก่อน เจ้าของเอาเอกสารไปชี้แจงเองที่ กองปราบ
ผม : ท่าจะไม่ดี เนื่องจากป่วยอยู่ด้วย (โทรเรียกเพื่อนบ้าน) "ป้า ออกมาดูหน่อย ตำรวจมาเอารถอีกแล้ว"
ป้าข้างบ้านออกมา เดินมาด่าเลย ด่าจนตำรวจมีปากเสียงกัน
ตำรวจเลยเดินมาบอกว่า วันนี้เห็นแก่ป้าจะไม่เอาเรื่อง แต่ต้องสั่งให้ป่าหุบปากได้แล้ว (ป้าด่าไม่หยุด) ผมก็บอกจะไปห้ามได้ไง
พี่ก็กลับ สน. ไปซิ
แล้วทั้ง 2 ก็กลับไป
ผ่านไป 5 วัน ผมสตาร์ทรถอยู่หน้าบ้าน มีเสียงดัง ที่สายพานแอร์ น่าจะหมดอายุ เลยขับไป เปลี่ยน ร้านในซอย ห่างบ้าน ประมาณ 400 เมตร
พอเปลี่ยนเสร็จ ผมขับกลับบ้านเลย
พอเลี้ยวเข้าซอยบ้าน จอดเรียบร้อย ตำรวจอ้วนผอม โผล่มาจากข้างกำแพงบ้าน แสดงตัว ด้วยปากเปล่า ขอจับกุม ตัวผม ???? กับรถ
ทีนี้ผมเบื่อมากแล้ว คุณเมิงจะอะไรกับ กรู ครับ มีเวลาเป็นวันมาซุ่มจับรถ ต้องสงสัยจดประกอบ ? แถมจะจับผม ขอหาอะไร ? ขับรถไม่ได้ต่อทะเบียน ?? เอา จะปรับเท่าไหร่ก็เอา (คิดในใจคงไม่ติดคุกหรอก)
ผมโมโหเลย เหวี่ยงเลยว่า เอา ก็เอา มา เรียกมาเลย รถยกน่ะมาเลย
เฮ้ย น้อง อยากให้เรื่องมันง่ายขึ้นไหม เพราะนี่หลักฐานครบ ว่าน้องไม่ได้จอดเฉยๆ แค่ขับออกไป ก็ผิดแล้ว
โอ้ย พี่ มาเลย เรียกมาเลย เอาไงเอาแล้ว รำคาญมาก ผมเป็นผู้ก่อการร้ายเหรอ รถคันนี้มัน คาร์บอมหรือไง ต้องมาซุ่มกันเป็นเดือน
มาเลย จะยังไงก็เอา รถผมไม่จดครับ หลักฐานเดี๋ยวเจอกันโรงพักเลย สุดทนแล้ว
พอผมเสียงดัง ป้าข้างบ้านก็ออกมาร่วมประนามด้วย ตำรวจทั้ง 2 เลย ขับรถกะบะธรรมดาไม่มีตราโล่ห์ออกไป
ซึ่งผมคาดว่า ทั้ง 2 ท่านอาจจะมาอีก
แต่ต่อจากนี้ผมจะสู้ตามเอกสาร ครับ
ตอนนี้ หลักฐานที่ผมมีดังนี้
รูปถ่ายรถ ตอนผม 8 ขวบในภาพมีรูปรถมีทะเบียน จอดในบ้าน 2-3 ใบ
และภาพถ่ายตัวรถกับคนในครอบครัวตามเวลา จากเด็กจนแก่
เลขลอกตัวถังเชสซี
ทะเบียนรถแบบเก่าที่เป็นแผ่นๆ กระดาษสีน้ำตาล
ทะเบียนรถเล่มปัจจุบัน เล่มจริง เลขทะเบียนตรงกับป้าย
เอกสารขอเปลี่ยนเครื่องยนต์
ใบเสร็จชำระภาษีรถยนต์ปี 2547
ทะเบียนบ้าน กับใบสูติบัตรของพ่อกับผม พร้อมใบมรณะบัตรบิดา
ขอถามว่า หลักฐานเท่านี้เพียงพอจะชี้แจงในกรณี รถผมไม่ใช่รถจดประกอบหรือไม่ครับ ?
หลังจากสังเกตุและปรึกษา พี่ที่อู่ เพื่อนที่รู้กฎหมายและคนอื่นๆแล้ว
เชื่อว่าเป็น สายตำรวจที่แจ้งเบาะแสแลกเงิน หรือ พวกต้มตุ๋น
หรือหากท่านเป็นตำรวจจริง ผมว่ามันไม่แฟร์มากๆครับ และท่านว่างขนาดมาซุ่มจับรถเก่า 40 กว่าปีที่ไม่ได้มีมูลค่ามากมายอะไรเป็นเดือนเลย ผมเสียดายภาษีมากครับ
อนึ่ง
ผมได้โทรเข้าไปสอบถามทางกองปราบแล้ว แต่โอนสายเข้าไปแล้วไม่มีเสียง
แต่อ่านในเวบบอร์ด กองปราบ พบว่ามีกรณีคล้ายกันนี้เกิดขึ้นจริง เช่น บุดยึดรถที่จอดในคอนโด อพาร์ทเม้นต์ แถววังทองหลาง ห้วยขวาง เยอะมาก
โดยเรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุด เพราะ ตำรวจ 2 ท่านนี้อาจจะมาอีกได้ ผมจึงนำมาเล่าไว้ก่อนเผื่อใครเจอกรณีเดียวกับผมครับ
กรณีศึกษาเรื่อง : โดน ตำรวจ? ซุ่มยึดรถ โดยอ้างว่าเป็นรถจดประกอบ
ขอรับรองว่าเป็นเรื่องจริง และมีพยานยืนยัน
ข้อความอาจไม่ตรงเป๊ะทั้งหมด แต่ความหมายตรงตามนั้นครับ
ที่บ้านผมมีรถเก่าอายุ 40 ปี + (อายุทะเบียน 30 กว่าปี) อยู่ เป็นชื่อคุณพ่อ ตอนคุณพ่อเสีย
รถคันนี้ไม่ได้ทำการมอบให้ใคร โดยมรดก มีเพียงบ้านและรถ เราเลยจะแบ่งกันตามเหมาะสม ในครอบครัว
แต่บังเอิญพ่อมีหนี้ที่ยังมีอายุความอยู่ ญาติๆและทนาย เลยแนะนำให้ปล่อย เป็นชื่อพ่อไว้ รอจนคดีสิ้นสุดแล้วค่อย โอนให้
(แต่ภายหลังมีการยืดอายุคดี เลยต้องรอไปอีก)
ทางเราจึงเก็บรถไว้รออายุคดีสิ้นสุด แล้วจึงไปขอดำเนินการ โอนรถ ต่อภาษีและอื่นๆ
ทีนี้ เมื่อสามปีก่อน มีการขอเรียกคืนทะเบียน เนื่องจากไม่ได้ต่อทะเบียนเกิน สามปี
เลยแจ้งไปว่า ขอยกเลิกแต่ ป้ายทะเบียน เสียหายไปแล้ว (จริงๆยังอยู่ ติดอยู่กับรถ เพื่อความสะดวกในการเผื่อขับไปซ่อม)
ดังนั้นทะเบียน 1234 (เลขสมมติ) จึงไปออกเป็นรถคันอื่นแล้ว
จนเมื่อเดือนสิงหาคม ขณะรถจอดอยู่ข้างบ้าน (ไม่ได้จอดในบ้าน เพราะไม่ค่อยใช้ นานๆใช้ที หรือวิ่งให้เครื่องยนต์ทำงาน)
มี ชาย 2 คน อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบปราม (ไม่แสดงบัตร ไม่แจ้งชื่อ ไม่ให้ดูอะไรเลย)
บอกว่ามาซุ่มดู หลายวันแล้ว เจอตัวผม (คาดว่าเจ้าของ) เลยแสดงตัว
ทางเขาแจ้งว่า รถคันนี้ เป็นรถต้องสงสัย (ห๊ะ) ว่าเป็นรถจดประกอบ (หา)
ผมตอบไปว่า ไม่จดประกอบหรอก เพราะ ใช้มา 30 ปีกว่าแล้ว
ทางเขาไม่ฟังเขาบอกเช็คข้อมูลจากสาบสืบมาแล้ว
ตำรวจผอม : ทำไมทะเบียนไม่ตรง ตอนนี้ 1234 เป็นทะเบียนของรถญี่ปุ่นคันนึง คุณทำการสวมทะเบียน แน่นอน
ผม : ไม่สวมครับ แต่ทะเบียนยกเลิก (มีเอกสารแจ้งจากขนส่ง) แต่ผมไม่คืนป้ายทะเบียน
ตำรวจผอม :แต่พี่เช็คแล้ว
ผม : งั้นพี่ก็เช็คเพิ่มสิครับว่าเลขเดิม ของ 1234 มันเป็นรถอะไร ใช่รถผมไหม ?
ตำรวจผอม : (ไม่พูดเรื่องที่ขอให้เช็คย้อนหลัง) ผมขอดูเล่มทะเบียน
ผม : (อันนี้ละปัญหา เพราะ เก็ยบเอกสารไว้ที่บ้านญาติ ตอนนั้นกลัวน้ำท่วม) เอ่อ มีครับแต่ไม่อยู่
เท่านั้นละครับ ตำรวจ ทั้ง 2 ท่านก็จัดเต็มเลย พูดแกมข่ม แกมขู่ตลอด
จะโทรเรียกรถยกมาบ้าง จะให้ เพื่อนมาเพิ่มบ้าง พอดี ป้าข้างบ้านเขาได้ยิน เลยเดินมา แล้วตะโกนเสียงดัง ให้คนมาดูกัน
(เพราะฟังแล้วมัน น่าเกลียดมาก พูดวกวนเหมือนจะให้ถามว่า "พี่จะเอายังไง" )
วันนั้น ทั้ง 2 เลยกลับไปก่อน โดยนัดว่าจะมาดูเอกสาร ในอีก 7 วัน
ต่อมา ผ่านไป 15 วันได้
ผมป่วยเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นญาติมาส่งเข้ารพ. ผมเลยฝากทั้งกระเป๋าที่มีทะเบียนให้ญาติไปเก็บไว้ก่อน
นอนรพ. ไป 3 วัน
พอผมหายป่วยกลับมานอนที่บ้านวันแรก
ตำรวจ 2 คนก็มาขอดูเอกสาร ถึงบ้าน
ตำรวจผอม : ไหนละเอกสาร
ผม : (เซ็งและหงุดหงิดมาก ที่นัด 7 วัน แต่มาหลังจากนั้นนานมากและ เอกสารก็ไม่อยู่) เอกสารยังไม่ได้มาเลยครับ (ผมอธิบายตัดบท)
ตำรวจผอม : อย่างงี้ต้องยกแล้วมั้ง ? หันไปหา ตำรวจอ้วน เอ้ย โทรถาม บก. เรื่องยกรถซิ
ผม : แล้วพี่จะยกไปยังงี้เลยเหรอ ? ไม่มีหมาย ไม่มีอะไรเลย ?
ตำรวจ : อยากได้หมายเหรอ เดี๋ยวจัดให้
ผม : ต้องมีหมายสิพี่ จู่ๆผมจะให้คนมาลากยกรถผมไปได้ไง ?
ตำรวจ : ไปยึดรถจดประกอบที่ไหนก็แบบนี้ ลากรถไปก่อน เจ้าของเอาเอกสารไปชี้แจงเองที่ กองปราบ
ผม : ท่าจะไม่ดี เนื่องจากป่วยอยู่ด้วย (โทรเรียกเพื่อนบ้าน) "ป้า ออกมาดูหน่อย ตำรวจมาเอารถอีกแล้ว"
ป้าข้างบ้านออกมา เดินมาด่าเลย ด่าจนตำรวจมีปากเสียงกัน
ตำรวจเลยเดินมาบอกว่า วันนี้เห็นแก่ป้าจะไม่เอาเรื่อง แต่ต้องสั่งให้ป่าหุบปากได้แล้ว (ป้าด่าไม่หยุด) ผมก็บอกจะไปห้ามได้ไง
พี่ก็กลับ สน. ไปซิ
แล้วทั้ง 2 ก็กลับไป
ผ่านไป 5 วัน ผมสตาร์ทรถอยู่หน้าบ้าน มีเสียงดัง ที่สายพานแอร์ น่าจะหมดอายุ เลยขับไป เปลี่ยน ร้านในซอย ห่างบ้าน ประมาณ 400 เมตร
พอเปลี่ยนเสร็จ ผมขับกลับบ้านเลย
พอเลี้ยวเข้าซอยบ้าน จอดเรียบร้อย ตำรวจอ้วนผอม โผล่มาจากข้างกำแพงบ้าน แสดงตัว ด้วยปากเปล่า ขอจับกุม ตัวผม ???? กับรถ
ทีนี้ผมเบื่อมากแล้ว คุณเมิงจะอะไรกับ กรู ครับ มีเวลาเป็นวันมาซุ่มจับรถ ต้องสงสัยจดประกอบ ? แถมจะจับผม ขอหาอะไร ? ขับรถไม่ได้ต่อทะเบียน ?? เอา จะปรับเท่าไหร่ก็เอา (คิดในใจคงไม่ติดคุกหรอก)
ผมโมโหเลย เหวี่ยงเลยว่า เอา ก็เอา มา เรียกมาเลย รถยกน่ะมาเลย
เฮ้ย น้อง อยากให้เรื่องมันง่ายขึ้นไหม เพราะนี่หลักฐานครบ ว่าน้องไม่ได้จอดเฉยๆ แค่ขับออกไป ก็ผิดแล้ว
โอ้ย พี่ มาเลย เรียกมาเลย เอาไงเอาแล้ว รำคาญมาก ผมเป็นผู้ก่อการร้ายเหรอ รถคันนี้มัน คาร์บอมหรือไง ต้องมาซุ่มกันเป็นเดือน
มาเลย จะยังไงก็เอา รถผมไม่จดครับ หลักฐานเดี๋ยวเจอกันโรงพักเลย สุดทนแล้ว
พอผมเสียงดัง ป้าข้างบ้านก็ออกมาร่วมประนามด้วย ตำรวจทั้ง 2 เลย ขับรถกะบะธรรมดาไม่มีตราโล่ห์ออกไป
ซึ่งผมคาดว่า ทั้ง 2 ท่านอาจจะมาอีก
แต่ต่อจากนี้ผมจะสู้ตามเอกสาร ครับ
ตอนนี้ หลักฐานที่ผมมีดังนี้
รูปถ่ายรถ ตอนผม 8 ขวบในภาพมีรูปรถมีทะเบียน จอดในบ้าน 2-3 ใบ
และภาพถ่ายตัวรถกับคนในครอบครัวตามเวลา จากเด็กจนแก่
เลขลอกตัวถังเชสซี
ทะเบียนรถแบบเก่าที่เป็นแผ่นๆ กระดาษสีน้ำตาล
ทะเบียนรถเล่มปัจจุบัน เล่มจริง เลขทะเบียนตรงกับป้าย
เอกสารขอเปลี่ยนเครื่องยนต์
ใบเสร็จชำระภาษีรถยนต์ปี 2547
ทะเบียนบ้าน กับใบสูติบัตรของพ่อกับผม พร้อมใบมรณะบัตรบิดา
ขอถามว่า หลักฐานเท่านี้เพียงพอจะชี้แจงในกรณี รถผมไม่ใช่รถจดประกอบหรือไม่ครับ ?
หลังจากสังเกตุและปรึกษา พี่ที่อู่ เพื่อนที่รู้กฎหมายและคนอื่นๆแล้ว
เชื่อว่าเป็น สายตำรวจที่แจ้งเบาะแสแลกเงิน หรือ พวกต้มตุ๋น
หรือหากท่านเป็นตำรวจจริง ผมว่ามันไม่แฟร์มากๆครับ และท่านว่างขนาดมาซุ่มจับรถเก่า 40 กว่าปีที่ไม่ได้มีมูลค่ามากมายอะไรเป็นเดือนเลย ผมเสียดายภาษีมากครับ
อนึ่ง
ผมได้โทรเข้าไปสอบถามทางกองปราบแล้ว แต่โอนสายเข้าไปแล้วไม่มีเสียง
แต่อ่านในเวบบอร์ด กองปราบ พบว่ามีกรณีคล้ายกันนี้เกิดขึ้นจริง เช่น บุดยึดรถที่จอดในคอนโด อพาร์ทเม้นต์ แถววังทองหลาง ห้วยขวาง เยอะมาก
โดยเรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุด เพราะ ตำรวจ 2 ท่านนี้อาจจะมาอีกได้ ผมจึงนำมาเล่าไว้ก่อนเผื่อใครเจอกรณีเดียวกับผมครับ