๐๐๐๐๐ ก้าวย่างและหน้าที่ของประชาชชนไทยวันนี้ ๐๐๐๐๐

หลังจากประเทศไทยของเราต้องล้มลุกคลุกคลานตลอดระยะเวลา 7 ปี
เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง และเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

โดยที่การเมือง และ นักการเมือง (ในมุมมองของ จขกท.)
คืออุปสรรคอันยิ่งใหญ่ ในการพัฒนาประเทศ
ทั้งระบบเศรษฐกิจและการเมืองภายในของเราเอง


สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมของการพัฒนาด้านการเมืองของไทย
มีอยู่ข้อเดียวคือ...

มีการพัฒนาการระบบพรรคการเมืองจนเหลือพรรคใหญ่เพียง 2 พรรค
เป็นความใฝ่ฝันที่ประชาชนอยากเห็นอยากได้ เพราะมีตัวอย่างจาก
ระบบพรรคการเมืองของประเทศพัฒนาแล้ว เช่นในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ


แต่ที่เป็นน่าเสียใจ และกลับกลายเป็นผลร้ายคือ

พรรคการเมืองทั้ง 2 พรรค แก่งแย่งอำนาจกันเองอย่างเอาเป็นเอาตาย


ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ...

พรรคการเมืองใหญ่ ได้พัฒนาระบบการจูงใจ ด้วยเทคนิคขั้นสูง
ทั้งการโฆษณาชวนเชื่อ และการเสนอผลประโยชน์ทางตรงให้กับประชาชน
เพื่อรวบรวมให้ได้เสียงข้างมากจนมั่นใจว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ



แต่สิ่งเลวร้ายที่ตามมาที่น่าเสียใจ..สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาของเราคือ


การเสพติดอำนาจของนักการเมืองที่รุนแรง แบบเห็นแก่ตัวอย่างไม่ละอาย
พรรคที่สูญเสียอำนาจ จะก่อกวนฝ่ายบริหารจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
เป็นแบบทีใครทีมัน


กลายเป็นประเพณีปฏิบัติที่อุบาทว์ ของพรรคใหญ่ทั้ง 2 พรรค
เป็นวงจรอุบาทว์ที่น่าสลดใจ กับพัฒนาการด้านการเมืองของไทย


ณ. วันนี้ วงจรอุบาทว์เดิม ได้ก่อตัวขึ้นแล้วอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้ง 2 ฝ่ายต่างระดมมวลชนของตนเอง เพื่อการรักษาและโค่นล้มอำนาจ


เป็นเรื่องน่าเศร้าเหลือเกินแล้ว

แต่การจะจมอยู่กับความเศร้า ย่อมไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

สู้มาช่วยกันคิดหาทางออก..จะไม่ดีกว่าหรือ?

คำถามค่ะ :

ประชาชนทุกคนในประเทศสามารถ “หยุด” วงจรอุบาทว์นี้
“ได้ หรือ ไม่?”


ได้หรือไม่คะ?


ประชาชนคนไทยที่รัก




แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่