หนึ่งในผลงานอันยิ่งใหญ่ของท่านเหมาเจ๋อตง ดูการเมืองจีนยุคนั้นแล้วย้อนมาดูเมืองไทยยุคนี้

ติดตามแบบเต็มๆได้ที่นี่

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=5830.0


จุดเริ่มต้นแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรมจีน - ความเก่าเหมือนละคร แล้วย้อนดูตัว

ปฏิวัติวัฒนธรรม (文化大革命: wen hua da ge ming) หลายคนคงได้ยินคำๆนี้ แต่เรื่องราวเริ่มต้นอย่างไร

ตำนานความสยดสยองเริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๖๐ เหมาเจ๋อตุง ได้ถูกลดบทบาทลง หลังจากนโยบายทางเศรษฐกิจที่ทำประเทศวินาศและคนตายไปหลายล้าน สุดท้าย เหมาจึงโต้กลับบ้าง ด้วยแนวความคิด "ปกป้องพรรค" และ "พิทักษ์แดง" กล่าวง่ายๆ คือ สนับสนุนเชิดชูแนวคิดสังคมนิยมสุดโต่ง และทำลายอะไรก็ตามที่เป็นทุนนิยม ศักดินา และนานาสาระที่คิดว่าตรงข้ามกับสังคมนิยมให้สิ้นไป

หลังจากมีแนวคิดดังกล่าวนี้ขึ้นมาก็มีการกวาดล้างกลุ่มที่เรียกว่า "ฝักใฝ่ทุนนิยม" "กากเดนศักดินา" ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้บางคนอาจจฝักใฝ่ทุนนิยมจริง รักในชนชั้นศักดินาจริง แต่บางคนเพียงแค่ไม่เห็นด้วยความคิดสุดโต่งของเหมาเท่านั้น

ตอนนั้นสังคมจีนกลายเป็นทางสองแพ่ง ที่คนถูกบังคับให้เลือกเดิน จะจงรักภักดีต่อพรรค และรักเหมา หรือเป็นเป็นทุนนิยมสารเลว

ภาพดังกล่าวภายใต้ภาพบรรยายว่า

一定要把揭批“四人帮”的伟大斗争进行到底

แปลว่า "เราต้องทำให้การปฏิวัติทางชนชั้นอันประกาศโดยแก๊งสี่คนสำเร็จลุล่วง"


สุดท้ายเมื่อถึงปี ๑๙๖๖ เหมามีอำนาจเบ็ดเสร็จในพรรค เสียงข้างมากในพรรคคอมมิวนิสต์ที่เคยเป็นกระแสเตือน และสกัดความคลั่งของนโยบายของเหมาหายไป นโยายปฏิวัติทางวัฒนธรรมเต็มรูปแบบเกิดขึ้น โดยมีแนวคิดหลักคือ “โค่นล้มพวกลัทธิทุนนิยม และวิพากษ์ศิลปวัฒนธรรมที่แบ่งแยกชนชั้น” หรือจะพูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือ การปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปศิลปวัฒนธรรม และปฏิรูปทุกอย่างที่ขัดกับแนวทางลัทธิสังคมนิยม

ผลของการปฏิวัติวัฒนธรรม คือ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่แสดงถึงวัฒนธรรมของจีนต้องถูกทำลาย ความน่ากลัวครั้งนี้เกิดขึ้นครั้งแรกช่วงเดือนสิงหาคม ปี ๑๙๖๖ เหมาเจ๋อตงกับหลิวเปียวได้ปรากฏตัวที่ จตุรัสเทียนอันเหมิน พบกับพวกเรดการ์ด ที่ทยอยมาจากทั่วประเทศจำนวนรวมสิบกว่าล้านคน

หลังจากการพบปะอันยิ่งใหญ่ครั้งนั้น ทั่วประเทศจีนก็เข้าสู่กลียุค เมื่อพวกเรดการ์ดกระจายไปทั่วสารทิศแจกใบปลิว ติดโปสเตอร์ ป้ายคำขวัญ ตั้งเวทีอภิปราย บางส่วนก็บุกเข้าไปในวัดโบสถ์ พิพิธภัณฑ์สถาน ทำลายวัตถุโบราณ เผางานศิลปะ งานประพันธ์ ตอนหลังก็มีการบุกค้นบ้าน โดยเฉพาะพวกผู้ดีเก่า ปัญญาชน ศิลปินหัวอนุรักษนิยม จะถูกจับแห่ประจาน ทรมาน ตอนหลังแม้แต่พระสงฆ์ แม่ชีและนักบวชก็ไม่เว้น กระทั่งพวกที่มีญาติอยู่ต่างประเทศก็โดนข้อหา “มีความสัมพันธ์กับต่างประเทศ”  สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่แสดงถึงวัฒนธรรมของจีนต้องถูกทำลาย

ความบ้าคลั่งในครั้งนั้น ถูกฉาบไปด้วยเสียงตะโกนก้องว่ารักชาติ และพิทักษ์แผ่นดินจากทุนนิยม คนเหล่านี้นำข้ออ้าง "รักชาติ" "รักพรรค" และ "พิทักษ์เหมา" ทำลายล้างคนจำนวนมากที่ถูกถือเป็นพวก "ฝักใฝ่ทุนนิยม" และ "กากเดนศักดินา" ซึ่งเหยื่อที่น่าสงสารเหล่านี้ถูกตราหน้าและถูกทำลายล้างลง หลายคนเพียงเพราะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดสุดโต่งของเหมาเท่านั้น

น่าเศร้าที่ท่ามกลางความนองเลือด ซึ่งภายหลังได้ถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นช่วงเวลา “แดงสยอง” (红色恐怖:hong se kong bu)เหมากลับประกาศว่าห้ามตำรวจขัดขวางการกระทำของเหล่าเรดการ์ด ส่งผลให้มีคนถูกฆ่าตายถึง ๑๗๐๐ คนเฉพาะในกรุงปักกิ่ง และทั่วประเทศมีคนฆ่าตัวตายถึง ๒แสนคน บางกระแสบอกว่าถึง ๕ แสนกว่าคน เพราะทนกับความทรมานไม่ไหว

ภาพข้าราชการถูกทารุณ

ภาพแรกเขียนว่า 反党分子 แปลคนต่อต้านพรรค

ภาพสองเขียนว่า 反革命主义分子 แปลว่าคนต่อต้านการปฏิวัติ





ในปี ๑๙๗๖ เป็นเวลา ๑๐ ปีจีนถึงจะผ่านนรกขุมนี้ได้ นรกที่แห่งเผด็จการอำนาจรวมศูนย์ นรกที่ใครก็ตามที่เห็นต่างก็ถูกตราน่าว่าไม่รักชาติ จะต้องถูกทำลาย โดยกลุ่มเรดการ์ดที่เป็นตัวแทนของ "คนดี"

ประเทศจีนผ่านนรกขุมนี้มาแล้ว และคนจีนทุกคนล้วนหวาดกลัวกับมัน

คำถามคือ สิ่งเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้น และจะเริ่มขึ้นในประเทศไทยหรือเปล่า

หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยตั้งอยู่ท่ามกลางเสียงกรี้ดร้อง เสียงจะโกนว่ารักชาติ ประณามคนที่อยู่อีกมุมหนึ่งว่าชั่ว บอกว่าตนเป็นคนดี บุกยึดอาคารต่างๆ กระทั่งทำลายสถานที่  

นี้คือสัญญาณหรือเปล่าว่าแผ่นดินไทยกำลังจะเข้าสู่นรกขุมที่ชาวจีนหวาดกลัวกันทุกคนหรือไม่

คงมีคนไทยเท่านั้นที่จะตอบได้

การแสดงภาพถ่ายครั้งปฏิวัติวัฒนธรรมในจีน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่