ด้วยเหตุที่รัฐบาล ประกาศ พรฎ. ในสถานฉุกเฉิน ซึ่งอาจจะมีอันตรายแก่ พี่น้องคนไทยด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสีไหน ผมก็หวงเพราะผมก็เป็นคนไทยคนนึ่งที่รักความสงบ ผมจึงมีบทความ บ้างส่วนมาให้อ่านครับ
"๒๙ สิงหาคม และ ๒ กันยายน ๒๕๕๑" วันที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์ไทยกับสถานการณ์การต่อสู้ของเพื่อนร่วมชาติเดียวกันจนถึงกับมีการบาดเจ็บและล้มตาย น่าเป็นห่วงเหลือเกินกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมเรื่อยมาจนกระทั่งเดือนกันยายน ๒๕๕๑ อะไรคือสาเหตุของปัญหา น่าจะเป็นคำถามที่ทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้วเป็นอย่างดี ถึงแม้คำตอบจะมีความแตกต่างกันตามความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนก็ตาม แต่หากต้องตั้งคำถามต่อไปว่าปัญหาจะยุติลงได้อย่างไร ในเวลานี้ยากนักที่จะตอบคำถามได้ แม้แต่การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อให้ได้คำตอบก็เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เพราะการเกิดขึ้นของปัญหาเริ่มก่อตัวและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรัฐบาลต้องให้อำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อระงับความวุ่นวาย
แต่กระนั้นเราก็ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าการออกประกาศดังกล่าวจะระงับความเดือดร้อนวุ่นวายได้หรือไม่ เพียงใด ผู้เขียนรู้สึกเป็นห่วงและกังวลไม่น้อยไปกว่าประชาชนชาวไทยทั่วไปที่ไม่อยากเห็นการนองเลือดเกิดขึ้นในแผ่นดินไทยเฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ไม่ว่าจะเป็น ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ หรือในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ (๑๗-๒๐ พฤษภาคม ๒๕๓๕) ก็ตาม เพราะความเสียหายที่ตามมานั้นยากที่จะประเมินออกมาเป็นตัวเงินได้
http://www.dst.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=221:2010-10-06-04-05-19&catid=82:whats-new&Itemid=170
ด้วยเหตุนี้ การเกิดจลาจล จะไม่ครอบคลุมการเอาประกัน หรือ การเอาค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่ผู้เอาประกันไปชุมนุม นอกจากผู้ประกันตนจะจ่ายประกันเพิ่ม ในส่วนการประกันในเหตุจลาจล
ผมไม่อยากเห็นพี่น้อง คนไทย ไม่ว่าจะเป็นสีไหนก็ตาม เกิดความศูนย์เสียต่อชีวิตและทรัพย์สินจึงอยากช่วยเตือนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เอาตัวเอง และญาติ เพื่อนฝูง ให้รอดก่อน แล้วถ้ามีความเป็นไปได้ ก็ช่วยเหลือเพื่อนๆ ให้รอดด้วยกัน
ผมหวังว่า อยากให้ประเทศไทย พบเจอความสงบโดยเร็ว
สิทธิของผู้ประกันตน....อันเนื่องจากเหตุจลาจล
"๒๙ สิงหาคม และ ๒ กันยายน ๒๕๕๑" วันที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์ไทยกับสถานการณ์การต่อสู้ของเพื่อนร่วมชาติเดียวกันจนถึงกับมีการบาดเจ็บและล้มตาย น่าเป็นห่วงเหลือเกินกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมเรื่อยมาจนกระทั่งเดือนกันยายน ๒๕๕๑ อะไรคือสาเหตุของปัญหา น่าจะเป็นคำถามที่ทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้วเป็นอย่างดี ถึงแม้คำตอบจะมีความแตกต่างกันตามความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนก็ตาม แต่หากต้องตั้งคำถามต่อไปว่าปัญหาจะยุติลงได้อย่างไร ในเวลานี้ยากนักที่จะตอบคำถามได้ แม้แต่การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อให้ได้คำตอบก็เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เพราะการเกิดขึ้นของปัญหาเริ่มก่อตัวและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรัฐบาลต้องให้อำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อระงับความวุ่นวาย
แต่กระนั้นเราก็ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าการออกประกาศดังกล่าวจะระงับความเดือดร้อนวุ่นวายได้หรือไม่ เพียงใด ผู้เขียนรู้สึกเป็นห่วงและกังวลไม่น้อยไปกว่าประชาชนชาวไทยทั่วไปที่ไม่อยากเห็นการนองเลือดเกิดขึ้นในแผ่นดินไทยเฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ไม่ว่าจะเป็น ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ หรือในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ (๑๗-๒๐ พฤษภาคม ๒๕๓๕) ก็ตาม เพราะความเสียหายที่ตามมานั้นยากที่จะประเมินออกมาเป็นตัวเงินได้
http://www.dst.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=221:2010-10-06-04-05-19&catid=82:whats-new&Itemid=170
ด้วยเหตุนี้ การเกิดจลาจล จะไม่ครอบคลุมการเอาประกัน หรือ การเอาค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่ผู้เอาประกันไปชุมนุม นอกจากผู้ประกันตนจะจ่ายประกันเพิ่ม ในส่วนการประกันในเหตุจลาจล
ผมไม่อยากเห็นพี่น้อง คนไทย ไม่ว่าจะเป็นสีไหนก็ตาม เกิดความศูนย์เสียต่อชีวิตและทรัพย์สินจึงอยากช่วยเตือนในสถานการณ์ฉุกเฉิน เอาตัวเอง และญาติ เพื่อนฝูง ให้รอดก่อน แล้วถ้ามีความเป็นไปได้ ก็ช่วยเหลือเพื่อนๆ ให้รอดด้วยกัน
ผมหวังว่า อยากให้ประเทศไทย พบเจอความสงบโดยเร็ว