คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
พี่จะลองแจกแจงให้ทีละประเด็นครับ
-ภาษาที่มาแรงตอนนี้คือจีน ญี่ปุ่นตามลำดับครับ เหตุผล support คือ ต่อไปจีนจะเป็นประเทศมหาอำนาจ ทุกวันนี้แวดวงธุรกิจล้วนต้องติดต่อกับคนจีนเยอะไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทญี่ปุ่นเองก็ต้องติดต่อกับลูกค้าชาวจีน ภาษาญี่ปุ่นหากทำงานเมืองไทยจะได้ค่าตอบแทนค่อนข้างสูงถ้าทำบริษัทหรือโรงงานญี่ปุ่นคนญี่ปุ่นจะชอบพนักงานที่พูดสื่อสารภาษาเค้าได้มากกว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษหรือจีนได้
-น้องได้ภาษาฝรั่งเศสกับอังกฤษมาแล้วถ้าจะสานต่อภาษาอังกฤษตามที่อาจารย์บอกก็เป็นความคิดที่ดีเอาให้เก่งด้านภาษานั้นก็ได้แต่หากคิดว่าภาษาอังกฤษพอไปได้อยากศึกษาเรียนรู้ภาษาที่3พี่ก็ยังแนะนำให้เลือกภาษาใดก็ได้ตามข้อ1ส่วนภาษาฝรั่งเศสถือเป็นกำไรชีวิตที่ติดตัวเราไปตลอดเป็นอีกหนึ่งความแตกต่างของโปรไฟล์ชีวิตครับ.
-น้องเรียนกฎหมายกับวารสาร พี่ว่าภาษาอังกฤษจะทำให้น้องได้เปรียบและมีทางเลือกเยอะขึ้น มันยังไง? เดี๋ยวพี่จะอธิบายให้ฟัง สมมุติน้องทำงานสิ่งพิมพ์ บทความ หรืออะไรก็แล้วแต่ งานเขียนภาษาอังกฤษก็มีบทบาทกับงานที่น้องจะทำ และถ้าน้องต้องการทำงานสายกฎหมาย น้องต้องทำเกรดนิติให้ได้เกรดดีๆและถ้าน้องเก่งภาษาอังกฤษจะทำให้น้องได้เปรียบคนอื่นมาก นักกฎหมายหรือทนายที่ได้ภาษา(ได้ในที่นี้คือเก่งนะไม่ใช่รู้แค่พอใช้ในชีวิตประจำวันได้) ตรงจุดนี้น้องสามารถรับค่าตอบแทนเยอะได้มีโอกาสทำงานกะต่างชาติ เช่น พวก Law firm เป็นต้น. พี่มักบอกน้องๆที่รู้จักเสมอว่าอย่าคิดว่าเราเก่งเราโปรไฟล์ดีกว่าคนอื่น ให้หาความแตกต่างในตัวเราเองด้วย หาว่าเราแตกต่างจากคนอื่นยังไง เรามีดียังไงที่ทำให้เวลาสมัครงานเค้าต้องเลือกเรา อย่าบอกว่าหนูพูดได้หลายภาษา คำถามต่อมาคือแล้วคนอื่นเค้าก็พูดได้เหมือนกันใช่มั๊ย? น้องอายุยังน้อยพี่ว่าพยายามหาความรู้ใส่ตัวเป็นเรื่องที่น่ายกย่องครับแต่อย่าลืมที่จะหาประสบการณ์เพื่อสร้างความแตกต่างไว้ให้มากๆก่อนจบ เพราะเวลาสัมภาษณ์งานเค้าต้องเลือกคนที่ทำผลประโยชน์ให้กับองค์กรเค้าได้เยอะๆและทำงานเป็น ผ่านสมรภูมิกิจกรรม มีประสบการณ์มาบ้างเท่านั้นครับ พี่เชื่อว่าหนูทำได้ เป็นกำลังใจให้ครับ ขอให้น้องโชคดีและประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ครับผม
-ภาษาที่มาแรงตอนนี้คือจีน ญี่ปุ่นตามลำดับครับ เหตุผล support คือ ต่อไปจีนจะเป็นประเทศมหาอำนาจ ทุกวันนี้แวดวงธุรกิจล้วนต้องติดต่อกับคนจีนเยอะไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทญี่ปุ่นเองก็ต้องติดต่อกับลูกค้าชาวจีน ภาษาญี่ปุ่นหากทำงานเมืองไทยจะได้ค่าตอบแทนค่อนข้างสูงถ้าทำบริษัทหรือโรงงานญี่ปุ่นคนญี่ปุ่นจะชอบพนักงานที่พูดสื่อสารภาษาเค้าได้มากกว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษหรือจีนได้
-น้องได้ภาษาฝรั่งเศสกับอังกฤษมาแล้วถ้าจะสานต่อภาษาอังกฤษตามที่อาจารย์บอกก็เป็นความคิดที่ดีเอาให้เก่งด้านภาษานั้นก็ได้แต่หากคิดว่าภาษาอังกฤษพอไปได้อยากศึกษาเรียนรู้ภาษาที่3พี่ก็ยังแนะนำให้เลือกภาษาใดก็ได้ตามข้อ1ส่วนภาษาฝรั่งเศสถือเป็นกำไรชีวิตที่ติดตัวเราไปตลอดเป็นอีกหนึ่งความแตกต่างของโปรไฟล์ชีวิตครับ.
-น้องเรียนกฎหมายกับวารสาร พี่ว่าภาษาอังกฤษจะทำให้น้องได้เปรียบและมีทางเลือกเยอะขึ้น มันยังไง? เดี๋ยวพี่จะอธิบายให้ฟัง สมมุติน้องทำงานสิ่งพิมพ์ บทความ หรืออะไรก็แล้วแต่ งานเขียนภาษาอังกฤษก็มีบทบาทกับงานที่น้องจะทำ และถ้าน้องต้องการทำงานสายกฎหมาย น้องต้องทำเกรดนิติให้ได้เกรดดีๆและถ้าน้องเก่งภาษาอังกฤษจะทำให้น้องได้เปรียบคนอื่นมาก นักกฎหมายหรือทนายที่ได้ภาษา(ได้ในที่นี้คือเก่งนะไม่ใช่รู้แค่พอใช้ในชีวิตประจำวันได้) ตรงจุดนี้น้องสามารถรับค่าตอบแทนเยอะได้มีโอกาสทำงานกะต่างชาติ เช่น พวก Law firm เป็นต้น. พี่มักบอกน้องๆที่รู้จักเสมอว่าอย่าคิดว่าเราเก่งเราโปรไฟล์ดีกว่าคนอื่น ให้หาความแตกต่างในตัวเราเองด้วย หาว่าเราแตกต่างจากคนอื่นยังไง เรามีดียังไงที่ทำให้เวลาสมัครงานเค้าต้องเลือกเรา อย่าบอกว่าหนูพูดได้หลายภาษา คำถามต่อมาคือแล้วคนอื่นเค้าก็พูดได้เหมือนกันใช่มั๊ย? น้องอายุยังน้อยพี่ว่าพยายามหาความรู้ใส่ตัวเป็นเรื่องที่น่ายกย่องครับแต่อย่าลืมที่จะหาประสบการณ์เพื่อสร้างความแตกต่างไว้ให้มากๆก่อนจบ เพราะเวลาสัมภาษณ์งานเค้าต้องเลือกคนที่ทำผลประโยชน์ให้กับองค์กรเค้าได้เยอะๆและทำงานเป็น ผ่านสมรภูมิกิจกรรม มีประสบการณ์มาบ้างเท่านั้นครับ พี่เชื่อว่าหนูทำได้ เป็นกำลังใจให้ครับ ขอให้น้องโชคดีและประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ครับผม
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ปรึกษาการเรียนภาษาเพิ่มค่ะ
แต่ตอนนี้ก็ยังเรียนต่อมาเรื่อย ๆ พอสื่อสารได้ แต่ไม่มาก แต่ค่อนข้างแม่นแกรมม่า อีกเรื่องคือ ภาษาอังกฤษ อันนี้เรียนมาหลายปีแล้ว
แต่ยังไม่คล่องซักที คือสื่อสารได้แค่ระดับกลาง แกรมม่าระดับกลางไปจนถึงต่ำ ตอนนี้ก็เรียนภาษาอังกฤษอยู่ด้วยค่ะ เป็นครอส์ค่อนข้างดี
แต่ยังไงก็ไม่คล่อง เลยมีความคิดว่า ถ้าจบไป แล้วยังเป็นแบบนี้คงต่อโท หรือ สมัครงานได้ยาก
จึงอยากเรียนภาษาที่ 3 เพิ่ม นอกจาก อังกฤษ และ ฝรั่งเศส ที่ปรึกษาอาจารย์มา มีประมาณนี้ค่ะ
1. เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มให้ดี เราทำมาหลายปีมาก ก็ยังไม่สำเร็จ แต่ก็พอมีความรู้ไปสอบบ้าง แต่ไม่มาก รู้ตัวเองค่ะว่ายากเกินทำได้
2.เรียนภาษาจีนเพิ่ม อันนี้ทุกคนสนับสนุนค่ะ เราอ่านมาเยอะถือเป็นเรื่องดีมาก แต่ปัญหาใหญ่คือ ส่วนตัวนะคะ เราไม่ชอบ ทั้งการออกเสียง
หรือตัวเขียน หรืออื่น ๆที่เกี่ยวข้อง (ขอโทษจริง ๆ นะค่ะ เป็นนิสัยไม่ดีส่วนตัว) ทำให้ไม่คิดอยากจะเรียนเลย
3. ภาษาญี่ปุ่น นี่ก็เหมือนจีนค่ะ แต่เรามีความรู้สึกดีขึ้นมานิด ๆ ชอบวัฒนธรรม และการออกเสียงค่ะก็สนใจอยู่มาก แต่ก็ต้องเริ่มพื้นฐานใหม่หมด
4.ภาษาเกาหลี แนวเดียวกันอีกค่ะ ชอบวัฒนธรรม และอย่างอื่น แต่ไม่มั่นใจว่าจะใช้ได้มากอีกแค่ไหน
5.ภาษาโซนยุโรป โวนนี้ถือว่าอยากเรียนมาก แต่ไม่มีใครแนะนำว่าดีเลย ทั้งเยอรมัน และสเปน เพราะใช้ได้น้อยและเมืองไทยไม่มีคนใช้มากเท่าที่ควร ทางบ้านจึงไม่สนับสนุน
หลังจากอ่านมาเยอะ อยากขอความเห็นค่ะ บอกได้เต็มที่นะคะ อยากฟังความเห็นของทุกคนที่อ่านค่ะ
ปล. เราเรียนปริญญาตรีทางด้าน วารสารศาสตร์ และ เรียนกฏหมายด้วย ภาษาไหนที่พอจะไปต่อได้คะ ขอบคุณทุกคนค่ะ