ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะแพ้เพื่อไทยไม่ว่าเรื่องๆ ไหน
สิ่งเดียวที่ประชาธิปัตย์ไม่เคยแพ้คือภาพลักษณ์
ในสายตาคนกลางๆ ถ้าในเรื่องภาพลักษณ์ประชาธิปัตย์ดูดีกว่าเพื่อไทยอยู่ก้าวนึง
แต่ขนาดภาพดีขนาดไหน
ผลคะแนนเลือกตั้งก็ไม่เคยโกหกใคร พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะเลือกตั้งใหญ่มากว่า 20 ปี
ตอนนี้ประชาธิปัตย์กำลังเอาจุดแข็งของตัวเอง ที่เป็น
ไพ่ใบสุดท้าย จากก้นหีบ
เอาออกมาใช้ เอา
ภาพลักษณ์ของตัวเองมาลงทุนเรียกมวลชน เอาภาพลักษณ์ของตัวเองมาเป็นบันไดสุ่อำนาจมืด
หลังจากศึกใหญ่ครั้งนี้
ไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่หรือไป ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะแพ้หรือชนะ
แต่สิ่งที่ประชาธิปัตย์ลงทุนไป จะไม่มีวันได้กลับคืนมา และ
ลดเกรดตัวเองลงมาเป็นพรรคพื้นๆเหมือนพรรคการเมืองอื่นๆ
นั้นคือ
ภาพลักษณ์
สายตาคนกลางๆ มองประชาธิปัตย์ไม่เหมือนเดิม ยิ่งสายตาคนเสื้อแดงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เห็นไส้เห็นพุง
ยี้ยิ่งกว่าเห็นขรี้
ทุกคนจับตาดูอยุ่หลังจากที่ประชาธิปัตย์ระดมคนได้ขนาดนี้แล้วจะทำอะไรต่อ
สุดท้ายม็อบรักประเทศก็ไม่ต่างอะไรจากม็อบอื่นๆที่เคยมีมาก่อนหน้านี้
ม็อบคนดี คนมีการศึกษา ม็อบที่เที่ยวเรียกด่าม็อบอื่นว่าควายโง่
สุดท้ายก็ลงเอย
ไม่ต่างกันกับม็อบที่ตัวเองด่า
หกสิบกว่าปีของประชาธิปัตย์
จนถึงในวันนี้ มาอยุ่ใน
มือของเหล่าเด็กโง่.....................
สิ่งที่ทำ... ไม่ได้ทำให้ประชาธิปัตย์ดูเหนือกว่าพรรคคู่แข่งแม้แต่เพียงนิดเดียว
ตรงกันข้าม กับลาก
พรรคประชาธิปัตย์ ลงสู่ก้นบึงกลางบึงน้ำคลำ ชื่อบึงการเมือง บึงแห่งการช่วงชิงอำนาจ
่มวลชนย่อมเป็นมวลชน
มวลชนของพรรคย่อมเป็นมวลชนของพรรค
เลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ได้ประมาณ สิบล้านเสียง
เรื่องระดมผล
แสน สองแสน ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ให้ออกมาแค่ 1-2 เปอรฺเซ็นต์
ก็ได้แล้ว ยิ่งกทม เป็นฐานหลักของประชาธืปัตย์ด้วย
แต่เรื่องที่ยากกว่าคือ จะ
ทำยังไงให้ คนที่เลือก ประชาธิปัตย์ ยังคงเลือกอยู่ และ เลือกเพิ่มขั้น
ณ สถานการณ์ตอนนี้ ประชาธิปัตย์
เอาไพ่ใบสุดท้าย ม้าตัวเ็ก็ง ออกมาเล่น คือ ภาพลักษณ์
ไม่ว่าสถานการณ์ จะจบอย่างไร......................
ถ้าอนาคตประเทศไทย
ยังมีการเลือกตั้ง
ไม่มีทางเลยที่ ประชาธิปัตย์จะได้ คะแนนเสียงมากเท่าเก่าแน่นอน
เพราะคนกลางๆที่เขาเคยเลือกเขาเห็นหมดแล้วว่าประชาธิปัตย์มันก็มีแต่ภาพเท่านั้นเอง
>>>เมื่อไพ่ใบสุดท้าย.......... ถูกเปิด ต้นทุนที่เอามาแลกมัน มันจะคุ้มไหม
สิ่งเดียวที่ประชาธิปัตย์ไม่เคยแพ้คือภาพลักษณ์
ในสายตาคนกลางๆ ถ้าในเรื่องภาพลักษณ์ประชาธิปัตย์ดูดีกว่าเพื่อไทยอยู่ก้าวนึง
แต่ขนาดภาพดีขนาดไหน ผลคะแนนเลือกตั้งก็ไม่เคยโกหกใคร พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะเลือกตั้งใหญ่มากว่า 20 ปี
ตอนนี้ประชาธิปัตย์กำลังเอาจุดแข็งของตัวเอง ที่เป็นไพ่ใบสุดท้าย จากก้นหีบ
เอาออกมาใช้ เอาภาพลักษณ์ของตัวเองมาลงทุนเรียกมวลชน เอาภาพลักษณ์ของตัวเองมาเป็นบันไดสุ่อำนาจมืด
หลังจากศึกใหญ่ครั้งนี้ ไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่หรือไป ไม่ว่าประชาธิปัตย์จะแพ้หรือชนะ
แต่สิ่งที่ประชาธิปัตย์ลงทุนไป จะไม่มีวันได้กลับคืนมา และลดเกรดตัวเองลงมาเป็นพรรคพื้นๆเหมือนพรรคการเมืองอื่นๆ
นั้นคือภาพลักษณ์
สายตาคนกลางๆ มองประชาธิปัตย์ไม่เหมือนเดิม ยิ่งสายตาคนเสื้อแดงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เห็นไส้เห็นพุง ยี้ยิ่งกว่าเห็นขรี้
ทุกคนจับตาดูอยุ่หลังจากที่ประชาธิปัตย์ระดมคนได้ขนาดนี้แล้วจะทำอะไรต่อ
สุดท้ายม็อบรักประเทศก็ไม่ต่างอะไรจากม็อบอื่นๆที่เคยมีมาก่อนหน้านี้
ม็อบคนดี คนมีการศึกษา ม็อบที่เที่ยวเรียกด่าม็อบอื่นว่าควายโง่
สุดท้ายก็ลงเอยไม่ต่างกันกับม็อบที่ตัวเองด่า
หกสิบกว่าปีของประชาธิปัตย์
จนถึงในวันนี้ มาอยุ่ในมือของเหล่าเด็กโง่.....................
สิ่งที่ทำ... ไม่ได้ทำให้ประชาธิปัตย์ดูเหนือกว่าพรรคคู่แข่งแม้แต่เพียงนิดเดียว
ตรงกันข้าม กับลากพรรคประชาธิปัตย์ ลงสู่ก้นบึงกลางบึงน้ำคลำ ชื่อบึงการเมือง บึงแห่งการช่วงชิงอำนาจ
่มวลชนย่อมเป็นมวลชน มวลชนของพรรคย่อมเป็นมวลชนของพรรค
เลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ได้ประมาณ สิบล้านเสียง
เรื่องระดมผล แสน สองแสน ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ให้ออกมาแค่ 1-2 เปอรฺเซ็นต์
ก็ได้แล้ว ยิ่งกทม เป็นฐานหลักของประชาธืปัตย์ด้วย
แต่เรื่องที่ยากกว่าคือ จะทำยังไงให้ คนที่เลือก ประชาธิปัตย์ ยังคงเลือกอยู่ และ เลือกเพิ่มขั้น
ณ สถานการณ์ตอนนี้ ประชาธิปัตย์เอาไพ่ใบสุดท้าย ม้าตัวเ็ก็ง ออกมาเล่น คือ ภาพลักษณ์
ไม่ว่าสถานการณ์ จะจบอย่างไร......................
ถ้าอนาคตประเทศไทยยังมีการเลือกตั้ง
ไม่มีทางเลยที่ ประชาธิปัตย์จะได้ คะแนนเสียงมากเท่าเก่าแน่นอน
เพราะคนกลางๆที่เขาเคยเลือกเขาเห็นหมดแล้วว่าประชาธิปัตย์มันก็มีแต่ภาพเท่านั้นเอง