วิกฤติกฎหมาย ไทยชนไทย
ผ่าสถานการณ์อำนาจรัฐ “ขัดขืน” อำนาจตุลาการ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่ามีอำนาจรับเรื่องและพิจารณาคดี
ศาลรัฐธรรมนูญชี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาสมาชิกวุฒิสภาที่รับรองวาระแรกไม่ใช่ร่างเดิม พบมีการแก้ไขหลักการเจตนาปกปิดชัดเจน ดังนั้นเป็นการกระทำโดยมิชอบ
การเสียบบัตรแสดงตนแทนกันของ ส.ส. ดูจากหลักฐานที่ฝ่ายผู้ร้องได้รวบรวม ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ขัดหลักความซื่อสัตย์สุจริตที่ ส.ส.เคยปฏิญาณไว้ การออกเสียงให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนั้น เป็นการลงคะแนนอย่างทุจริต มิอาจถือว่าเป็นมติที่ชอบของรัฐสภา
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 กระบวนการพิจารณาคดีไม่ชอบ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 122, 125, 126, 291
และมีมติ 5 ต่อ 4 ชี้ว่า การแก้ไขที่มาของสมาชิกวุฒิสภา เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยให้ได้มาซึ่งอำนาจโดยมิชอบ แต่ไม่เข้าเงื่อนไขให้ยุบพรรคการเมืองจึงให้ยกคำร้อง
ผิดแทบจะทุกประตู เข้าเป้าฝ่ายผู้ร้องเกือบทุกประเด็น
เป็นคำตัดสินที่ชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำ จัดอยู่ในระดับ “เข้มข้น”
เบื้องต้นเลย เรียกเสียงเฮจากมวลชนทั้ง 2 ฝ่าย ภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์เพื่อวินิจฉัยกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
ฟันธงขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 แต่ไม่ถึงขั้นยุบพรรคการเมือง
อารมณ์หนึ่งก็เป็นเสียงไชโยที่แนวร่วมฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่แสดงอาการสะใจในคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาตรงเป้าหมายในการสกัดไม่ให้รื้อรัฐธรรมนูญ
เบรกเกมของเสียงข้างมากไว้ได้
อีกอารมณ์หนึ่งก็เป็นเสียงโห่ร้องดีใจของฝ่ายคนเสื้อแดงนปช.ที่โล่งอก พรรคเพื่อไทยรอดโทษยุบพรรค พอใจที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังได้อยู่บนเก้าอี้ รัฐบาลยังทำหน้าที่ต่อได้
ฝ่าย “ทักษิณ” ยังคงเสียงข้างมากในสภาไว้เหมือนเดิม
ไม่โดนล้มกระดานเพราะคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญแบบทันทีทันใดเหมือนคิวของอดีตรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่อดีตนายกฯสมัคร สุนทรเวช หลุดเก้าอี้เพราะคดีทำกับข้าวโชว์ทางทีวี และอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องพ้นตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค
ต่างฝ่ายต่างทึกทักว่าเข้าทางตัวเองไว้ก่อน
แต่นั่นก็แค่อารมณ์เบื้องต้น ยังไม่ได้พิจารณาถึง “อาฟเตอร์ช็อก” ที่จะตามมา
โดยเฉพาะกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันกับทุกองค์กร
ตามจังหวะที่เข้าเหลี่ยมฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนำไปขยายความขยายผล
เบื้องต้นเลยก็คือเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง
กระแสกดดันให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อกรณีการนำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯถวาย
กระทำการระคายเคืองเบื้องยุคลบาท
และไม่ใช่แค่กระแสเรียกร้องเท่านั้น ยังตามด้วยการขับเคลื่อนทางกฎหมายอย่างเป็นระบบ
ตามจังหวะที่ทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์แถลงออกอากาศ เร่งศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อดำเนินการยื่นถอดถอน ส.ส. และ ส.ว.ทั้ง 312 คน เนื่องจากถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร
สอดคล้องทำนองเดียวกันกับนายวันชัย สอนศิริ นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว. สรรหา ตัวแทนกลุ่ม 40 ส.ว. ก็แถลงยื่นเรื่องคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการถอดถอน ส.ส. และ ส.ว.312 คน ที่เสนอและเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญขัดต่อรัฐธรรมนูญ
อ้างประเด็นดังกล่าวถือเป็นใบเสร็จ หลักฐานว่า ส.ว. และ ส.ส. ทั้ง 312 คนได้กระทำความผิดแล้ว
ขณะที่อีกด้านก็เป็นฝ่ายมวลชนนอกสภา นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริง ชี้มูลความผิดและดำเนินคดีอาญาต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา และ ส.ส. กับ ส.ว. จำนวน 312 คนที่ร่วมเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มา ส.ว.
เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และกระทำขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รวมถึงการกระทำที่ขัดต่อประมวลจริยธรรมในการเร่งรัดพิจารณาร่างดังกล่าว
ฝ่ายต้านเรียงแถวหน้ากระดาน ตามซ้ำดาบสอง
และก็ไวเหมือนกัน วันเดียวกันเลยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ได้เรียกประชุมและหารือถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้รายงานความคืบหน้ากรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกรณีร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
อันเกี่ยวเนื่องจากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของวุฒิสภาโดยมิชอบ ตามกรอบการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกองค์กร
รัฐบาลโดนไล่บี้ไล่ต้อนอย่างหนัก
ตามรูปการณ์ที่ประเมินได้ แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะไม่เป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ 312 ส.ส. และ ส.ว.จะถูกยื่นถอดถอน
เพิ่มแรงกดดัน สร้างความยุ่งยากในการบริหารบ้านเมืองและงานในสภาฯ
สถานการณ์เสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงายได้ทุกขณะ
ตามปรากฏการณ์จึงมีการจับตามองไปที่การชิงเหลี่ยมในคิวยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื้อจังหวะกับทีมงานของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาและพรรคเพื่อไทย ตามเงื่อนไขถ้ามีการเสนอญัตติแล้วนายกฯจะยุบสภาไม่ได้
ปิดทางออกสุดท้ายตามระบอบประชาธิปไตย
เรื่องของเรื่อง เก็งกันว่า นายกฯยิ่งลักษณ์จะชิงจังหวะผ่าทางตันทางการเมืองด้วยการยุบสภา
แต่ก็ใช่ว่าจะยอมตั้งรับฝ่ายเดียว งานนี้ก็ไม่ยอมโดนต้อนเข้ามุมง่ายๆเหมือนกัน
โดยปรากฏการณ์ “แข็งขืน” อำนาจอธิปไตย 3 ขา มันเริ่มมาตั้งแต่ 312 ส.ส. และ ส.ว. แนวร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ประกาศไม่รับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ก่อนจะรู้ผลการวินิจฉัยประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.แล้ว
มันจึงไม่แปลกที่จะได้เห็นอารมณ์ของคนระดับนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างดุเดือด
ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นประชาธิปไตยจริงๆหรือไม่
ยืนยันไม่ขอรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเอาคน 6-7 คนมาทำหน้าที่ตัดสินความถูกผิดของประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย
และโดยปฏิกิริยาขั้นรุนแรงสุดเลยก็คือมติที่ประชุมพรรคเพื่อไทย
นายจารุพงศ์ นำทีมนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายโภคิน พลกุล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายชูศักดิ์ ศิรินิล ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาสมาชิกวุฒิสภา
ตั้งโต๊ะแถลงการณ์ 9 ข้อ ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
ยืนยันเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ถือเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชน ศาลจะก้าวล่วงเข้าไปใช้อำนาจนี้แทนไม่ได้
มิเช่นนั้นก็จะเป็นการยึดอำนาจของประชาชนไปใช้เช่นเดียวกับการรัฐประหาร
จ่อฟ้องร้องดำเนินคดี 5 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก ข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
สวนหมัด กระแทกกลับกันแบบตรงๆซึ่งหน้า
เร้ากับเสียงเชียร์ของมวลชนคนเสื้อแดง นปช.ที่จ่อยกระดับการชุมนุมปกป้องรัฐบาล พร้อมหนุนให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเดินหน้าโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ค้างลงมติวาระ 3 อยู่ในสภา
เมื่อแก้รายมาตรายังไม่พ้นโดนสกัด ก็รื้อมันทั้งฉบับให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย
สถานการณ์เข้าสู่โหมด “เปิดเกมรบ” เต็มรูปแบบ
ในภาวะ “วิกฤติเหลี่ยมกฎหมาย” ต่างฝ่ายต่างมองกันคนละแง่ ฝ่ายหนุนรัฐบาลกับแนวร่วมฝ่ายต้าน เล็งเหลี่ยมกฎหมายเฉพาะที่เข้าทางฝ่ายตัวเอง
ตัดสินถูกใจก็รับ วินิจฉัยไม่ถูกใจก็ไม่ยอมรับ ไม่มีใครฟังใคร
สัญญาณเกมแรง ต่างฝ่ายต่างมีกองกำลังมวลชนปักหลักกดดันประจันหน้า
ด้านหนึ่ง “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คุมม็อบแนวร่วมฝ่ายต้านรัฐบาล ปักหลักเวทีราชดำเนิน นัดชุมนุมใหญ่วันที่ 24 พฤศจิกายน
เดิมพันปิดเกมรัฐบาลของนายกฯหญิงให้ได้ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน
ขณะที่แนวร่วมเสื้อแดง นปช. ก็แยกย้ายไปเก็บข้าวเก็บของ เตรียมฟังสัญญาณนัดระดมพลเพื่อยกระดับการชุมนุมคุ้มกันรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้พ้นมือจากเกมล้มโต๊ะของฝ่ายต้าน
เงื่อนไขเร้าให้เผชิญหน้า สถานการณ์ “ตึงเครียด”
ไม่มีใครการันตีได้ว่า เงื่อนไขการชุมนุมอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธตามกรอบรัฐธรรมนูญ
ถึงเวลาจะอยู่ในกรอบหรือไม่
ท่ามกลางเค้ารางของความรุนแรง รัฐบาลโดยฝ่ายความมั่นคงออกมาแสดงความเป็นห่วงมือที่ 3 จะแฝงมาฉวยโอกาสก่อเหตุสร้างสถานการณ์
“วิกฤตินิติรัฐ” กำลังนำไปสู่สงครามมวลชน ปลุกอารมณ์ม็อบกดดันกัน
ฝ่ายหนึ่งยุให้ประชาชนแนวร่วมกระทำการอารยะขัดขืน ไม่ยอมรับอำนาจรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายถืออำนาจรัฐก็แสดงอาการแข็งขืนกับอำนาจการวินิจฉัยขององค์กรอิสระ
เงื่อนไขทั้ง 2 ฝ่าย นำไปสู่ภาวะความล่มสลายของรัฐ
และ
เมื่อบ้านเมืองไม่มีขื่อแป ไร้กฎกติกา ธรรมชาติของสังคมก็ย้อนกลับสู่ยุค “ป่าเถื่อน” ตัดสินกันด้วยกำลัง ใช้อาวุธเข้าห้ำหั่นกันเพื่อตัดสินปัญหา
สถานการณ์ไหลมาถึงจุดเสี่ยง “ไทยชนไทย”
สุดท้ายก็คนไทยทั้งนั้นที่เป็นเหยื่อ.
“ทีมการเมือง”
ไทยรัฐออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2556, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/384800
?????????????????????????????????????
บทความนี้ทั้งหมด สรุปได้เพียงว่า....
"...
เมื่อบ้านเมืองไม่มีขื่อแป ไร้กฎกติกา ธรรมชาติของสังคมก็ย้อนกลับสู่ยุค “ป่าเถื่อน” ตัดสินกันด้วยกำลัง ใช้อาวุธเข้าห้ำหั่นกันเพื่อตัดสินปัญหา...."
ตัวบ่อนทำลายสังคมและประเทศชาติคือใคร
ขอให้ร่วมกันจดจำไว้ให้ดีพี่น้อง
มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น....
ใครทำให้สังคมไร้กฏกติกา....
ใครทำให้ประเทศชาติต้องเข้าสู่กลียุค....???
แม่ลูกจันทร์ไทยรัฐ กระหน่ำประจานความชอบธรรมของตลกจนไม่เหลือซาก....
http://pantip.com/topic/31278883
ทีมข่าวไทยรัฐวิเคราะห์ข่าว"วิกฤติกฎหมาย ไทยชนไทย"...ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด...ต้นเหตุวิกฤติประเทศคือตลกไทย
ผ่าสถานการณ์อำนาจรัฐ “ขัดขืน” อำนาจตุลาการ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่ามีอำนาจรับเรื่องและพิจารณาคดี
ศาลรัฐธรรมนูญชี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาสมาชิกวุฒิสภาที่รับรองวาระแรกไม่ใช่ร่างเดิม พบมีการแก้ไขหลักการเจตนาปกปิดชัดเจน ดังนั้นเป็นการกระทำโดยมิชอบ
การเสียบบัตรแสดงตนแทนกันของ ส.ส. ดูจากหลักฐานที่ฝ่ายผู้ร้องได้รวบรวม ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ขัดหลักความซื่อสัตย์สุจริตที่ ส.ส.เคยปฏิญาณไว้ การออกเสียงให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนั้น เป็นการลงคะแนนอย่างทุจริต มิอาจถือว่าเป็นมติที่ชอบของรัฐสภา
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 กระบวนการพิจารณาคดีไม่ชอบ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 122, 125, 126, 291
และมีมติ 5 ต่อ 4 ชี้ว่า การแก้ไขที่มาของสมาชิกวุฒิสภา เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยให้ได้มาซึ่งอำนาจโดยมิชอบ แต่ไม่เข้าเงื่อนไขให้ยุบพรรคการเมืองจึงให้ยกคำร้อง
ผิดแทบจะทุกประตู เข้าเป้าฝ่ายผู้ร้องเกือบทุกประเด็น
เป็นคำตัดสินที่ชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำ จัดอยู่ในระดับ “เข้มข้น”
เบื้องต้นเลย เรียกเสียงเฮจากมวลชนทั้ง 2 ฝ่าย ภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์เพื่อวินิจฉัยกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
ฟันธงขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 แต่ไม่ถึงขั้นยุบพรรคการเมือง
อารมณ์หนึ่งก็เป็นเสียงไชโยที่แนวร่วมฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่แสดงอาการสะใจในคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาตรงเป้าหมายในการสกัดไม่ให้รื้อรัฐธรรมนูญ
เบรกเกมของเสียงข้างมากไว้ได้
อีกอารมณ์หนึ่งก็เป็นเสียงโห่ร้องดีใจของฝ่ายคนเสื้อแดงนปช.ที่โล่งอก พรรคเพื่อไทยรอดโทษยุบพรรค พอใจที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังได้อยู่บนเก้าอี้ รัฐบาลยังทำหน้าที่ต่อได้
ฝ่าย “ทักษิณ” ยังคงเสียงข้างมากในสภาไว้เหมือนเดิม
ไม่โดนล้มกระดานเพราะคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญแบบทันทีทันใดเหมือนคิวของอดีตรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่อดีตนายกฯสมัคร สุนทรเวช หลุดเก้าอี้เพราะคดีทำกับข้าวโชว์ทางทีวี และอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องพ้นตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค
ต่างฝ่ายต่างทึกทักว่าเข้าทางตัวเองไว้ก่อน
แต่นั่นก็แค่อารมณ์เบื้องต้น ยังไม่ได้พิจารณาถึง “อาฟเตอร์ช็อก” ที่จะตามมา
โดยเฉพาะกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันกับทุกองค์กร
ตามจังหวะที่เข้าเหลี่ยมฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนำไปขยายความขยายผล
เบื้องต้นเลยก็คือเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง
กระแสกดดันให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อกรณีการนำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯถวาย
กระทำการระคายเคืองเบื้องยุคลบาท
และไม่ใช่แค่กระแสเรียกร้องเท่านั้น ยังตามด้วยการขับเคลื่อนทางกฎหมายอย่างเป็นระบบ
ตามจังหวะที่ทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์แถลงออกอากาศ เร่งศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อดำเนินการยื่นถอดถอน ส.ส. และ ส.ว.ทั้ง 312 คน เนื่องจากถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร
สอดคล้องทำนองเดียวกันกับนายวันชัย สอนศิริ นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว. สรรหา ตัวแทนกลุ่ม 40 ส.ว. ก็แถลงยื่นเรื่องคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการถอดถอน ส.ส. และ ส.ว.312 คน ที่เสนอและเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญขัดต่อรัฐธรรมนูญ
อ้างประเด็นดังกล่าวถือเป็นใบเสร็จ หลักฐานว่า ส.ว. และ ส.ส. ทั้ง 312 คนได้กระทำความผิดแล้ว
ขณะที่อีกด้านก็เป็นฝ่ายมวลชนนอกสภา นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริง ชี้มูลความผิดและดำเนินคดีอาญาต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา และ ส.ส. กับ ส.ว. จำนวน 312 คนที่ร่วมเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มา ส.ว.
เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และกระทำขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รวมถึงการกระทำที่ขัดต่อประมวลจริยธรรมในการเร่งรัดพิจารณาร่างดังกล่าว
ฝ่ายต้านเรียงแถวหน้ากระดาน ตามซ้ำดาบสอง
และก็ไวเหมือนกัน วันเดียวกันเลยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ได้เรียกประชุมและหารือถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้รายงานความคืบหน้ากรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกรณีร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
อันเกี่ยวเนื่องจากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของวุฒิสภาโดยมิชอบ ตามกรอบการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันทุกองค์กร
รัฐบาลโดนไล่บี้ไล่ต้อนอย่างหนัก
ตามรูปการณ์ที่ประเมินได้ แม้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะไม่เป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ 312 ส.ส. และ ส.ว.จะถูกยื่นถอดถอน
เพิ่มแรงกดดัน สร้างความยุ่งยากในการบริหารบ้านเมืองและงานในสภาฯ
สถานการณ์เสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงายได้ทุกขณะ
ตามปรากฏการณ์จึงมีการจับตามองไปที่การชิงเหลี่ยมในคิวยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื้อจังหวะกับทีมงานของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาและพรรคเพื่อไทย ตามเงื่อนไขถ้ามีการเสนอญัตติแล้วนายกฯจะยุบสภาไม่ได้
ปิดทางออกสุดท้ายตามระบอบประชาธิปไตย
เรื่องของเรื่อง เก็งกันว่า นายกฯยิ่งลักษณ์จะชิงจังหวะผ่าทางตันทางการเมืองด้วยการยุบสภา
แต่ก็ใช่ว่าจะยอมตั้งรับฝ่ายเดียว งานนี้ก็ไม่ยอมโดนต้อนเข้ามุมง่ายๆเหมือนกัน
โดยปรากฏการณ์ “แข็งขืน” อำนาจอธิปไตย 3 ขา มันเริ่มมาตั้งแต่ 312 ส.ส. และ ส.ว. แนวร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ประกาศไม่รับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ก่อนจะรู้ผลการวินิจฉัยประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.แล้ว
มันจึงไม่แปลกที่จะได้เห็นอารมณ์ของคนระดับนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างดุเดือด
ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นประชาธิปไตยจริงๆหรือไม่
ยืนยันไม่ขอรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเอาคน 6-7 คนมาทำหน้าที่ตัดสินความถูกผิดของประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย
และโดยปฏิกิริยาขั้นรุนแรงสุดเลยก็คือมติที่ประชุมพรรคเพื่อไทย
นายจารุพงศ์ นำทีมนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายโภคิน พลกุล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายชูศักดิ์ ศิรินิล ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาสมาชิกวุฒิสภา
ตั้งโต๊ะแถลงการณ์ 9 ข้อ ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา
ยืนยันเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ถือเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชน ศาลจะก้าวล่วงเข้าไปใช้อำนาจนี้แทนไม่ได้
มิเช่นนั้นก็จะเป็นการยึดอำนาจของประชาชนไปใช้เช่นเดียวกับการรัฐประหาร
จ่อฟ้องร้องดำเนินคดี 5 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก ข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
สวนหมัด กระแทกกลับกันแบบตรงๆซึ่งหน้า
เร้ากับเสียงเชียร์ของมวลชนคนเสื้อแดง นปช.ที่จ่อยกระดับการชุมนุมปกป้องรัฐบาล พร้อมหนุนให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเดินหน้าโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ค้างลงมติวาระ 3 อยู่ในสภา
เมื่อแก้รายมาตรายังไม่พ้นโดนสกัด ก็รื้อมันทั้งฉบับให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย
สถานการณ์เข้าสู่โหมด “เปิดเกมรบ” เต็มรูปแบบ
ในภาวะ “วิกฤติเหลี่ยมกฎหมาย” ต่างฝ่ายต่างมองกันคนละแง่ ฝ่ายหนุนรัฐบาลกับแนวร่วมฝ่ายต้าน เล็งเหลี่ยมกฎหมายเฉพาะที่เข้าทางฝ่ายตัวเอง
ตัดสินถูกใจก็รับ วินิจฉัยไม่ถูกใจก็ไม่ยอมรับ ไม่มีใครฟังใคร
สัญญาณเกมแรง ต่างฝ่ายต่างมีกองกำลังมวลชนปักหลักกดดันประจันหน้า
ด้านหนึ่ง “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คุมม็อบแนวร่วมฝ่ายต้านรัฐบาล ปักหลักเวทีราชดำเนิน นัดชุมนุมใหญ่วันที่ 24 พฤศจิกายน
เดิมพันปิดเกมรัฐบาลของนายกฯหญิงให้ได้ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน
ขณะที่แนวร่วมเสื้อแดง นปช. ก็แยกย้ายไปเก็บข้าวเก็บของ เตรียมฟังสัญญาณนัดระดมพลเพื่อยกระดับการชุมนุมคุ้มกันรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้พ้นมือจากเกมล้มโต๊ะของฝ่ายต้าน
เงื่อนไขเร้าให้เผชิญหน้า สถานการณ์ “ตึงเครียด”
ไม่มีใครการันตีได้ว่า เงื่อนไขการชุมนุมอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธตามกรอบรัฐธรรมนูญ
ถึงเวลาจะอยู่ในกรอบหรือไม่
ท่ามกลางเค้ารางของความรุนแรง รัฐบาลโดยฝ่ายความมั่นคงออกมาแสดงความเป็นห่วงมือที่ 3 จะแฝงมาฉวยโอกาสก่อเหตุสร้างสถานการณ์
“วิกฤตินิติรัฐ” กำลังนำไปสู่สงครามมวลชน ปลุกอารมณ์ม็อบกดดันกัน
ฝ่ายหนึ่งยุให้ประชาชนแนวร่วมกระทำการอารยะขัดขืน ไม่ยอมรับอำนาจรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายถืออำนาจรัฐก็แสดงอาการแข็งขืนกับอำนาจการวินิจฉัยขององค์กรอิสระ
เงื่อนไขทั้ง 2 ฝ่าย นำไปสู่ภาวะความล่มสลายของรัฐ
และเมื่อบ้านเมืองไม่มีขื่อแป ไร้กฎกติกา ธรรมชาติของสังคมก็ย้อนกลับสู่ยุค “ป่าเถื่อน” ตัดสินกันด้วยกำลัง ใช้อาวุธเข้าห้ำหั่นกันเพื่อตัดสินปัญหา
สถานการณ์ไหลมาถึงจุดเสี่ยง “ไทยชนไทย”
สุดท้ายก็คนไทยทั้งนั้นที่เป็นเหยื่อ.
“ทีมการเมือง”
ไทยรัฐออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2556, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/384800
?????????????????????????????????????
บทความนี้ทั้งหมด สรุปได้เพียงว่า....
"...เมื่อบ้านเมืองไม่มีขื่อแป ไร้กฎกติกา ธรรมชาติของสังคมก็ย้อนกลับสู่ยุค “ป่าเถื่อน” ตัดสินกันด้วยกำลัง ใช้อาวุธเข้าห้ำหั่นกันเพื่อตัดสินปัญหา...."
ตัวบ่อนทำลายสังคมและประเทศชาติคือใคร
ขอให้ร่วมกันจดจำไว้ให้ดีพี่น้อง
มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น....
ใครทำให้สังคมไร้กฏกติกา....
ใครทำให้ประเทศชาติต้องเข้าสู่กลียุค....???
แม่ลูกจันทร์ไทยรัฐ กระหน่ำประจานความชอบธรรมของตลกจนไม่เหลือซาก....
http://pantip.com/topic/31278883