คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 20 พ.ย. ให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ ส.ว.มาจากเลือกตั้งตกไป
เพราะขัดรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ทำให้เกิดปฏิกิริยาทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจากแวดวงนักกฎหมาย
และผู้ติดตาม คำวินิจฉัยยังได้วิพากษ์วิจารณ์การใช้เสียงข้างมาก การให้ ส.ว.มาจากเลือกตั้งทั้งหมด
ว่าทำให้การเมืองเสียดุลยภาพ การตรวจสอบ หรือบทบาทการเป็นสติปัญญาของสภาสูงเสียหายไป ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ศาลไม่ได้สั่งตัดสิทธิ เพิกถอนสมาชิกภาพ หรือยุบพรรค
ประเด็นสำคัญที่มีผู้สงสัยจำนวนมาก ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือ
ในเมื่อไม่ได้มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ขณะที่รัฐธรรมนูญมาตรา 291 กำหนดให้รัฐสภา
มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อจำกัด 2 ข้อ คือ ห้ามเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และห้ามเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ ศาลรัฐธรรมนูญเอง
ยังเคยวินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัย ที่ 18-22/2555 ว่า เป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา
ขณะที่นักกฎหมายเห็นต่างกัน อาทิ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่า
เป็นการพิจารณาตามมาตรา 68 อันเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ส่วน
นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้หยิบ
ยกมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญในเรื่องหลักนิติธรรม มาอ้างว่าศาลมีสิทธิโดยชอบธรรมในการวินิจฉัยร่าง
แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ในรัฐธรรมนูญไม่มีบทบัญญัติในมาตราใดเลยที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามามีอำนาจ
ตรวจสอบร่างฯแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
ยังมีประเด็นอื่นๆ อีกมากในคำวินิจฉัย ที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และเป็นข้อขัดแย้ง ทางออกใน
เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ ขณะที่ฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากคำวินิจฉัยนี้ก็จะต้องเดินหน้า
ขยายผลการวินิจฉัยต่อไป ในขั้นนี้เห็นว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นมากมายนี้ ทุกฝ่าย รวมถึงผู้ตกเป็น
เป้าของการวิจารณ์ควรน้อมรับและนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ และหาทางแก้ไข ไม่ควรถือว่ามาจาก
ฝ่ายที่เสียประโยชน์ หรือฝ่ายที่มีแนวคิดทางการเมืองแตกต่าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความยุติธรรมที่
แท้จริง ที่ทุกฝ่ายยอมรับ
http://www.matichon.co.th/daily/view_newsonline.php?newsid=1385173028§ionid=0102
เพิ่งจบไปสด สด ร้อน ร้อน คือการวิจารณ์ของคณะนิติราษฏร์ นักกฎหมายระดับมันสมอง
ความรู้ ความความคิดเห็น มั่นใจว่า ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนุญทุกท่าน
เสียงวิจารณ์เซ็งแช่ ระดับนี้ น่าจะเหมือน กระจกเงาบานใหญ่ ให้ศาลได้ส่องมองการกระทำ
คำวินิจฉัย ของท่านว่า มันเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ไหม อย่าส่องแต่กระจกวิเศษ ที่ยกย่อง
เชิดชูเท่านั้น ตลก.จะมาดับไฟ ความขัดแย้ง หรือจะมาเป็นพัด เป่าโหมไฟให้ลุกโชติช่วง
ดูจาก การชุมนุม พรุ่งนี้ ก็ได้ หรือนี่คือ เป้าประสงค์ของศาล ....
รับฟังเสียงวิจารณ์ บทนำ มติชน ...... มาวิจารณ์ ศาลรัฐธรรมนูญ กันหน่อย หลังฟัง นิติราษฏร์แล้ว
เพราะขัดรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ทำให้เกิดปฏิกิริยาทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจากแวดวงนักกฎหมาย
และผู้ติดตาม คำวินิจฉัยยังได้วิพากษ์วิจารณ์การใช้เสียงข้างมาก การให้ ส.ว.มาจากเลือกตั้งทั้งหมด
ว่าทำให้การเมืองเสียดุลยภาพ การตรวจสอบ หรือบทบาทการเป็นสติปัญญาของสภาสูงเสียหายไป ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ศาลไม่ได้สั่งตัดสิทธิ เพิกถอนสมาชิกภาพ หรือยุบพรรค
ประเด็นสำคัญที่มีผู้สงสัยจำนวนมาก ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือ
ในเมื่อไม่ได้มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ขณะที่รัฐธรรมนูญมาตรา 291 กำหนดให้รัฐสภา
มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อจำกัด 2 ข้อ คือ ห้ามเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และห้ามเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ ศาลรัฐธรรมนูญเอง
ยังเคยวินิจฉัยไว้ในคำวินิจฉัย ที่ 18-22/2555 ว่า เป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา
ขณะที่นักกฎหมายเห็นต่างกัน อาทิ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่า
เป็นการพิจารณาตามมาตรา 68 อันเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ส่วน
นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้หยิบ
ยกมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญในเรื่องหลักนิติธรรม มาอ้างว่าศาลมีสิทธิโดยชอบธรรมในการวินิจฉัยร่าง
แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ในรัฐธรรมนูญไม่มีบทบัญญัติในมาตราใดเลยที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามามีอำนาจ
ตรวจสอบร่างฯแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
ยังมีประเด็นอื่นๆ อีกมากในคำวินิจฉัย ที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และเป็นข้อขัดแย้ง ทางออกใน
เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ ขณะที่ฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากคำวินิจฉัยนี้ก็จะต้องเดินหน้า
ขยายผลการวินิจฉัยต่อไป ในขั้นนี้เห็นว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นมากมายนี้ ทุกฝ่าย รวมถึงผู้ตกเป็น
เป้าของการวิจารณ์ควรน้อมรับและนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ และหาทางแก้ไข ไม่ควรถือว่ามาจาก
ฝ่ายที่เสียประโยชน์ หรือฝ่ายที่มีแนวคิดทางการเมืองแตกต่าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความยุติธรรมที่
แท้จริง ที่ทุกฝ่ายยอมรับ
http://www.matichon.co.th/daily/view_newsonline.php?newsid=1385173028§ionid=0102
เพิ่งจบไปสด สด ร้อน ร้อน คือการวิจารณ์ของคณะนิติราษฏร์ นักกฎหมายระดับมันสมอง
ความรู้ ความความคิดเห็น มั่นใจว่า ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนุญทุกท่าน
เสียงวิจารณ์เซ็งแช่ ระดับนี้ น่าจะเหมือน กระจกเงาบานใหญ่ ให้ศาลได้ส่องมองการกระทำ
คำวินิจฉัย ของท่านว่า มันเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ไหม อย่าส่องแต่กระจกวิเศษ ที่ยกย่อง
เชิดชูเท่านั้น ตลก.จะมาดับไฟ ความขัดแย้ง หรือจะมาเป็นพัด เป่าโหมไฟให้ลุกโชติช่วง
ดูจาก การชุมนุม พรุ่งนี้ ก็ได้ หรือนี่คือ เป้าประสงค์ของศาล ....