ไม่ได้มีเวลาเข้ามาอ่านหรือตั้งกระทู้มาก แต่มีเหตุที่เป็นควันหลงจากการพิจารณาคดีของศาล ฯ รธน. ในกรณีแก้ไขที่มาของ ส.ว.
เท่าที่ฟัง ๆ มา เห็นนักวิชาการหลายคน ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นที่ "เข้าท่า" หลายคน
ความจริงไม่อยากจะพูดถึง ตุลาการชุดนี้ เพราะท่านทั้งหลาย ก็มีที่มาอย่างไร พวกเราคงจะรู้แล้ว เอาเป็นว่าจะขอพูดในเรื่องเนื้อหาที่ ศาล ฯ พิจารณาไว้ก็แล้วกัน
1). ศาล ฯ บอกว่า ศาล ฯ มีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณา
เรื่องนี้พูดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วว่า ศาล ฯ ไม่มีอำนาจรับตาม มาตรา 68 รธน.เขียนไว้เหมือนเดิมทุกประการเหมือนปี 40 ว่า ให้อัยการสูงสุดเป็นคนรับเรื่อง ไม่ใช่ศาล ฯ ศาล ฯ จะไปทำเกินอำนาจของตนเองไม่ได้
ตรงนี้ ศาล ฯ ผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง ...ผิดมาตรา 68 วรรค 1
--------------------------------------------------------
ขอเสริมประเด็นนี้หน่อย...พอดีฟัง อ.เอกชัยพูดในช่องเนชั่น แกยกตัวอย่าง อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า กฎหมาย เขียนให้อำนาจตำรวจยังงี้ ๆ ๆ อัยการ อย่างนี้ ๆ ๆ ศาล อย่างนี้ ๆ ๆ
วันก่อนขับรถ ผมแวะเข้าห้องน้ำที่ด่านอโศก เห็นตำรวจเขากำลังเปรียบเทียบปรับ พวกที่ทำผิด พรบ.จราจร ฯ ก็เลยยืนดู เขาก็ไม่ได้สนใจผมนะ ผมแอบยืนดูห่าง ๆ
สังเกตเห็น คนขับรถบางท่าน เขาก็อ้างว่า โดนนั่นโดนนี่แล้ว เช่น ใบต่อ พรบ. ยังไม่มาอย่างโน้นอย่างนี้ ตำรวจก็เอา พรบ.ให้ดูเลย ว่า กฎหมายเขาเขียนไว้อย่างนี้
นี่คือลักษณะของการใช้อำนาจตามกฎหมาย
ผมไม่อยากจะย้อนความถึง เมื่อปี 48 ที่พวกคนกลุ่มหนึ่งเขาบอกว่า ไปขอนายกพระราชทาน ก็พรรค ปชป. นั่นแหละ ที่ไปขอ อุตส่าห์ลงในหน้าเว็บ ฯ ด้วย คนในราชดำเนินก็ไป capture มาไว้..
ผลปรากฎว่า เป็นเช่นไร ก็คงไม่ต้องบอกว่า มาตรา 7 ทำไม่ได้ เพราะอะไรถึงไม่ได้ ผมแนะนำให้คนที่เข้ามาอ่าน หรือเพิ่งสนใจการเมือง ไปดูใน Google หาคำว่า ขอนายกพระราชทานมาตรา 7 ปี 2548 ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
งานนี้จะได้รู้เสียทีว่าใครมั่วนิ่มกันแน่
----------
เพิ่มเติมประเด็น ม.68 ฉบับภาษาอังกฤษเขียนว่า
"
Section 68 No person shall exercise the rights and liberties prescribed in the Constitution
to overthrow the democratic regime of government
In the case where a person or a political party has committed the act under paragraph one, the person knowing of such act
shall have the right to request the Prosecutor General to investigate its facts and submit a motion to the Constitutional Court for ordering cessation of such act without, however, prejudice to the institution of a criminal action against such person. ."
ในฉบับภาษาอังกฤษ ยิ่งอ่านเข้าใจง่าย ตรงที่ผมขีดเส้นใต้เอาไว้.... ประเด็นที่ว่า การแก้ที่มา ส.ว. มันล้มล้างการปกครอง ฯ อย่างไร..ตรงนี้ศาล ฯ ตอบไม่ได้
และเส้นใต้ที่สอง ก็ยังเขียนว่า ให้อัยการสูงสุดเป็นคนตรวจสอบ....แต่นี่ ศาล ฯ ซึ่งมีอำนาจตัดสิน.. (ดูรูปข้างล่าง) กลับมา "สอบสวน" เสียเอง
ตรงนี้ถือว่า "ผิดหน้าที่"

--------------------------------------------------------------------
2). ศาล ฯ ไปอ้างว่า การแก้ไข ฯ มันผิดเจตนารมณ์ของ รธน.
อันนี้ มันก็ผิด เพราะศาล ฯ จะไปอ้างเจตนารมณ์แบบนั้นไม่ได้ เพราะถ้าหากศาล ฯ จะอ้างเจตนารมณ์...จะต้องไปดูในตอนแปรญัตติ ที่....ใครนะ ที่ชื่อ จรัญ ๆ นี่แหละ ที่ไปเขียนไว้ตอนร่าง รธน. และกฎหมายประกอบ ฯ ว่า มาตรา 68 นั้น จะต้องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น...จะไม่พูดว่าใครเป็นคนพูด...ไปหาเอาเอง เพราะในเจตนารมณ์ของการเขียนว่า "และให้อัยการสูงสุด" นั่นคือเจตนารมณ์ที่เขียนไว้ใน "มาตรา 68"
3). ขั้นตอนการแปรญัตติ สมาชิก ฯ มีเวลาอภิปรายไม่พอ..
ประเด็นนี้ เรียนด้วยความสงสัยจริง ๆ
ผมนั่งฟังเขาแปรญัตติ มาสองสามวัน ประเด็นซ้ำ ๆ อยู่เรื่องเดิม ๆ คือ "กลัว" ว่า จะเป็นสภา ฯ ผัวเมีย
ก็เลยเข้าใจใน "เจตนารมณ์" ของ คนที่เขียนมาตรา 68 ว่า...นี่ไง...สาเหตุที่เขาเขียนว่า ให้อัยการสูงสุด เป็นคนตรวจสอบข้อเท็จจริง...
คำว่า ข้อเท็จจริง ก็คือ ...มันจริงหรือเปล่า...ไม่ใช่การนั่งจินตนาการเอาเองว่า จะเป็นสภาทาส หรืออะไร
เพราะ ส.ส. ที่ไปยื่นเรื่องนี้กับศาล ฯ ก็มาจากพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่ง มีโคตรเหง้าศักราช เป็น ส.ส. อยู่ในสภา มาชั่วนาตาปี เหมือนกัน
ถามอย่าง จังหวัดตาก ใครเป็นลูก ใครเป็นพ่อ ...ส.ส. น่ะ..
สรุปง่าย ๆ คำว่า Activist Judges เป็นคำที่ฝรั่งเขาวิจารณ์พวกท่าน..
ความหมายคืออะไรก็ไม่ทราบครับ ท่านต้องไปเปิดพจนานุกรมฉบับภาษาอังกฤษเอาเอง
***วันนี้ขอวิจารณ์คำวินิจฉัยของศาล ฯ *** (The Activist Judges)
เท่าที่ฟัง ๆ มา เห็นนักวิชาการหลายคน ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นที่ "เข้าท่า" หลายคน
ความจริงไม่อยากจะพูดถึง ตุลาการชุดนี้ เพราะท่านทั้งหลาย ก็มีที่มาอย่างไร พวกเราคงจะรู้แล้ว เอาเป็นว่าจะขอพูดในเรื่องเนื้อหาที่ ศาล ฯ พิจารณาไว้ก็แล้วกัน
1). ศาล ฯ บอกว่า ศาล ฯ มีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณา
เรื่องนี้พูดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วว่า ศาล ฯ ไม่มีอำนาจรับตาม มาตรา 68 รธน.เขียนไว้เหมือนเดิมทุกประการเหมือนปี 40 ว่า ให้อัยการสูงสุดเป็นคนรับเรื่อง ไม่ใช่ศาล ฯ ศาล ฯ จะไปทำเกินอำนาจของตนเองไม่ได้
ตรงนี้ ศาล ฯ ผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง ...ผิดมาตรา 68 วรรค 1
--------------------------------------------------------
ขอเสริมประเด็นนี้หน่อย...พอดีฟัง อ.เอกชัยพูดในช่องเนชั่น แกยกตัวอย่าง อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า กฎหมาย เขียนให้อำนาจตำรวจยังงี้ ๆ ๆ อัยการ อย่างนี้ ๆ ๆ ศาล อย่างนี้ ๆ ๆ
วันก่อนขับรถ ผมแวะเข้าห้องน้ำที่ด่านอโศก เห็นตำรวจเขากำลังเปรียบเทียบปรับ พวกที่ทำผิด พรบ.จราจร ฯ ก็เลยยืนดู เขาก็ไม่ได้สนใจผมนะ ผมแอบยืนดูห่าง ๆ
สังเกตเห็น คนขับรถบางท่าน เขาก็อ้างว่า โดนนั่นโดนนี่แล้ว เช่น ใบต่อ พรบ. ยังไม่มาอย่างโน้นอย่างนี้ ตำรวจก็เอา พรบ.ให้ดูเลย ว่า กฎหมายเขาเขียนไว้อย่างนี้
นี่คือลักษณะของการใช้อำนาจตามกฎหมาย
ผมไม่อยากจะย้อนความถึง เมื่อปี 48 ที่พวกคนกลุ่มหนึ่งเขาบอกว่า ไปขอนายกพระราชทาน ก็พรรค ปชป. นั่นแหละ ที่ไปขอ อุตส่าห์ลงในหน้าเว็บ ฯ ด้วย คนในราชดำเนินก็ไป capture มาไว้..
ผลปรากฎว่า เป็นเช่นไร ก็คงไม่ต้องบอกว่า มาตรา 7 ทำไม่ได้ เพราะอะไรถึงไม่ได้ ผมแนะนำให้คนที่เข้ามาอ่าน หรือเพิ่งสนใจการเมือง ไปดูใน Google หาคำว่า ขอนายกพระราชทานมาตรา 7 ปี 2548 ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
งานนี้จะได้รู้เสียทีว่าใครมั่วนิ่มกันแน่
----------
เพิ่มเติมประเด็น ม.68 ฉบับภาษาอังกฤษเขียนว่า
"Section 68 No person shall exercise the rights and liberties prescribed in the Constitution to overthrow the democratic regime of government
In the case where a person or a political party has committed the act under paragraph one, the person knowing of such act shall have the right to request the Prosecutor General to investigate its facts and submit a motion to the Constitutional Court for ordering cessation of such act without, however, prejudice to the institution of a criminal action against such person. ."
ในฉบับภาษาอังกฤษ ยิ่งอ่านเข้าใจง่าย ตรงที่ผมขีดเส้นใต้เอาไว้.... ประเด็นที่ว่า การแก้ที่มา ส.ว. มันล้มล้างการปกครอง ฯ อย่างไร..ตรงนี้ศาล ฯ ตอบไม่ได้
และเส้นใต้ที่สอง ก็ยังเขียนว่า ให้อัยการสูงสุดเป็นคนตรวจสอบ....แต่นี่ ศาล ฯ ซึ่งมีอำนาจตัดสิน.. (ดูรูปข้างล่าง) กลับมา "สอบสวน" เสียเอง
ตรงนี้ถือว่า "ผิดหน้าที่"
--------------------------------------------------------------------
2). ศาล ฯ ไปอ้างว่า การแก้ไข ฯ มันผิดเจตนารมณ์ของ รธน.
อันนี้ มันก็ผิด เพราะศาล ฯ จะไปอ้างเจตนารมณ์แบบนั้นไม่ได้ เพราะถ้าหากศาล ฯ จะอ้างเจตนารมณ์...จะต้องไปดูในตอนแปรญัตติ ที่....ใครนะ ที่ชื่อ จรัญ ๆ นี่แหละ ที่ไปเขียนไว้ตอนร่าง รธน. และกฎหมายประกอบ ฯ ว่า มาตรา 68 นั้น จะต้องผ่านอัยการสูงสุดเท่านั้น...จะไม่พูดว่าใครเป็นคนพูด...ไปหาเอาเอง เพราะในเจตนารมณ์ของการเขียนว่า "และให้อัยการสูงสุด" นั่นคือเจตนารมณ์ที่เขียนไว้ใน "มาตรา 68"
3). ขั้นตอนการแปรญัตติ สมาชิก ฯ มีเวลาอภิปรายไม่พอ..
ประเด็นนี้ เรียนด้วยความสงสัยจริง ๆ
ผมนั่งฟังเขาแปรญัตติ มาสองสามวัน ประเด็นซ้ำ ๆ อยู่เรื่องเดิม ๆ คือ "กลัว" ว่า จะเป็นสภา ฯ ผัวเมีย
ก็เลยเข้าใจใน "เจตนารมณ์" ของ คนที่เขียนมาตรา 68 ว่า...นี่ไง...สาเหตุที่เขาเขียนว่า ให้อัยการสูงสุด เป็นคนตรวจสอบข้อเท็จจริง...
คำว่า ข้อเท็จจริง ก็คือ ...มันจริงหรือเปล่า...ไม่ใช่การนั่งจินตนาการเอาเองว่า จะเป็นสภาทาส หรืออะไร
เพราะ ส.ส. ที่ไปยื่นเรื่องนี้กับศาล ฯ ก็มาจากพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่ง มีโคตรเหง้าศักราช เป็น ส.ส. อยู่ในสภา มาชั่วนาตาปี เหมือนกัน
ถามอย่าง จังหวัดตาก ใครเป็นลูก ใครเป็นพ่อ ...ส.ส. น่ะ..
สรุปง่าย ๆ คำว่า Activist Judges เป็นคำที่ฝรั่งเขาวิจารณ์พวกท่าน..
ความหมายคืออะไรก็ไม่ทราบครับ ท่านต้องไปเปิดพจนานุกรมฉบับภาษาอังกฤษเอาเอง