ทอย (19)

กระทู้สนทนา
“พ่อหนุ่มช่วยห่อของขวัญให้ด้วยนะจ๊ะ”
    
“...ค ครับ” ทอยกระพริบตาตื่นขึ้นจากฝันกลางวัน ความฝันที่เหมือนจริงแต่กลับจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับทรายในกำมือ ซึ่งสุดท้ายถึงแม้จะไม่อาจไขว่คว้าสิ่งใดไว้ได้ แต่ก็จะหลงเหลือเม็ดทรายเปื้อนติดอยู่ในมือทุกครั้ง มันเป็นความฝันที่สมจริง หรือว่าความเป็นจริงที่เราเข้าใจนี้ ที่จริงแล้วก็เป็นเพียงความฝันอีกชนิดหนึ่งเท่านั้น
    
'ฉันฝันถึงเรื่องอะไรกันนะ' ความฝันทั้งหมดนั้นหายไปแล้ว
    
เขารับสินค้าจากลูกค้าที่ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นหญิงชรา แต่เมื่อมองดูให้ดีจึงรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ยังคงมีความงดงามจนแม้แต่เวลาก็ไม่อาจทำสิ่งใดกับตัวเธอได้มากนัก ยกเว้นเพียงแววตาคู่นั้นที่ย้ำเตือนให้รู้ว่าเธอได้ผ่านพบกับเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตมาแล้วมากมายนัก 'แต่ทำไมใบหน้า ไม่ใช่สิ แววตาของเธอถึงได้รู้สึกคุ้นตาเหลือเกิน'
    
“เชิญทางนี้เลยครับ”
    
เขาเดินลัดเลาะผ่านชั้นวางสินค้าที่เรียงรายซับซ้อนราวกับเป็นเขาวงกตเล็กๆ ได้อย่างชำนาญ เพราะเขาต้องเดินผ่านพวกมัน จัดพวกมัน ย้ายพวกมัน มาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง กี่เดือน กี่ปี การเป็นพนักงานขายโดยเฉพาะในแผนกของเล่นนี้นับเป็นงานที่เขารัก งานที่เขาใฝ่ฝัน และเขาตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่ในทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที
    
เขาพาเธอมายังมุมห่อของขวัญซึ่งจะถูกตั้งขึ้นเสมอในช่วงเวลานี้ของทุกปี ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ช่วงเวลาแห่งความสุขสนุกสนาน ช่วงเวลาที่แม้แต่คนซึ่งไม่มีความสุขต่างก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะลืมความทุกข์ของตนไปแม้ได้เพียงชั่วครู่ชั่วยามก็ตามที
    
มุมที่ว่านี้ประกอบไปด้วยโต๊ะยาวตัวหนึ่งซึ่งมีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ สำหรับการห่อของขวัญวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ ด้านหลังเป็นตู้ที่มีกระดาษห่อของขวัญซึ่งมีสีสัน และลวดลายต่างๆ ให้เลือกมากมาย ที่ข้างโต๊ะยังมีกล่องกระดาษใบใหญ่ใส่โบว์ที่ทำจากริบบิ้นสีต่างๆ ซึ่งถึงแม้จะไม่งดงามเท่ากับที่มีจัดเอาไว้ขายต่างหาก แต่ก็นับว่าดูดีทีเดียว ทุกอย่างมีอยู่อย่างครบถ้วน จะขาดไปก็เพียงตัวพนักงานห่อของขวัญเท่านั้นที่ไม่รู้ว่าหายไปไหน
    
'กรุณารอสักครู่นะครับ ผมจะไปตามพนักงานห่อของขวัญมาให้' เขาคิดที่จะพูดออกไปแบบนั้น แต่เมื่อหันมาสบตากับเธอ เขากลับพูดออกไปว่า “เชิญเลือกกระดาษกับโบว์ที่ต้องการได้เลยครับ ผมจะห่อให้เอง” เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตนเองจึงพูดออกไปแบบนั้น 'ก็ฉันห่อของขวัญไม่เป็น...หรือว่าจะเป็น' เขาขยับเข้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะยาวพร้อมกับเกิดความรู้สึกไม่แน่ใจ เขาวงกตที่เกิดจากชั้นวางสินค้าที่อยู่รอบตัวคล้ายกับมีการเคลื่อนที่สับเปลี่ยนไปมา 'ไม่ มันเป็นไปไม่ได้' และพวกมันก็ไม่ได้เคลื่อนไปไหน พวกมันยังคงอยู่ในที่เดิมอย่างที่เขาจำได้ เขาซึ่งเป็นคนที่จัดพวกมันทั้งหมดเองกับมือ
    
“อันนี้ดูดีไหมจ๊ะ พ่อหนุ่ม” เธอวางกระดาษสีเหลืองซึ่งมีลวดลายเป็นชายทะเล เปลือกหอย ลูกบอล เก้าอี้ผ้าใบ ร่มคันใหญ่ กระป๋องพลาสติกใบเล็กกับอุปกรณ์ที่ใช้เล่นก่อกองทราย พวกมันทำให้เขาหวนนึกถึงช่วงเวลาหน้าร้อนในวัยเด็ก ความสนุกที่ผ่านไปแล้วแต่ไม่เคยลืมเลือน ปราสาททรายที่ก่อขึ้นอย่างสนุกสนาน ก่อนจะถูกคลื่นซัด หรือไม่ก็พังมันด้วยมือของตนเองก่อนที่จะต้องจากไป
    
กระดาษห่อของขวัญแผ่นนี้ดูเก่า เขาไม่แน่ใจว่ามันจะเคยอยู่บนตู้ที่ด้านหลังก่อนหน้านี้ 'แต่เธอจะเอามันมาจากที่ไหนได้อีก' ดังนั้นมันก็ต้องมีอยู่บนตู้อย่างไม่ต้องสงสัย
    
เธอยิ้ม แต่เขาเห็นว่าแววตาของเธอนั้นไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลย
    
“...ครับ มันสวยมากทีเดียว”
    
“หลานชายของฉันชอบทะเลมาก แม้แต่ตอนที่ยังเล็กมากๆ ตอนที่เขาได้เห็นทะเลเป็นครั้งแรก ฉันไม่รู้ว่าเด็กคนอื่นจะเป็นอย่างไร แต่ฉันเห็นเขาทำตาโต อ้าปาก ตบมือ พร้อมกับพยายามเรียกให้ทุกคนดูคลื่นที่ซัดเข้ามาไม่ยอมหยุดหย่อน และเขาก็ตื่นเต้นอย่างนั้นได้ทั้งวัน”
    
เธอบอกพร้อมกับจ้องตาเขา จนเขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจขึ้นมา
    
“ถ้าใช้โบว์แบบนี้จะเข้ากันไหม”
    
เธอวางโบว์แบบเรียบๆ สีแดงลงบนกระดาษ และมันเองก็ดูเก่าเช่นกัน มันเป็นโบว์ที่ถูกพันขึ้นอย่างง่ายๆ ด้วยฝีมือที่ดูไม่ค่อยชำนาญ มันควรอยู่ตามบ้าน ไม่ใช่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่โตแห่งนี้
    
“...ครับ มัน มันเหมือนกับมาจากห่อของขวัญที่น่าจดจำห่อหนึ่งเลยทีเดียวครับ” ไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงพูดออกไปแบบนี้ แต่เขาเชื่อว่ามันต้องเป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
    
“ดีจ๊ะพ่อหนุ่ม ช่วยห่อให้สวยเลยนะ ฉันคิดว่าเธอน่าจะจำได้ว่ามันเคยห่ออย่างไร” เธอพูดช้าๆ เน้นพวกมันทีละคำ และเช่นเดิมที่แววตาของเธอดูจริงจังจนเกินไป มันพยายามบอกเล่าเรื่องราวบางสิ่งที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เธอกำลังพูด มันเหมือนกับว่าเธอจำเป็นต้องพูดไปตามบทที่ถูกกำหนดมา แต่ด้วยอารมณ์ที่ต่างออกไป
    
เป็นครั้งแรกที่เขาได้มองดูของเล่นซึ่งเธอเลือกมาเป็นของขวัญให้กับหลานชายคนที่ว่าอย่างเต็มตา มันเป็นชุดเครื่องมือช่างทำจากพลาสติกซึ่งมีทั้ง ค้อน คีม ไขควงหลายแบบหลากสี สำหรับใช้เล่นสร้างสิ่งของต่างๆ ขึ้นด้วยจินตนาการ
    
“...ตอนเด็กๆ ผมก็เคยมีของเล่นแบบนี้เหมือนกัน” เขาพูดออกไปโดยไม่ทันรู้ตัว 'ฉันเคยมีของเล่นพวกนี้จริงหรือ' เขาไม่แน่ใจ 'ฉันก็เคยไปทะเลตอนเด็กๆ เคยก่อปราสาททรายเหมือนกัน' แต่ใครๆ ก็ต้องเคยกันทั้งนั้น 'ฉันชอบทะเล ฉันนอนมองคลื่นพวกนั้นทั้งวันได้ไม่เคยเบื่อ' เด็กทุกคนต่างก็ชอบทะเลด้วยกันทั้งนั้น
    
เขาเริ่มสับสน แต่ก็ลงมือทำงานที่อยู่ตรงหน้า เพราะเขารักงานนี้ เขาจะทำมันให้ดีที่สุด ของเล่นชุดนี้ถูกบรรจุอยู่ภายในกล่องเรียบร้อยแล้วจึงทำให้ง่ายต่อการห่อ เขาวางมันลงบนแผ่นกระดาษ เลื่อนมันไปมาเพื่อกะหาตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องมีการตัด เขาคิดจะใช้กระดาษทั้งแผ่นห่อมัน
    
ภาพของกล่องของขวัญใบหนึ่งซึ่งถูกห่อด้วยกระดาษลวดลายชายหาดกับโบว์สีแดงแบบนี้ปรากฎขึ้นในห้วงของความทรงจำอย่างชัดเจน เขายังไม่แน่ใจว่ามันถูกห่อมาอย่างไร แต่เขารู้ว่ามันจะถูกแกะออกได้อย่างไร โบว์สีแดงถูกดึงออกอย่างระมัดระวัง ต่อด้วยริบบิ้น ก่อนที่นิ้วมือน้อยๆ นั้นจะค่อยๆ เลื่อนไปตามรอยต่อของกระดาษซึ่งถูกติดไว้ด้วยกระดาษกาวสองหน้าแบบบาง หัวใจดวงน้อยในทรวงอกนั้นเต้นระทึก ก่อนที่แผ่นกระดาษจะค่อยๆ ถูกคลี่กางออก
    
มันคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเป็นของขวัญ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ได้ส่งมอบให้แก่กัน แต่เป็นช่วงเวลาที่ห่อถูกแกะออก ช่วงเวลาที่ผู้รับจะได้รับของขวัญของตนอย่างแท้จริง
    
กระดาษ โบว์ ริบบิ้น ทั้งหมดนั้นถูกเก็บเอาไว้นานจนกระทั่งมันหายไปในที่สุด
    
“มันดูดีมาก” เธอเอ่ยชมอย่างจริงใจ
    
ซึ่งปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากความฝันอีกครั้ง เมื่อก้มมองดูสิ่งที่อยู่ในมือ งานของเขาเสร็จสิ้นลงแล้วโดยที่เขาไม่ทันได้รู้ตัว เขาจ้องมองมันอย่างตื่นตะลึง มันคือของขวัญกล่องนั้น กล่องที่เขาเคยได้รับในวัยเด็ก 'หรือฉันไม่เคยได้รับ' รวมถึงชุดเครื่องมือช่างของเล่นที่อยู่ในกล่องนี้ด้วย
    
“...มันเป็นของผม” เขาพึมพำออกมาเบาๆ
    
“ใช่ มันเป็นของขวัญสำหรับหลานชายตัวน้อยๆ ที่น่ารักของฉัน” ดวงตาคมของเธอที่จ้องมองมานั้นทำให้ขนที่ต้นคอของเขาลุก 'อันตราย' จิตใจของเขาตะโกนกรีดร้อง แต่เขากลับไม่เข้าใจว่าอะไรคืออันตรายที่ว่า
    
เขารู้สึกสับสนกับอดีตของตนขึ้นมาอย่างฉับพลัน มันคล้ายกับตัวเขาพลันถูกแยกให้เป็นสอง เด็กคนหนึ่งคือคนที่กลายมาเป็นตัวเขาในตอนนี้ แต่มันยังมีเด็กอีกคนหนึ่ง เด็กที่เติบโตขึ้นมาในสถานที่อื่น ในชีวิตแบบอื่น เป็นตัวเขาที่แตกต่างออกไป แต่ทั้งคู่นั้นต่างก็เป็นตัวเขา 'หรือไม่ใช่ตัวฉัน'
    
เขายืนนิ่ง มือจับห่อของขวัญเอาไว้แน่น ก่อนมองเห็นปากของเธอขยับโดยไม่มีเสียง 'รีบตื่นได้แล้ว' เขาคิดว่าเธอพยายามจะบอกเขาอย่างนั้น

#####
    
'เธอเข้าไปในนั้นได้อย่างไร เธอเป็นใครกันแน่'
    
เด็กสาวจ้องมองภาพสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเปลวไฟของไม้ขีดอย่างตั้งใจ ร่างของทอยที่นอนแน่นิ่งอยู่ในสภาพลางเลือนแต่ยังคงไม่ยอมหายไป เปลวไฟลามเลียก้านไม้ขีดลงมาจนแทบจะถึงปลายนิ้วเรียวของเธอแล้ว ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจจุดไม้ขีดเพิ่มอีกก้านหนึ่ง

#####
    
“ของขวัญห่อเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ คุณผู้หญิง” ทอยนำมันใส่ในถุงของทางห้างพร้อมกับยื่นส่งให้ บนถุงถูกพิมพ์ไว้ด้วยลวดลายสีแดง และเขียวซึ่งเข้ากันกับเทศกาล พร้อมกับมีชื่อของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้อยู่ตรงกลาง ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษสองตัว
    
ซี เอฟ หรือ เซ็นทรัล เฟสติวัล นั่นเอง อักษรตัวซีนั้นต้องมีขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรเอฟอยู่เล็กน้อยด้วยจึงจะถูกต้อง ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
    
“...ขอบใจมากจ๊ะ พ่อหนุ่ม” เธอคล้ายกับยังมีบางสิ่งที่ติดค้างอยู่ภายในใจ แต่ก็ไม่อาจเอ่ยปากพูดออกมาได้ ชั่วครู่หนึ่งนั้นเธอคล้ายกับเงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดาน หรือบางทีอาจมองขึ้นไปที่ใครบางคนซึ่งกำลังมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ เธอถอนหายใจก่อนหันหลังเดินจากไปอย่างช้าๆ
    
เขายังคงยืนอยู่ที่โต๊ะยาว เก็บข้าวของทุกอย่างให้เป็นระเบียบ ก่อนจะกลับไปยุ่งวุ่นวายอยู่กับชั้นวางสินค้า กับของเล่นทั้งหมดในแผนกนี้ ในทุกย่างก้าวที่เธอเคลื่อนห่างออกไป ชั้นสินค้าต่างๆ คล้ายขยับเคลื่อนตัวไปมา พวกมันเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซับซ้อนยิ่งขึ้น จนสุดท้ายเขาจะถูกพวกมันกลืนกินลงไปทั้งเป็น
    
ไม่ เขาจะไม่ตาย มันไม่ใช่แบบนั้น แต่เขาจะต้องจัดสินค้า โยกย้ายพวกมัน ดูแล และทำสิ่งต่างๆ ไปจนกระทั่งสิ่งอื่นๆ แม้แต่กาลเวลาเองก็จะไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องใส่ใจอีกต่อไป
    
เธอพยายามที่จะขัดขืน พยายามที่จะหันหลังกลับไป แต่ก็ทำไม่ได้ 'อีกแล้ว ฉันพลาดอีกแล้ว' ดูเหมือนเหตุการณ์แบบนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องพบเจอ

#####
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่