คนเสื้อแดงใฝ่หา “ประชาธิปไตย”
คนเสื้อแดงได้หรือยัง?
นอกจาก “ได้เลือก” พรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล
และหลังจากนั้นล่ะ
นอกจากรัฐบาล “ตอบแทน” แกนนำคนเสื้อแดง
ด้วยการให้ตำแหน่งต่างๆกับบางคนแล้ว
คนเสื้อแดงมีสิทธิ์มีเสียงอะไรบ้าง..กับแนวทางที่รัฐบาลกำลังเดินไป
ตัวอย่างมีให้เห็นค่อนข้างชัดนะคะ...
สดๆร้อนๆ ก็การผ่าน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย
ที่กลุ่มคนเสื้อแดงคัดค้าน
ขอถามคำถามง่ายๆตรงไปตรงมาค่ะ
ว่า..
การแสดงความไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. นิรโทษสุดซอย...ของคนเสื้อแดง
.....มีผลอะไรบ้างคะ....?
คำตอบคือ ไม่มี
แถมแกนนำเสื้อแดงในสภาฯ ยังแตกแยก
มีกล้า
งดออกเสียง เพียง 4 คน
ยิ่งไปกว่านั้น
ประธานสภาฯ ยังไม่เปิดโอกาสให้อภิปราย
รวบรัดผ่านมติสภา 3 วาระรวดในวันเดียว!!!!!
รัฐบาลที่คนเสื้อแดงปกป้อง ถึงกับปาวรณาตนเป็น “ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก”
“ฟัง” เสียงคนเสื้อแดง...
หรือไม่?
แล้วคนเสื้อแดงเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว มีความรู้สึกยังงัยคะ?
เฉยๆ...งอน...โกรธ...แล้วงัย?
บางคนบอก “รอ” เลือกตั้งครั้งหน้าแระกัน
แต่..ความเป็นจริงคือ
รัฐบาลไม่ฟังคุณค่ะ
...จบข่าว
คุณไม่มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลที่คุณเลือก
เป็นความจริง ที่เจ็บนะ
แต่นี่คือความจริง ที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้
แต่กลับกัน...
เมื่อมวลมหาชนลุกขึ้นคัดค้าน
ด้วยพลังของทุกภาคส่วนรวมถึง “ไทยเฉย”
...ผลเป็นอย่างที่เราประจักษ์แล้ว
รัฐบาลและ สส. ที่เคยกร่างสุดฤทธิ์
กลับเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย
ทำมัยคะ?
ทำมัย..พ.ร.บ.อัปยศ จึงถูกพิจารณาจากนายกรัฐมนตรีทันที
จากเคยบอกว่าไม่เกี่ยว เพราะเป็นเรื่องของสภาฯ
พอถึงวันนี้ เธอพิสูจน์ว่า นายกรัฐมนตรีสั่งได้ สั่ง สส.เสียงส่วนใหญ่ได้
แถมยังสั่งประธานวุฒิ และสมาชิกสภาวุฒิ..ได้เกือบหมด
คนเสื้อแดงคะ ถึงเวลาแล้วหรือยัง
ที่จะนั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
กับแนวคิดและท่าทีในความเป็น “เสื้อแดง” มาโดยตลอด
วาทกรรม
"สู้เพื่อประชาธิปไตย” ที่คนเสื้อแดงกล่าวอ้างเสมอ
ที่คนเสื้อแดงถูกถาม ถูกให้คำอธิบายว่า คืออะไร?
เสื้อแดงมักตอบว่า
คือได้รัฐบาลมาจากประชาชนเสียงข้างมาก
ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายและตามที่เห็นควร
ถ้าทำไม่ดี....เลือกตั้งครั้งหน้า ค่อยลงโทษ
ความหมายคือ..
“ประชาชนเป็นใหญ่เพียงวันเดียว..นาทีเดียว”
ที่เหลือ 4 ปี หมดความหมาย
เพราะประชาชน “ต้องรอเวลา” สถานเดียว
แต่วันนี้...มวลมหาชนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
การปกครองระบอบ“ประชาธิปไตย” ที่แท้จริง คืออะไร
ประชาชนเป็นใหญ่ตลอด...ตั้งแต่วันเลือกตั้ง จนรัฐบาลครบเทอม
ไม่จำเป็นต้อง”รอ”
ถ้าในระหว่างที่รัฐบาลและสภานิติบัญญัติปฏิบัติหน้าที่
ผลการปฏิบัติหน้าที่
“ผิด” เจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่
ประชาชนสามารถแสดงพลังคัดค้าน
ค้านได้อย่างสง่างาม อย่างผู้บังคับบัญชา
ไม่ใช่ค้านอ่อยๆ ค้านอย่างเกรงบารมี อย่างผู้ถูกปกครองฉะนั้น
การแสดงพลังของประชาชนในครั้งนี้
นับเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้
“ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” แล้วค่ะ
เราทำได้
ทำให้เกิดมิติใหม่ ในจิตสำนึกของนักการเมืองไทยทุกพรรค ทุกคน
ว่า..
นักการเมืองจะใช้เสียงข้างมากในสภาทำตามอำเภอใจไม่ได้
มวลมหาชนได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีอำนาจจริง
บรรดานักการเมืองทุกกลุ่ม ไม่ว่าสีไหน จะต้อง “คิดใหม่”
นี่คือจุดเริ่มต้นของ “มิติใหม่”
ประชาชนที่เหลือ..จะยังคิดเหมือนเดิมหรือคะ?
จะยอมเป็นการ์ดให้นักการเมือง
หรือจะเป็น “เจ้าของประเทศ” กันดี
ละลายทุกสีเสื้อดีมั้ยคะ
เปลี่ยนมาใส่เสื้อประเทศไทยแบบเดียวกันจะดีกว่ามั้ย
๐๐๐๐๐ คนเสื้อแดง ควรต้องทบทวนบทบาทตนเองมั้ย ๐๐๐๐๐
คนเสื้อแดงได้หรือยัง?
นอกจาก “ได้เลือก” พรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล
และหลังจากนั้นล่ะ
นอกจากรัฐบาล “ตอบแทน” แกนนำคนเสื้อแดง
ด้วยการให้ตำแหน่งต่างๆกับบางคนแล้ว
คนเสื้อแดงมีสิทธิ์มีเสียงอะไรบ้าง..กับแนวทางที่รัฐบาลกำลังเดินไป
ตัวอย่างมีให้เห็นค่อนข้างชัดนะคะ...
สดๆร้อนๆ ก็การผ่าน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย
ที่กลุ่มคนเสื้อแดงคัดค้าน
ขอถามคำถามง่ายๆตรงไปตรงมาค่ะ
ว่า..
การแสดงความไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. นิรโทษสุดซอย...ของคนเสื้อแดง
.....มีผลอะไรบ้างคะ....?
คำตอบคือ ไม่มี
แถมแกนนำเสื้อแดงในสภาฯ ยังแตกแยก
มีกล้า งดออกเสียง เพียง 4 คน
ยิ่งไปกว่านั้น
ประธานสภาฯ ยังไม่เปิดโอกาสให้อภิปราย
รวบรัดผ่านมติสภา 3 วาระรวดในวันเดียว!!!!!
รัฐบาลที่คนเสื้อแดงปกป้อง ถึงกับปาวรณาตนเป็น “ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก”
“ฟัง” เสียงคนเสื้อแดง...หรือไม่?
แล้วคนเสื้อแดงเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว มีความรู้สึกยังงัยคะ?
เฉยๆ...งอน...โกรธ...แล้วงัย?
บางคนบอก “รอ” เลือกตั้งครั้งหน้าแระกัน
แต่..ความเป็นจริงคือ
รัฐบาลไม่ฟังคุณค่ะ
...จบข่าว
คุณไม่มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลที่คุณเลือก
เป็นความจริง ที่เจ็บนะ
แต่นี่คือความจริง ที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้
แต่กลับกัน...
เมื่อมวลมหาชนลุกขึ้นคัดค้าน
ด้วยพลังของทุกภาคส่วนรวมถึง “ไทยเฉย”
...ผลเป็นอย่างที่เราประจักษ์แล้ว
รัฐบาลและ สส. ที่เคยกร่างสุดฤทธิ์
กลับเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย
ทำมัยคะ?
ทำมัย..พ.ร.บ.อัปยศ จึงถูกพิจารณาจากนายกรัฐมนตรีทันที
จากเคยบอกว่าไม่เกี่ยว เพราะเป็นเรื่องของสภาฯ
พอถึงวันนี้ เธอพิสูจน์ว่า นายกรัฐมนตรีสั่งได้ สั่ง สส.เสียงส่วนใหญ่ได้
แถมยังสั่งประธานวุฒิ และสมาชิกสภาวุฒิ..ได้เกือบหมด
คนเสื้อแดงคะ ถึงเวลาแล้วหรือยัง
ที่จะนั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
กับแนวคิดและท่าทีในความเป็น “เสื้อแดง” มาโดยตลอด
วาทกรรม "สู้เพื่อประชาธิปไตย” ที่คนเสื้อแดงกล่าวอ้างเสมอ
ที่คนเสื้อแดงถูกถาม ถูกให้คำอธิบายว่า คืออะไร?
เสื้อแดงมักตอบว่า
คือได้รัฐบาลมาจากประชาชนเสียงข้างมาก
ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายและตามที่เห็นควร
ถ้าทำไม่ดี....เลือกตั้งครั้งหน้า ค่อยลงโทษ
ความหมายคือ..
“ประชาชนเป็นใหญ่เพียงวันเดียว..นาทีเดียว”
ที่เหลือ 4 ปี หมดความหมาย
เพราะประชาชน “ต้องรอเวลา” สถานเดียว
แต่วันนี้...มวลมหาชนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
การปกครองระบอบ“ประชาธิปไตย” ที่แท้จริง คืออะไร
ประชาชนเป็นใหญ่ตลอด...ตั้งแต่วันเลือกตั้ง จนรัฐบาลครบเทอม
ไม่จำเป็นต้อง”รอ”
ถ้าในระหว่างที่รัฐบาลและสภานิติบัญญัติปฏิบัติหน้าที่
ผลการปฏิบัติหน้าที่ “ผิด” เจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่
ประชาชนสามารถแสดงพลังคัดค้าน
ค้านได้อย่างสง่างาม อย่างผู้บังคับบัญชา
ไม่ใช่ค้านอ่อยๆ ค้านอย่างเกรงบารมี อย่างผู้ถูกปกครองฉะนั้น
การแสดงพลังของประชาชนในครั้งนี้
นับเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้
“ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” แล้วค่ะ
เราทำได้
ทำให้เกิดมิติใหม่ ในจิตสำนึกของนักการเมืองไทยทุกพรรค ทุกคน
ว่า..
นักการเมืองจะใช้เสียงข้างมากในสภาทำตามอำเภอใจไม่ได้
มวลมหาชนได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีอำนาจจริง
บรรดานักการเมืองทุกกลุ่ม ไม่ว่าสีไหน จะต้อง “คิดใหม่”
นี่คือจุดเริ่มต้นของ “มิติใหม่”
ประชาชนที่เหลือ..จะยังคิดเหมือนเดิมหรือคะ?
จะยอมเป็นการ์ดให้นักการเมือง
หรือจะเป็น “เจ้าของประเทศ” กันดี
ละลายทุกสีเสื้อดีมั้ยคะ
เปลี่ยนมาใส่เสื้อประเทศไทยแบบเดียวกันจะดีกว่ามั้ย