ย้อนกลับไปก่อนรัฐประหารกันยายน 2549 แกนนำมวลชนประท้วงเพื่อโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ คือ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ซึ่งเกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ ของการปลุกระดมโดย สนธิ ลิ้มทองกุล ต่อจากนั้นจำนวนมวลชนก็เพิ่มมากขึ้นอย่างพิสดารด้วยการเติมจำนวนคนให้โดยพรรคประชาธิปัตย์
ครั้งนั้น ปชป. แอบอยู่หลังฉากการเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลทักษิณ จนกระทั่งรัฐบาลไทยรักไทยถูกโค่นลงไปโดยคณะรัฐประหาร
หลังจาก รัฐบาลขิงแก่ที่เกิดจากการรัฐประหารจัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับหน้าแหลมฟันดำเสร็จสิ้น ก็ประกาศให้มีการลงประชามติพร้อมคำเชียร์ว่า ให้รับไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง ซึ่งประชาชนก็โหวตรับ รธน.50
ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้ง ปรากฎว่า พรรคพลังประชาชนที่จำแลงร่างมาจากพรรคเพื่อไทยเดิมชนะ ได้นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ และจบด้วยการถูกเตะลงจากเก้าอี้ในเดือนกันยายน 2551 โดย ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยข้อหาที่ ตลก.ต้องใช้พจนานุกรมเป็นตัวช่วย
สองเดือนต่อมา ในเดือนธันวาคม 2551 ปีเดียวกัน รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ถูก ตลก.รธน.ตัดสินยุบพรรค เก้าอี้กระเด็นอีกครั้ง เมื่อพรรคพลังประชาชนล่มสลาย กลุ่มนายเนวิน ก็พากันเฮโลออกไปตั้ง ภูมิใจไทย และช่วยกันโหวตเลือกนายอภิสิทธิ์ ขึ้นเป็นนายกฯ
ต่อมาในวันที่ 9 ธันวาคม ก็ฝีมือศาลรัฐธรรมนูญอีกเช่นกันที่มีมติ 4 ต่อ 3ให้ยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาได้รับบริจาคเงินจำนวน 258 ล้านบาท จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านทางบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด โดยศาลวินิจฉัยว่า การยื่นคำร้องข้ามขั้นตอน เนื่องจากนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. คนก่อน ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ยังไม่มีความเห็นในคดีก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต. พูดง่ายๆ ก็คือดึงเรื่องจนหมดเวลาฟ้อง
หลังจากรัฐบาลนายอภิสิทธ์ ประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ ปรากฎว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งคือพรรคเพื่อไทย ได้นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 28 ซึ่งเป็นนายกฯหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ วันที่ 8 สิงหาคม 2554
ตลอดระยะเวลา 2 ปีกับ 3 เดือนที่ผ่านมานี้ มีม็อบเกิดขึ้นมากมาย ทั้งม็อบเกษตรกร, ม็อบเขาพระวิหาร, ม็อบแช่แข็งประเทศ ฯลฯ แต่ทุกม็อบที่ผ่านมาล้วนจุดไม่ติด จนดูเหมือนว่ารัฐนาวาของยิ่งลักษณ์จะโรยด้วยกลีบกุหลาบและอยู่ครบเทอมอย่างแน่นอน
แต่แล้วกลับมีเรื่อง พ.ร.บ. นิรโทษเหมาเข่งสุดซอย ซึ่งกลับกลายเป็นการสร้างปัญหาการต่อต้านอย่างรุนแรง ม็อบต่างๆ ในตลอดช่วงสองปีที่จุดไม่ติด ตอนนี้กลับติดขึ้นมาอย่างน่ากลัว เพียงแต่ม็อบครั้งนี้นำโดยพรรคประชาธิปัตย์นำหน้าเองแล้ว ไม่ได้ใช้นายสนธิ ออกหน้าแทนแบบในอดีต
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ประเมินสถานการณ์แล้วจึงขอถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษทุกฉบับ แต่กระนั้นก็ตาม ม็อบหาถอยไม่ มิหนำซ้ำกลับยกระดับเป็นการประท้วงล้มรัฐเสียอีก
คอการเมืองต่างก็คิดเหมือนกัน และอ่านเกมออกว่า เป้าหมายของม็อบน่าจะต้องการดับอนาคต ยิ่งลักษณ์ เป็นหลัก และมองลึกลงไปถึงวิธีการว่าจะใช้กระบวนท่าไหน บีบให้ลาออก, ยุบสภา หรือใช้บริการ ตลก.รธน. หรือวิธีรัฐประหาร
ภาพซ้อนของกระบวนการล้มรัฐบาลประชาธิปไตยมันก็ซ้ำๆ กันแบบนี้ แต่ครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้น หากกระทำด้วยความอยุติธรรม ก็ไม่แน่ว่าอาจต้องแลกกับความเสียหายของประเทศอย่างใหญ่หลวงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ก็เป็นได้
ข่าวล่า มติศาลรธน.6ต่อ3เสียงรับคำร้องปชป.ค้านแก้ไขม.190
http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=701397&lang=T&cat=
วิแคะการเมือง : ภาพซ้อนของการล้มรัฐบาลประชาธิปไตย
ครั้งนั้น ปชป. แอบอยู่หลังฉากการเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลทักษิณ จนกระทั่งรัฐบาลไทยรักไทยถูกโค่นลงไปโดยคณะรัฐประหาร
หลังจาก รัฐบาลขิงแก่ที่เกิดจากการรัฐประหารจัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับหน้าแหลมฟันดำเสร็จสิ้น ก็ประกาศให้มีการลงประชามติพร้อมคำเชียร์ว่า ให้รับไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง ซึ่งประชาชนก็โหวตรับ รธน.50
ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้ง ปรากฎว่า พรรคพลังประชาชนที่จำแลงร่างมาจากพรรคเพื่อไทยเดิมชนะ ได้นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ และจบด้วยการถูกเตะลงจากเก้าอี้ในเดือนกันยายน 2551 โดย ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยข้อหาที่ ตลก.ต้องใช้พจนานุกรมเป็นตัวช่วย
สองเดือนต่อมา ในเดือนธันวาคม 2551 ปีเดียวกัน รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ถูก ตลก.รธน.ตัดสินยุบพรรค เก้าอี้กระเด็นอีกครั้ง เมื่อพรรคพลังประชาชนล่มสลาย กลุ่มนายเนวิน ก็พากันเฮโลออกไปตั้ง ภูมิใจไทย และช่วยกันโหวตเลือกนายอภิสิทธิ์ ขึ้นเป็นนายกฯ
ต่อมาในวันที่ 9 ธันวาคม ก็ฝีมือศาลรัฐธรรมนูญอีกเช่นกันที่มีมติ 4 ต่อ 3ให้ยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาได้รับบริจาคเงินจำนวน 258 ล้านบาท จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่านทางบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด โดยศาลวินิจฉัยว่า การยื่นคำร้องข้ามขั้นตอน เนื่องจากนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. คนก่อน ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ยังไม่มีความเห็นในคดีก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต. พูดง่ายๆ ก็คือดึงเรื่องจนหมดเวลาฟ้อง
หลังจากรัฐบาลนายอภิสิทธ์ ประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ ปรากฎว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งคือพรรคเพื่อไทย ได้นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 28 ซึ่งเป็นนายกฯหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ วันที่ 8 สิงหาคม 2554
ตลอดระยะเวลา 2 ปีกับ 3 เดือนที่ผ่านมานี้ มีม็อบเกิดขึ้นมากมาย ทั้งม็อบเกษตรกร, ม็อบเขาพระวิหาร, ม็อบแช่แข็งประเทศ ฯลฯ แต่ทุกม็อบที่ผ่านมาล้วนจุดไม่ติด จนดูเหมือนว่ารัฐนาวาของยิ่งลักษณ์จะโรยด้วยกลีบกุหลาบและอยู่ครบเทอมอย่างแน่นอน
แต่แล้วกลับมีเรื่อง พ.ร.บ. นิรโทษเหมาเข่งสุดซอย ซึ่งกลับกลายเป็นการสร้างปัญหาการต่อต้านอย่างรุนแรง ม็อบต่างๆ ในตลอดช่วงสองปีที่จุดไม่ติด ตอนนี้กลับติดขึ้นมาอย่างน่ากลัว เพียงแต่ม็อบครั้งนี้นำโดยพรรคประชาธิปัตย์นำหน้าเองแล้ว ไม่ได้ใช้นายสนธิ ออกหน้าแทนแบบในอดีต
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ประเมินสถานการณ์แล้วจึงขอถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษทุกฉบับ แต่กระนั้นก็ตาม ม็อบหาถอยไม่ มิหนำซ้ำกลับยกระดับเป็นการประท้วงล้มรัฐเสียอีก
คอการเมืองต่างก็คิดเหมือนกัน และอ่านเกมออกว่า เป้าหมายของม็อบน่าจะต้องการดับอนาคต ยิ่งลักษณ์ เป็นหลัก และมองลึกลงไปถึงวิธีการว่าจะใช้กระบวนท่าไหน บีบให้ลาออก, ยุบสภา หรือใช้บริการ ตลก.รธน. หรือวิธีรัฐประหาร
ภาพซ้อนของกระบวนการล้มรัฐบาลประชาธิปไตยมันก็ซ้ำๆ กันแบบนี้ แต่ครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้น หากกระทำด้วยความอยุติธรรม ก็ไม่แน่ว่าอาจต้องแลกกับความเสียหายของประเทศอย่างใหญ่หลวงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ก็เป็นได้
ข่าวล่า มติศาลรธน.6ต่อ3เสียงรับคำร้องปชป.ค้านแก้ไขม.190
http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=701397&lang=T&cat=