ซัมซุงจัดงานพบปะนักวิเคราะห์ทางการเงิน มีประเด็นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ครับ เริ่มจากภาพรวมของบริษัทก่อน
• ในปี 2010 ซัมซุงตั้งศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อรวบรวมสิทธิบัตรให้เป็นระบบ และตั้งศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาย่อยๆ ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตอนนี้ซัมซุงยังจ้างทนายและตัวแทนสิทธิบัตรผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมาก
• ซัมซุงระบุว่าตัวเองมีรากเหง้ามาจากฮาร์ดแวร์ และกำลังพยายามพัฒนาขีดความสามารถด้านซอฟต์แวร์อย่างเต็มที่ โดยตอนนี้บุคลากรเกินครึ่งของฝ่ายวิจัยและพัฒนาเป็นบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งซัมซุงคาดว่าในอนาคตสัดส่วนบุคลากรด้านซอฟต์แวร์จะเพิ่มมากกว่านี้
• ซัมซุงจะเข้าซื้อกิจการบริษัทซอฟต์แวร์เพิ่มเติมในอนาคต ถ้าบริษัทเหล่านี้มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจพอ
• ซัมซุงยอมรับว่ายังเน้นเฉพาะตลาดคอนซูเมอร์เป็นหลัก และยังเพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดองค์กร ซึ่งซัมซุงหวังว่าจะพัฒนาเรื่องนี้มากขึ้นในอนาคต
มือถือและแท็บเล็ต
• ซัมซุงคาดว่า Galaxy S และ Note ทุกรุ่นจะมียอดขายรวมกันได้เกิน 100 ล้านเครื่องในปี 2013 นี้ ส่วนยอดขายแท็บเล็ต 40 ล้านเครื่อง
• ถึงแม้สมาร์ทโฟนจะขายดี ยอดขายรวม 1.5 พันล้านเครื่องทั่วโลก แต่ยังมีสัดส่วนแค่ 21% ของประชากรโลก ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในประเทศกำลังพัฒนา
• มือถือ LTE น่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดโลกเกิน 50% ในปี 2017
• ซัมซุงประดิษฐ์คำใหม่คือ
fonblet ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์หน้าจอใหญ่แต่ยังพกพาสะดวก และยังรองรับการเขียนด้วยปากกา (น่าจะหมายถึงอุปกรณ์แบบ Note 8.0)
• จะเริ่มทำตลาด Galaxy Gear ผ่านงานแฟชั่นดังๆ ของโลกทั้งนิวยอร์ก ลอนดอน มิลาน ปารีส
• ตอนนี้ซัมซุงเป็นผู้นำในตลาดมือถือโลกแล้ว เป้าหมายต่อไปคือเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดแท็บเล็ตให้ได้
• แนวทางสินค้ารูปแบบใหม่ๆ ในอนาคตของโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ซัมซุงกำลังพัฒนาอยู่มี 5 ประการ ได้แก่
- phablet จอใหญ่ (Note 3)
- มือถือจอโค้ง (Galaxy Round)
- อุปกรณ์สวมใส่ได้ (Gear)
- มือถือจอยืดหยุ่น (flexible หรือบิดม้วนได้)
- มือถือจอพับได้ (foldable)
ที่มา -
Wall Street Journal,
Tech in Asia,
The Verge ผ่าน
Blognone
Samsung เผยยอดขาย Galaxy S/Note ปีนี้ 100 ล้านเครื่อง, รับยังอ่อนซอฟต์แวร์/ตลาดองค์กร
ซัมซุงจัดงานพบปะนักวิเคราะห์ทางการเงิน มีประเด็นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ครับ เริ่มจากภาพรวมของบริษัทก่อน
• ในปี 2010 ซัมซุงตั้งศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อรวบรวมสิทธิบัตรให้เป็นระบบ และตั้งศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาย่อยๆ ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตอนนี้ซัมซุงยังจ้างทนายและตัวแทนสิทธิบัตรผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมาก
• ซัมซุงระบุว่าตัวเองมีรากเหง้ามาจากฮาร์ดแวร์ และกำลังพยายามพัฒนาขีดความสามารถด้านซอฟต์แวร์อย่างเต็มที่ โดยตอนนี้บุคลากรเกินครึ่งของฝ่ายวิจัยและพัฒนาเป็นบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งซัมซุงคาดว่าในอนาคตสัดส่วนบุคลากรด้านซอฟต์แวร์จะเพิ่มมากกว่านี้
• ซัมซุงจะเข้าซื้อกิจการบริษัทซอฟต์แวร์เพิ่มเติมในอนาคต ถ้าบริษัทเหล่านี้มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจพอ
• ซัมซุงยอมรับว่ายังเน้นเฉพาะตลาดคอนซูเมอร์เป็นหลัก และยังเพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดองค์กร ซึ่งซัมซุงหวังว่าจะพัฒนาเรื่องนี้มากขึ้นในอนาคต
มือถือและแท็บเล็ต
• ซัมซุงคาดว่า Galaxy S และ Note ทุกรุ่นจะมียอดขายรวมกันได้เกิน 100 ล้านเครื่องในปี 2013 นี้ ส่วนยอดขายแท็บเล็ต 40 ล้านเครื่อง
• ถึงแม้สมาร์ทโฟนจะขายดี ยอดขายรวม 1.5 พันล้านเครื่องทั่วโลก แต่ยังมีสัดส่วนแค่ 21% ของประชากรโลก ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในประเทศกำลังพัฒนา
• มือถือ LTE น่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดโลกเกิน 50% ในปี 2017
• ซัมซุงประดิษฐ์คำใหม่คือ fonblet ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์หน้าจอใหญ่แต่ยังพกพาสะดวก และยังรองรับการเขียนด้วยปากกา (น่าจะหมายถึงอุปกรณ์แบบ Note 8.0)
• จะเริ่มทำตลาด Galaxy Gear ผ่านงานแฟชั่นดังๆ ของโลกทั้งนิวยอร์ก ลอนดอน มิลาน ปารีส
• ตอนนี้ซัมซุงเป็นผู้นำในตลาดมือถือโลกแล้ว เป้าหมายต่อไปคือเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดแท็บเล็ตให้ได้
• แนวทางสินค้ารูปแบบใหม่ๆ ในอนาคตของโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ซัมซุงกำลังพัฒนาอยู่มี 5 ประการ ได้แก่
- phablet จอใหญ่ (Note 3)
- มือถือจอโค้ง (Galaxy Round)
- อุปกรณ์สวมใส่ได้ (Gear)
- มือถือจอยืดหยุ่น (flexible หรือบิดม้วนได้)
- มือถือจอพับได้ (foldable)
ที่มา - Wall Street Journal, Tech in Asia, The Verge ผ่าน Blognone