หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] Netcafe Toon ตอนพิเศษ เที่ยวเกาหลีครั้งแรกกับ TOT + มีรูปมีคลิปประกอบ (วันที่ 2)
กระทู้รีวิว
การ์ตูน
วาดการ์ตูน
เที่ยวต่างประเทศ
ประเทศเกาหลีใต้
เนื่องจากว่าเนื้อหามันยาวไปเยอะ และผมก็ไม่ได้ว่างอัพต่อเนื่องเลยขอแยกออกมาเป็นอีกกระทู้ไปนะครับ สำหรับคนไหนที่เพิ่งมาเห็น สามารถไปอ่านตอนแรกได้ที่ลิ้งนี้เลยครับผม >
http://pantip.com/topic/31161174
อันนี้จะเป็นวันที่สองของการเดินทางนะครับ ตื่นมายามเช้าที่เกาหลี บรรยากาศตัวเมืองที่เป็นช่วงเวลาที่มีคนไปทำงานกัน แต่เท่าที่มองๆ นี่เหมือนรถไม่ติดเท่าไหร่เลยนะครับ ระบบคมนาคมของเขานี่ดีมากๆ เลยผมยอมรับ เพราะตลอดการเดินทางทั้ง 5 วันนี่ แปบๆ ก็เจออุโมงค์ ไฟแดงแปบๆ ก็ไฟเขียวแล้ว แต่ก็นะ อันนี้มันต่างจังหวัด สภาพในเมืองโซลเขาก็ว่ารถติดกันสุดๆ เหมือนกัน
สำหรับมื้อเช้านั้นเราได้รับประทานอาหารที่โรมแรม โดยเป็นบุฟเพ่ต์อาหารเช้าตามสไตล์โรมแรมทั่วไป แต่ที่แปลกตาไปหน่อยก็คือ จะมีอาหารเกาหลีมาอยู่ด้วย และไส้กรอกกับแฮมนี่รสชาติอร่อยมาก ไม่เหมือนตอนกินที่บ้านเราเลยซักนิด ซึ่งยอมรับเลยว่าพวกเนื้อของบ้านเขานี่ทำออกมาได้ดีมาก
จากนั้นโปรแกรมของวันนี้ที่คณะเดินทางหลายคนรอคอย นั่นก็คือ การเดินทางไปสวนสนุก เอเวอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสวนสนุกที่ดีที่สุดในเกาหลี และได้รับสมญานามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์เกาหลีเลยทีเดียว โดยในธีมของสวนสนุกช่วงเวลาที่เราไปนั้นจะเป็นธีมของฮัลโลวีนครับ
คณะทัวร์ของเราได้รับบัตรพิเศษที่สามารถเล่นได้ทุกเครื่องเล่น บรรยากาศของสวนสนุกนั้นเต็มไปด้วยวัยรุ่นชาวเกาหลีที่มาท่องเที่ยวกัน โดยไกด์ได้บอกว่าวันนี้คนไม่เยอะเพราะเป็นวันทำงานและเด็กเปิดเทอมกัน (ขนาดไม่เยอะนะเนี่ย) พื้นที่ของสวนสนุกนั้นจะตั้งบนเขา เครื่องเล่นบางส่วนจะอยู่ข้างล่างของเขา แต่ก็มีกระเช้าบริการฟรีด้วย และไกด์ได้พาไปเล่นเครื่องเล่นที่ขึ้นชื่อของที่นี่เลย นั่นก็คือ รถไฟเหาะ T-Express นั่นเอง
มันเป็นรถไฟเหาะที่มีความเร็วถึง 104 กิโลเมตร และเป็นรถไฟรางที่ทำจากไม้แห่งแรกในเอเชีย แถมมีลูกเล่นโดยการไหลลงมาจากรางในความชัน 77 องศา เรียกได้ว่าเหวี่ยงกันทีเหมือนตัวจะหลุดกระเด็นออกมาจากที่นั่งเลย (หวาดเสียวมาก แต่กลับมีเด็กๆ เกาหลีเล่นกันเต็มเลย ไม่กลัวกันเลยนะพวกนี้) อยากรู้ใช่ไหมว่ามันเป็นยังไง ? ดูในคลิปได้เลย
หลังจากเดินมือไม้ขาสั่นลงมากันแล้ว ทีนี้ก็เป็นเวลา Free Time กันแล้ว ให้แยกย้ายไปเล่นกันได้อย่างอิสระเลย ผมก็เดินๆ ตามเขาไป ซึ่งก็ได้มีการเล่นเครื่องเล่น 2 จุด นั่นก็คือ Rock Spin หรือ เฮอร์ลิเคนบ้านเรานี่เอง ส่วนตัวคนเขียนยังไม่เคยขึ้นของไทยเลยนะ แต่รู้สึกว่าของเกาหลีจะหมุนเยอะกว่าเสียอีก (และต่างจากไทยตรงไม่มีนํ้าพุเปิด ฮะๆ)
ต่อมา กลุ่มคณะทัวร์ที่ติดตามไปด้วยนั้นก็ได้อยากไปลองเล่นไวกิ้ง ซึ่งต้องเดินทางไปไกลพอสมควรเพราะอยู่ในเชิงเขาอีกลูกหนึ่ง (แต่ไม่ไกลมากนัก) แต่เท่าที่ลองดู ไวกิ้งของบ้านเขาก็ไม่ได้ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่นัก มีที่ต่างก็คือเราสามารถเอากระเป๋าขึ้นไปด้วยได้ แต่ต้องวางไว้ที่เท้าแล้วหนีบเอาไว้ตลอดนั่นเอง
หลังจากลงมาแล้วท้องไส้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็เดินๆ ตามเขาไปแล้วก็แยกย้ายกันเพราะทางผมเห็นว่ามันเลยเที่ยงแล้ว เลยเดินไปร้านอาหารดีกว่า แต่ไม่รู้เดินไปเดินมา ทะลุหลงไปสวน 4 ฤดูของที่นี่ได้ยังไงก้ไม่รู้ แต่ก็ได้ภาพบรรยากาศสวยๆ ของสวนสนุกแห่งนี้กลับเอามาฝากกันครับ
ระหว่างทางผมเจอกลุ่มเด็กๆ อนุบาลมาเดินทัศนศึกษาด้วยกัน (น่าอิจฉาจุงเบย) ซึ่งเห็นว่ามันแปลกตาสำหรับผมดี เลยถ่ายมาซักแซะ แต่ก็ไม่นึกว่าน้องหนูที่ผมถ่ายรูปให้นั้นจะหันกลับมาแล้วก็ก้มโค้ง พร้อมกับบอกว่า "อัลยองฮันเซโย" เท่านั้นแหละ ต่อมรับเด็กนี่ทำงานทันที โห้ยยยยย อยากจับอุ้มกลับบ้านจังเลย ให้ตายเหอะ
น้องคนไหนที่ทักทายผม ลองดูในรูปนะครับ
ส่วนเครื่องมือแปลกๆ นั้นมันจะเป็นเครื่องแบบในรูปข้างบนแทนเลยครับ โดยพอเวลาถึงคิวเราแล้วมันก็จะสั่นพร้อมกับมีไฟแดงกระพริบมาด้วย (อารมณ์ประมาณมือถือโทรเข้า) ก็แปลกตาและสะดวกดี แต่จริงๆ ต้องบอกว่า ตอนสั่งอาหารนี่งงกับพนักงานเหมือนกัน ซึ่งก็พอรู้อยู่แล้วหละว่าคนเกาหลีไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่กลับไม่นึกว่าแม้แต่ศัพท์ง่ายๆ จะยังไม่รู้เรื่อง! ขนาดกระผมชี้แล้วนะว่าจะเอาอันนี้ กลับมองมาแบบงงๆ ซะงั้น แต่ในที่สุดก็สั่งได้อะนะ
และดูจากเวลาแล้วเห็นได้เลยว่าคงเล่นได้อีกอย่างเดียว และไหนๆ ก็มาแล้ว เลยว่าจะไปดูไลเกอร์ซะหน่อย ซึ่งเป็นสัตว์ผสมเทียมและไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ นั่นก็คือ เกิดจากพ่อสิงโตและแม่เสือ ออกลูกมาเป็นไลเกอร์นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ในโลกมีอยู่ที่เกาหลีอยู่ตัวเดียวแล้ว (ตอนแรกมี 2 ตัว แต่ตายไปตัว ตอนนี้เลยเหลือตัวนึง)
แต่เจ้าพระคุณรุนช่อง เดินหลุดเข้ามาที แถวมันจะยาวไปถึงไหนกัน (ฟะ) นี่ แถมระหว่างทางดันมีร้านไอศครีมขายระหว่างทางด้วยนะ แหม๋ ยังกับรู้เลยว่ายังไงต้องมีคนมาต่อแถวกันเยอะแน่ๆ แต่จะให้ถอยหลังกลับไปก็ยากละเพราะคนมันมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยต้องต่อแถวต่อไป
ไปจนถึงใกล้ทางขึ้นรถบัสแล้ว ก็เจอจุดถ่ายรูปที่จะให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันคนละใบ แน่นอนว่าตัวผมเองก็ให้ถ่ายรูปเช่นกัน พร้อมกับรับตั๋วมา เหมือนกันว่าให้ไปเอารูปได้หลังเที่ยวจบ (แต่สุดท้ายคือ เสียตังค์) แล้วก็รอไม่นานเท่าไหร่ก็มีรถบัสมาจอดรถให้เราขึ้นรถไปเที่ยวกันซะที หลังจากต่อแถวยาวมาเป็นครึ่งชั่วโมงกว่า
ข้างในนั้นเป็นรถบัสติดแอร์เหมือนรถเมล์เลยครับ พร้อมกับกระจกใสทั้งซ้ายและขวา โดยคนขับรถจะทำหน้าที่ขับรถและเป็นไกด์ให้เราด้วย ซึ่งพูดอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ออกอะนะ แล้วก็หยุดรถเพื่อให้เราได้ดูและถ่ายรูปเหล่าสัตว์ต่างๆ รวมไปถึงไลเกอร์ด้วย ซึ่งทางไกด์เขาบอกว่าถ้าวันไหนฝนตกหรืออากาศไม่ดีเขาจะไม่เอาออกมาโชว์ เพราะว่ากลัวมันไม่สบายนั่นเอง
และไฮไลท์อีกฝ่ายสำหรับซาฟารีของสวนสนุกแห่งนี้ก็คือ ไกด์หรือคนขับรถจะทักทายหมี ให้อาหารมันแล้วก็ให้มันทำท่าไหว้ทักทายผู้ชมด้วย (จริงๆ ก็ยกมือทักทายอะนะ) แปลกตามากๆ ครับเพราะยังไม่เคยเห็นหมีทำท่าขออะไรแบบนี้มาก่อนเลย
และอันล่างนี้จะเป็นเหตุการณ์ตอนต่อคิวและเล่นเสร็จแล้วครับ
ตรงกระเช้าคนต่อแถวเยอะมากครับ ผมเลยตัดสินใจวิ่งขึ้นเนินเขาไป เจ้าพระคุณรุนช่องเอ็ยยยยย เข้าใจเลยว่าทำไมคนเกาหลีหุ่นถึงผอมเพรียวกัน เพราะว่าเดินขึ้นลงเขากันบ่อยนี่เอง แถมตัวผมนั้นแบกทั้งกระเป๋าของและกระเป๋ากล้อง วิ่งขึ้นไปที่แทบจะเดินทั้งคลานเลยหละครับ
เนินที่ผมวิ่งไป
ทว่า หลังจากวิ่งมาพร้อมกับสายนํ้า (เหงื่อ) ท่วมตัว ในที่สุดก็มาถึงจุดนัดพบได้ทันเวลาพอดี แต่ก็รออีกหน่อยกว่าจะได้กลับเพราะว่ายังขาดอีก 4 คนนั่นเอง พอคณะทัวร์เดินทางครบแล้วก็เดินทางออกจากสวนสนุก ขึ้นรถบัสของสวนสนุกเพื่อไปยังที่จอดรถ
ระหว่างรอคนอื่นๆเข้าห้องนํ้า เลยไปลองหยอดซื้อนํ้าอะไรก็ไม่รู้ในตู้หยอด ราคา 800 วอน ปรากฎว่ามันคือ นํ้าแอปเปิ้ลเขียวโซดานั่นเอง อร่อยดี เพราะในไทยไม่มีขายมั้ง
นั่งรถต่อเพื่อเดินทางไปยังอีกจังหวัดคังวอน เพื่อไปเที่ยวฟาร์มแกะที่ Daegwallyeong Sheep Ranch (น่าจะที่นี่นะ) โดยบรรยากาศตอนนี้ หมอกลงยังกับบรรยากาศตอนเช้าเลย แถมอุณหภูมิประมาณ 18 – 19 องศา มีลมพัดมาวิ้วๆๆ อารมณ์ประมาณอยู่บนดอยเลย (ชอบมว๊าก) เป็นทิวทัศน์ที่ถูกใจสำหรับคนที่มาจากเมืองร้อนอย่างผมจริงๆ
แกะที่นี่จะไมได้ขนขาวปุกปุยน่ากอดเหมือนบ้านเรานะครับ เพราะว่าเขาเลี้ยงเอาแบบกับดินเพื่อเลี้ยงจริงๆ จังๆ เลย จะได้ตัดขนเอามาทำเสื้อ ผิดกับบ้านเราที่เลี้ยงเอาสวยงาม โดยเราจะได้ให้อาหารแกะกัน ทางฟาร์มเขาให้อาหารแกะให้เราเอาใส่กระบวยเรียบร้อย แต่จะบอกว่าพวกนี้จะกินแบบตะกละมาก ถ้ามีตัวนึงได้เสียบกินละก็ เอาออกมายากเลยทีนี้
ต่อมาก็ได้ไปลองทำซีสกัน โดยไกด์ได้เตือนว่ากรุณาทำตามขั้นตอนซะดีๆ ไม่งั้นอาจุงม่าผู้ที่จะมาสอนเราจะถึงกับเดินมาตีมือเราเลย โดยอุปกรณ์ที่เราจะเอามาทำซีสกันนั้นจะมีนมสดๆ + เจลาติน แล้วก็จะมีเมล็ดทานตะวันและดอกไม้ที่สามารถกินได้
วิธีการทำก็เอาทัพพี (มั้ง) คนในหม้อนมสดแบบไป – กลับช้าๆ เรื่อยๆ พอเริ่มร้อนก็ใส่เจลาตินลงไป ตั้งไปจนเรื่อยๆ จนกว่ามันจะเดือด แล้วก็หรี่ไฟให้เบาลง จากนั้นอาจุงม่าจะเอาผลรสเลมอนหรือสเตอร์เบอร์รี่มาให้เราเลือกว่าจะเอาซีสรสอะไร (เราเลือกเลมอน) จากนั้นก็ตักเอามาใส่ในผ้าขาวบาง (มั้ง) แบบนี้
เอาเมล็ดทานตะวันและดอกไม้ใส่ลงไปเพื่อความสวยงาม จากนั้นก็เอาหิน (แต่ดูแล้วน่าจะเป็นก้อนอิฐ) เอามากดซีสเพื่อให้มันแน่นๆ
จนมีหน้าตาออกมา… เหมือนเต้าหู้! และวิธีการกินก็คือ เอาคอนฟั๊บ (ข้าวโพดกรอบ) หั่นซีสใส่แบบในรูป จิ้มกับแยมสเตอร์เบอร์รี่หรือใส่เกลือแล้วแต่ความชอบ เอาคอนพับโปะอีกชั้นนึงเหมือนแซนวิส แล้วก็กิน รสชาตินะเหรอ…. มันคือซีส.. ไร้กลิ่น มีรสนมสด อารมณ์ประมาณกินซีสแบบในพิซซ่าขอบซีส เพียงแต่เป็นรสนมสดแทน
ชื่อสินค้า:
เที่ยวเกาหลี สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ + ทำซีสที่ฟาร์มแกะ
คะแนน:
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
[CR] ::เขาใหญ่:: ชิลๆใกล้กรุง..ในวันหยุด
อยากพักผ่อนกายผ่อนใจในวันหยุด อยากสัมผัสธรรมชาติและสูดโอโซนให้ชุ่มปอด ไปไม่ไกล ใกล้ๆกรุง ต้องที่เขาใหญ่สิ ^^ ขับรถจากกรุงเทพเพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็ถึงแล้วครับ ถือว่าไม่ไกลเลย.. the birder's lodge
สมาชิกหมายเลข 3221579
10 Theme Park สวนสนุกในเกาหลี🎡 ไปย้อนวัยเด็กที่คิดถึงกัน 🎪🎠
สวัสดีค่าาาาา~👋 วันนี้แอดพาเพื่อนๆ มาย้อนวัยไปกับความสนุก🤩 โลดโผน เรียกได้ว่าได้กลับไปสู่วัยรุ่นวัยสนุกของเราอีกครั้งกันค่ะ!!🥰 เกริ่นมาขนาดนี้ก็แน่นอนว่าพลาดไม่ได้กับสวนสนุก
อสท.เกาหลี
เที่ยวเวียดนาม ญาจาง - ดาลัด
ทริปเวียดนามครั้งนี้เราไปกับทัวร์ของบริษัท BESTINDOCHINA สืบเนื่องจากว่าเราเข้าไปร่วมสนุกกับทางเพจ BESTINDOCHINA เพื่อตอบคำถามชิงรางวัลแพ็กเกจทัวร์มหัศจรรย์เวียดนามใต้ ญาจาง – ดาลัด 4 วัน 3 คืน
Phalaphak BuMz
รีวิว สวนสนุกดรีมเวิลด์ พร้อมเครื่องเล่นสุดมัน ล่าสุดปี2020
สวัสดีค่ะ เติ้ลมารีวิวสถานที่เที่ยวอีกแล้ว รอบนี้เติ้ลขอรีวิว สวนสนุกดรีมเวิลด์ Dream World พร้อมเครื่องเล่นสุดมัน ล่าสุดปี 2020 เต็ม10/10 ไปเลย ไม่หักค่ะ งานนี้เติ้ลได้บัตรเข้าเล่น
สมาชิกหมายเลข 5682845
รีวิวไต้หวัน! พาเพื่อนไปกินหม้อไฟซุปคอลลาเจนสุดฟิน เนื้อพรีเมียม และหุ่นยนต์เสิร์ฟที่ Chewing Brother
https://www.youtube.com/watch?v=1NymXRjzlWM วันนี้ผม Chewing Brother อยากมาแชร์ทริปไต้หวันที่ประทับใจสุดๆ ไม่ใช่แค่เรื่องที่เที่ยว แต่เป็นเรื่อง "มื้ออาหาร" ที่ทำให้พวกเรามีความสุขมากครับ ก
สมาชิกหมายเลข 9220693
ธรรมชาติเข้ามาแทนที่ สิ่งที่มนุษย์สร้าง
บันไดเลื่อนที่ถูกไม้เลื้อยแทนที่ ภายในสวนสนุกที่ถูกทิ้งร้างในจังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นที่รู้จักทางออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2019 สวนสนุกร้างแห่งนี้มีชื่อว่า "Holland Village" (หมู่บ
สมาชิกหมายเลข 7749566
🧸 ‘Twinkle Twinkle’ คาแรคเตอร์ดาวรุ่งของ Pop Mart ไม่ถึงปีทำเงินเกือบ 1.8 พันลบ.
‘Twinkle Twinkle’ คาแรคเตอร์ดาวรุ่งของ Pop Mart ไม่ถึงปีทำเงินเกือบ 1.8 พันลบ. . ต้นเดือนธันวาคม ท่ามกลางลมหนาวของกรุงปักกิ่ง สวนสนุก Pop Mart City Park ในสวนเฉาหยาง มีคนแน่นตั้งแต่สิบโมงเ
เม่าบนยอดดอย
อากาศหนาวๆ มาพักฟาร์มแกะกัน @ เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม **2025**
ชวนมาเที่ยวสวนผึ้งราชบุรี ที่มีบรรยากาศไม่แพ้เขาใหญ่ หรือ ทางเหนือ แถมขับรถไม่ไกลมีวันหยุดแค่ 2 วันก็เที่ยวได้ อากาศหนาวๆ เย็นๆ ได้นอนมองดูทิวเขา ทุ่งหญ้า เฉยๆ ก็ แล้ว ออกเดินทางโดยใช้เส้นทางถนนเพชรเ
รวยขึ้นทุกวัน
Camel Republic (คาเมล รีพลับบริค) สวนสนุกและสวนสัตว์สไตล์ Morocco
สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปเที่ยวไม่ใกล้ไม่ไกลกรุงเทพฯ นั่นก็คือชะอำนั่นเอง! อย่าเพิ่งเบื่อกันน้าาาาา ยังมีที่เที่ยวเปิดใหม่รอให้ไปเที่ยวอีกเพียบ! Camel Republic (คาเมล รีพลับบริค) บางคนได้ยินแล้วอาจจะยั
สมาชิกหมายเลข 1069679
Rest Time Bamboo ที่พักกลางสวนไผ่ บรรยากาศดี🍃🎋
หลีกหนีความวุ่นวาย มาปล่อยตัวปล่อยใจกับ Rest Time Bamboo Saraburi ที่พักกลางสวนไผ่ใน จ.สระบุรี 🎋 🏕️ รอบนี้พู่เลือกพัก Family Dome คืนละ 1,700฿ โดมหลังใหญ่ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มีเตียงขนาด 8
พาผู้เที่ยว-Paapooteaw
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การ์ตูน
วาดการ์ตูน
เที่ยวต่างประเทศ
ประเทศเกาหลีใต้
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] Netcafe Toon ตอนพิเศษ เที่ยวเกาหลีครั้งแรกกับ TOT + มีรูปมีคลิปประกอบ (วันที่ 2)
อันนี้จะเป็นวันที่สองของการเดินทางนะครับ ตื่นมายามเช้าที่เกาหลี บรรยากาศตัวเมืองที่เป็นช่วงเวลาที่มีคนไปทำงานกัน แต่เท่าที่มองๆ นี่เหมือนรถไม่ติดเท่าไหร่เลยนะครับ ระบบคมนาคมของเขานี่ดีมากๆ เลยผมยอมรับ เพราะตลอดการเดินทางทั้ง 5 วันนี่ แปบๆ ก็เจออุโมงค์ ไฟแดงแปบๆ ก็ไฟเขียวแล้ว แต่ก็นะ อันนี้มันต่างจังหวัด สภาพในเมืองโซลเขาก็ว่ารถติดกันสุดๆ เหมือนกัน
สำหรับมื้อเช้านั้นเราได้รับประทานอาหารที่โรมแรม โดยเป็นบุฟเพ่ต์อาหารเช้าตามสไตล์โรมแรมทั่วไป แต่ที่แปลกตาไปหน่อยก็คือ จะมีอาหารเกาหลีมาอยู่ด้วย และไส้กรอกกับแฮมนี่รสชาติอร่อยมาก ไม่เหมือนตอนกินที่บ้านเราเลยซักนิด ซึ่งยอมรับเลยว่าพวกเนื้อของบ้านเขานี่ทำออกมาได้ดีมาก
จากนั้นโปรแกรมของวันนี้ที่คณะเดินทางหลายคนรอคอย นั่นก็คือ การเดินทางไปสวนสนุก เอเวอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสวนสนุกที่ดีที่สุดในเกาหลี และได้รับสมญานามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์เกาหลีเลยทีเดียว โดยในธีมของสวนสนุกช่วงเวลาที่เราไปนั้นจะเป็นธีมของฮัลโลวีนครับ
คณะทัวร์ของเราได้รับบัตรพิเศษที่สามารถเล่นได้ทุกเครื่องเล่น บรรยากาศของสวนสนุกนั้นเต็มไปด้วยวัยรุ่นชาวเกาหลีที่มาท่องเที่ยวกัน โดยไกด์ได้บอกว่าวันนี้คนไม่เยอะเพราะเป็นวันทำงานและเด็กเปิดเทอมกัน (ขนาดไม่เยอะนะเนี่ย) พื้นที่ของสวนสนุกนั้นจะตั้งบนเขา เครื่องเล่นบางส่วนจะอยู่ข้างล่างของเขา แต่ก็มีกระเช้าบริการฟรีด้วย และไกด์ได้พาไปเล่นเครื่องเล่นที่ขึ้นชื่อของที่นี่เลย นั่นก็คือ รถไฟเหาะ T-Express นั่นเอง
มันเป็นรถไฟเหาะที่มีความเร็วถึง 104 กิโลเมตร และเป็นรถไฟรางที่ทำจากไม้แห่งแรกในเอเชีย แถมมีลูกเล่นโดยการไหลลงมาจากรางในความชัน 77 องศา เรียกได้ว่าเหวี่ยงกันทีเหมือนตัวจะหลุดกระเด็นออกมาจากที่นั่งเลย (หวาดเสียวมาก แต่กลับมีเด็กๆ เกาหลีเล่นกันเต็มเลย ไม่กลัวกันเลยนะพวกนี้) อยากรู้ใช่ไหมว่ามันเป็นยังไง ? ดูในคลิปได้เลย
หลังจากเดินมือไม้ขาสั่นลงมากันแล้ว ทีนี้ก็เป็นเวลา Free Time กันแล้ว ให้แยกย้ายไปเล่นกันได้อย่างอิสระเลย ผมก็เดินๆ ตามเขาไป ซึ่งก็ได้มีการเล่นเครื่องเล่น 2 จุด นั่นก็คือ Rock Spin หรือ เฮอร์ลิเคนบ้านเรานี่เอง ส่วนตัวคนเขียนยังไม่เคยขึ้นของไทยเลยนะ แต่รู้สึกว่าของเกาหลีจะหมุนเยอะกว่าเสียอีก (และต่างจากไทยตรงไม่มีนํ้าพุเปิด ฮะๆ)
ต่อมา กลุ่มคณะทัวร์ที่ติดตามไปด้วยนั้นก็ได้อยากไปลองเล่นไวกิ้ง ซึ่งต้องเดินทางไปไกลพอสมควรเพราะอยู่ในเชิงเขาอีกลูกหนึ่ง (แต่ไม่ไกลมากนัก) แต่เท่าที่ลองดู ไวกิ้งของบ้านเขาก็ไม่ได้ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่นัก มีที่ต่างก็คือเราสามารถเอากระเป๋าขึ้นไปด้วยได้ แต่ต้องวางไว้ที่เท้าแล้วหนีบเอาไว้ตลอดนั่นเอง
หลังจากลงมาแล้วท้องไส้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็เดินๆ ตามเขาไปแล้วก็แยกย้ายกันเพราะทางผมเห็นว่ามันเลยเที่ยงแล้ว เลยเดินไปร้านอาหารดีกว่า แต่ไม่รู้เดินไปเดินมา ทะลุหลงไปสวน 4 ฤดูของที่นี่ได้ยังไงก้ไม่รู้ แต่ก็ได้ภาพบรรยากาศสวยๆ ของสวนสนุกแห่งนี้กลับเอามาฝากกันครับ
ระหว่างทางผมเจอกลุ่มเด็กๆ อนุบาลมาเดินทัศนศึกษาด้วยกัน (น่าอิจฉาจุงเบย) ซึ่งเห็นว่ามันแปลกตาสำหรับผมดี เลยถ่ายมาซักแซะ แต่ก็ไม่นึกว่าน้องหนูที่ผมถ่ายรูปให้นั้นจะหันกลับมาแล้วก็ก้มโค้ง พร้อมกับบอกว่า "อัลยองฮันเซโย" เท่านั้นแหละ ต่อมรับเด็กนี่ทำงานทันที โห้ยยยยย อยากจับอุ้มกลับบ้านจังเลย ให้ตายเหอะ
น้องคนไหนที่ทักทายผม ลองดูในรูปนะครับ
ส่วนเครื่องมือแปลกๆ นั้นมันจะเป็นเครื่องแบบในรูปข้างบนแทนเลยครับ โดยพอเวลาถึงคิวเราแล้วมันก็จะสั่นพร้อมกับมีไฟแดงกระพริบมาด้วย (อารมณ์ประมาณมือถือโทรเข้า) ก็แปลกตาและสะดวกดี แต่จริงๆ ต้องบอกว่า ตอนสั่งอาหารนี่งงกับพนักงานเหมือนกัน ซึ่งก็พอรู้อยู่แล้วหละว่าคนเกาหลีไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่กลับไม่นึกว่าแม้แต่ศัพท์ง่ายๆ จะยังไม่รู้เรื่อง! ขนาดกระผมชี้แล้วนะว่าจะเอาอันนี้ กลับมองมาแบบงงๆ ซะงั้น แต่ในที่สุดก็สั่งได้อะนะ
และดูจากเวลาแล้วเห็นได้เลยว่าคงเล่นได้อีกอย่างเดียว และไหนๆ ก็มาแล้ว เลยว่าจะไปดูไลเกอร์ซะหน่อย ซึ่งเป็นสัตว์ผสมเทียมและไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ นั่นก็คือ เกิดจากพ่อสิงโตและแม่เสือ ออกลูกมาเป็นไลเกอร์นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ในโลกมีอยู่ที่เกาหลีอยู่ตัวเดียวแล้ว (ตอนแรกมี 2 ตัว แต่ตายไปตัว ตอนนี้เลยเหลือตัวนึง)
แต่เจ้าพระคุณรุนช่อง เดินหลุดเข้ามาที แถวมันจะยาวไปถึงไหนกัน (ฟะ) นี่ แถมระหว่างทางดันมีร้านไอศครีมขายระหว่างทางด้วยนะ แหม๋ ยังกับรู้เลยว่ายังไงต้องมีคนมาต่อแถวกันเยอะแน่ๆ แต่จะให้ถอยหลังกลับไปก็ยากละเพราะคนมันมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยต้องต่อแถวต่อไป
ไปจนถึงใกล้ทางขึ้นรถบัสแล้ว ก็เจอจุดถ่ายรูปที่จะให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันคนละใบ แน่นอนว่าตัวผมเองก็ให้ถ่ายรูปเช่นกัน พร้อมกับรับตั๋วมา เหมือนกันว่าให้ไปเอารูปได้หลังเที่ยวจบ (แต่สุดท้ายคือ เสียตังค์) แล้วก็รอไม่นานเท่าไหร่ก็มีรถบัสมาจอดรถให้เราขึ้นรถไปเที่ยวกันซะที หลังจากต่อแถวยาวมาเป็นครึ่งชั่วโมงกว่า
ข้างในนั้นเป็นรถบัสติดแอร์เหมือนรถเมล์เลยครับ พร้อมกับกระจกใสทั้งซ้ายและขวา โดยคนขับรถจะทำหน้าที่ขับรถและเป็นไกด์ให้เราด้วย ซึ่งพูดอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ออกอะนะ แล้วก็หยุดรถเพื่อให้เราได้ดูและถ่ายรูปเหล่าสัตว์ต่างๆ รวมไปถึงไลเกอร์ด้วย ซึ่งทางไกด์เขาบอกว่าถ้าวันไหนฝนตกหรืออากาศไม่ดีเขาจะไม่เอาออกมาโชว์ เพราะว่ากลัวมันไม่สบายนั่นเอง
และไฮไลท์อีกฝ่ายสำหรับซาฟารีของสวนสนุกแห่งนี้ก็คือ ไกด์หรือคนขับรถจะทักทายหมี ให้อาหารมันแล้วก็ให้มันทำท่าไหว้ทักทายผู้ชมด้วย (จริงๆ ก็ยกมือทักทายอะนะ) แปลกตามากๆ ครับเพราะยังไม่เคยเห็นหมีทำท่าขออะไรแบบนี้มาก่อนเลย
และอันล่างนี้จะเป็นเหตุการณ์ตอนต่อคิวและเล่นเสร็จแล้วครับ
ตรงกระเช้าคนต่อแถวเยอะมากครับ ผมเลยตัดสินใจวิ่งขึ้นเนินเขาไป เจ้าพระคุณรุนช่องเอ็ยยยยย เข้าใจเลยว่าทำไมคนเกาหลีหุ่นถึงผอมเพรียวกัน เพราะว่าเดินขึ้นลงเขากันบ่อยนี่เอง แถมตัวผมนั้นแบกทั้งกระเป๋าของและกระเป๋ากล้อง วิ่งขึ้นไปที่แทบจะเดินทั้งคลานเลยหละครับ
เนินที่ผมวิ่งไป
ทว่า หลังจากวิ่งมาพร้อมกับสายนํ้า (เหงื่อ) ท่วมตัว ในที่สุดก็มาถึงจุดนัดพบได้ทันเวลาพอดี แต่ก็รออีกหน่อยกว่าจะได้กลับเพราะว่ายังขาดอีก 4 คนนั่นเอง พอคณะทัวร์เดินทางครบแล้วก็เดินทางออกจากสวนสนุก ขึ้นรถบัสของสวนสนุกเพื่อไปยังที่จอดรถ
ระหว่างรอคนอื่นๆเข้าห้องนํ้า เลยไปลองหยอดซื้อนํ้าอะไรก็ไม่รู้ในตู้หยอด ราคา 800 วอน ปรากฎว่ามันคือ นํ้าแอปเปิ้ลเขียวโซดานั่นเอง อร่อยดี เพราะในไทยไม่มีขายมั้ง
นั่งรถต่อเพื่อเดินทางไปยังอีกจังหวัดคังวอน เพื่อไปเที่ยวฟาร์มแกะที่ Daegwallyeong Sheep Ranch (น่าจะที่นี่นะ) โดยบรรยากาศตอนนี้ หมอกลงยังกับบรรยากาศตอนเช้าเลย แถมอุณหภูมิประมาณ 18 – 19 องศา มีลมพัดมาวิ้วๆๆ อารมณ์ประมาณอยู่บนดอยเลย (ชอบมว๊าก) เป็นทิวทัศน์ที่ถูกใจสำหรับคนที่มาจากเมืองร้อนอย่างผมจริงๆ
แกะที่นี่จะไมได้ขนขาวปุกปุยน่ากอดเหมือนบ้านเรานะครับ เพราะว่าเขาเลี้ยงเอาแบบกับดินเพื่อเลี้ยงจริงๆ จังๆ เลย จะได้ตัดขนเอามาทำเสื้อ ผิดกับบ้านเราที่เลี้ยงเอาสวยงาม โดยเราจะได้ให้อาหารแกะกัน ทางฟาร์มเขาให้อาหารแกะให้เราเอาใส่กระบวยเรียบร้อย แต่จะบอกว่าพวกนี้จะกินแบบตะกละมาก ถ้ามีตัวนึงได้เสียบกินละก็ เอาออกมายากเลยทีนี้
ต่อมาก็ได้ไปลองทำซีสกัน โดยไกด์ได้เตือนว่ากรุณาทำตามขั้นตอนซะดีๆ ไม่งั้นอาจุงม่าผู้ที่จะมาสอนเราจะถึงกับเดินมาตีมือเราเลย โดยอุปกรณ์ที่เราจะเอามาทำซีสกันนั้นจะมีนมสดๆ + เจลาติน แล้วก็จะมีเมล็ดทานตะวันและดอกไม้ที่สามารถกินได้
วิธีการทำก็เอาทัพพี (มั้ง) คนในหม้อนมสดแบบไป – กลับช้าๆ เรื่อยๆ พอเริ่มร้อนก็ใส่เจลาตินลงไป ตั้งไปจนเรื่อยๆ จนกว่ามันจะเดือด แล้วก็หรี่ไฟให้เบาลง จากนั้นอาจุงม่าจะเอาผลรสเลมอนหรือสเตอร์เบอร์รี่มาให้เราเลือกว่าจะเอาซีสรสอะไร (เราเลือกเลมอน) จากนั้นก็ตักเอามาใส่ในผ้าขาวบาง (มั้ง) แบบนี้
เอาเมล็ดทานตะวันและดอกไม้ใส่ลงไปเพื่อความสวยงาม จากนั้นก็เอาหิน (แต่ดูแล้วน่าจะเป็นก้อนอิฐ) เอามากดซีสเพื่อให้มันแน่นๆ
จนมีหน้าตาออกมา… เหมือนเต้าหู้! และวิธีการกินก็คือ เอาคอนฟั๊บ (ข้าวโพดกรอบ) หั่นซีสใส่แบบในรูป จิ้มกับแยมสเตอร์เบอร์รี่หรือใส่เกลือแล้วแต่ความชอบ เอาคอนพับโปะอีกชั้นนึงเหมือนแซนวิส แล้วก็กิน รสชาตินะเหรอ…. มันคือซีส.. ไร้กลิ่น มีรสนมสด อารมณ์ประมาณกินซีสแบบในพิซซ่าขอบซีส เพียงแต่เป็นรสนมสดแทน