ได้ยินมานานนมแล้วว่าอายุเริ่มต้นเมื่อ 40 เท่ากับว่าชีวิตผมใกล้จะเริ่มอย่างเป็นทางการแล้วสิ แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดนั้นแต่ในวัย 36 ปีและมีลูกสองคนให้ต้องดูแล ผมก็ได้ทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ตัวเองยึดถือและเชื่อมั่น เพื่อจะเก็บไว้สอนลูกๆ ของตัวเอง เห็นว่าอาจจะมีประโยชน์บ้างก้อลองเอามาแชร์กันให้อ่านดูครับ
- การเรียนประวัติศาสตร์ไม่ใช่แค่ท่องจำวันเวลา เราเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรกปี พ.ศ. ใด ไม่สำคัญเท่ากับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าสาเหตุของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรกมีเหตุผลจากอะไรบ้าง และแต่ละทฤษฎีมีเหตุผลสนับสนุนอย่างไร และมันให้บทเรียนอะไรกับเราบ้าง
- รถคันนี้ประหยัดน้ำมันได้ 20%, คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด, GDP ปีนี้จะเพิ่มขึ้น 4% กับข้อความเหล่านี้เราควรจะต้องหัดตั้งคำถามว่า เขาวัดกันอย่างไร ใครเป็นคนวัด เทียบจากอะไร ถ้าปราศจากการตั้งคำถามเหล่านี้แล้วตัวเลขต่างๆที่ผ่านเข้ามาหาเราก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
- หัดอ่านฉลากสินค้า ปกซีดี End Credit ของภาพยนตร์เสียบ้าง เรียนรู้และให้ความสนใจการทำงานเบื้องหลังที่ก่อให้เกิดสิ่งต่างๆ ขึ้นมา จะช่วยให้เรามีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น เข้าอกเข้าใจคนอื่น และเห็นคุณค่าของผู้คนและสิ่งต่างๆ รอบตัว และสุดท้ายมันจะส่งผลต่อการยอมรับนับถือตัวเองของคุณ
- ข้อมูลจากการ Search ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง และ Web แรกที่เป็นผลลัพธ์จาก Google ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด
- หัดซื้อหนังสือ หรืออ่านหนังสือเสียบ้าง ไม่ใช่เชื่อทุกอย่างจาก Web board และ Forward Mail ณ ปัจจุบันมาตรฐานการคัดกรองข้อมูลของสิ่งพิมพ์ต่างๆ ยังน่าเชื่อถือกว่าอินเตอร์เน็ตอยู่หลายเท่า
- คนฉลาด ไม่จำเป็นต้องพูดหรือแสดงความคิดเห็นทุกเรื่อง เมื่อไรก็ตามที่คุณพูดมากกว่าฟัง ตอบกระทู้มากกว่าอ่านข้อมูลที่เป็นประโยชน์ คุณก็มีโอกาสจะได้รับข้อมูลใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ น้อยลงเรื่อยๆ
- เนื้อหาและการนำเสนอเป็นศิลปะ ข้อมูลแน่นแต่นำเสนอไม่เป็นจะเกิดปัญหาแต่แรก นำเสนอดีแต่เนื้อหากลวงเปล่าจะมีผลในระยะยาว
- ฝึกเขียนภาษาไทยให้ถูกต้องครบถ้วน น่ารังเกียจ ไม่ใช่ หน้ารังเกลียด อย่าใช้ภาษา Chat จนเคยตัว อย่าปล่อยให้ความสะดวกรวดเร็วทำให้เสียนิสัยจนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ
- ใครที่กำลังคิดจะเรียนต่อ อย่าไปคิดว่าจบแล้วจะไปทำอะไร จะได้เงินเดือนเท่าไหร่ คำถามที่สำคัญกว่าคือเรามีความสนใจ และอยากเรียนรู้เรื่องนั้นจริงหรือไม่
- อย่าขับรถย้อนศรโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ อย่าใช้เหตุผลว่ารถคันเล็กนิดเดียวย้อนศรก็ไม่เป็นไรหรอก มันมักง่ายเกินไป
- สิทธิ์ในฐานะของลูกค้าและผู้บริโภคเป็นสิ่งที่พึงรักษา แต่ควรจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความมีเหตุผล มีการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ไม่เรียกร้องมากเกินไปจนสร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น
- การเป็นตัวของตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องพอเหมาะพอควร การทำตามคนอื่นบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย การทำตัวให้แตกต่างจนเกินพอดีมันเหนื่อยทั้งกับตัวเองและผู้คนรอบข้าง
- ศึกษาเรื่องการเมืองในเชิงโครงสร้างและความสัมพันธ์ของอำนาจต่างๆ เสียก่อนที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานหรือเลือกข้าง (เบื่อกับการเมืองและความเป็นไปของประเทศนี้เหลือเกิน นับวันผมยิ่งรู้สึกว่าเราแบ่งข้าง แบ่งสี แบ่งพรรคแบ่งพวกกันมากขึ้นทุกที จะพูดอะไรกันจะแนะนำอะไรกันก็ยากเต็มทีเพราะสีมันบังตา Drama กันจนไม่มีเหตุผล)
เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาในวันที่รู้สึกว่าบ้านเมืองของเราตกอยู่ในสภาพไร้หลักการ และขาดเหตุผล ผมเลยอยากสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกสักหน่อย
ขอบคุณสุภาพชนทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ครับ
ในวัย 36 ปีกับลูกสาวสองคน ผมจดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไว้เตือนตัวเองและสอนลูกไปในตัว
- การเรียนประวัติศาสตร์ไม่ใช่แค่ท่องจำวันเวลา เราเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรกปี พ.ศ. ใด ไม่สำคัญเท่ากับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าสาเหตุของการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรกมีเหตุผลจากอะไรบ้าง และแต่ละทฤษฎีมีเหตุผลสนับสนุนอย่างไร และมันให้บทเรียนอะไรกับเราบ้าง
- รถคันนี้ประหยัดน้ำมันได้ 20%, คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด, GDP ปีนี้จะเพิ่มขึ้น 4% กับข้อความเหล่านี้เราควรจะต้องหัดตั้งคำถามว่า เขาวัดกันอย่างไร ใครเป็นคนวัด เทียบจากอะไร ถ้าปราศจากการตั้งคำถามเหล่านี้แล้วตัวเลขต่างๆที่ผ่านเข้ามาหาเราก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
- หัดอ่านฉลากสินค้า ปกซีดี End Credit ของภาพยนตร์เสียบ้าง เรียนรู้และให้ความสนใจการทำงานเบื้องหลังที่ก่อให้เกิดสิ่งต่างๆ ขึ้นมา จะช่วยให้เรามีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น เข้าอกเข้าใจคนอื่น และเห็นคุณค่าของผู้คนและสิ่งต่างๆ รอบตัว และสุดท้ายมันจะส่งผลต่อการยอมรับนับถือตัวเองของคุณ
- ข้อมูลจากการ Search ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง และ Web แรกที่เป็นผลลัพธ์จาก Google ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด
- หัดซื้อหนังสือ หรืออ่านหนังสือเสียบ้าง ไม่ใช่เชื่อทุกอย่างจาก Web board และ Forward Mail ณ ปัจจุบันมาตรฐานการคัดกรองข้อมูลของสิ่งพิมพ์ต่างๆ ยังน่าเชื่อถือกว่าอินเตอร์เน็ตอยู่หลายเท่า
- คนฉลาด ไม่จำเป็นต้องพูดหรือแสดงความคิดเห็นทุกเรื่อง เมื่อไรก็ตามที่คุณพูดมากกว่าฟัง ตอบกระทู้มากกว่าอ่านข้อมูลที่เป็นประโยชน์ คุณก็มีโอกาสจะได้รับข้อมูลใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ น้อยลงเรื่อยๆ
- เนื้อหาและการนำเสนอเป็นศิลปะ ข้อมูลแน่นแต่นำเสนอไม่เป็นจะเกิดปัญหาแต่แรก นำเสนอดีแต่เนื้อหากลวงเปล่าจะมีผลในระยะยาว
- ฝึกเขียนภาษาไทยให้ถูกต้องครบถ้วน น่ารังเกียจ ไม่ใช่ หน้ารังเกลียด อย่าใช้ภาษา Chat จนเคยตัว อย่าปล่อยให้ความสะดวกรวดเร็วทำให้เสียนิสัยจนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ
- ใครที่กำลังคิดจะเรียนต่อ อย่าไปคิดว่าจบแล้วจะไปทำอะไร จะได้เงินเดือนเท่าไหร่ คำถามที่สำคัญกว่าคือเรามีความสนใจ และอยากเรียนรู้เรื่องนั้นจริงหรือไม่
- อย่าขับรถย้อนศรโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ อย่าใช้เหตุผลว่ารถคันเล็กนิดเดียวย้อนศรก็ไม่เป็นไรหรอก มันมักง่ายเกินไป
- สิทธิ์ในฐานะของลูกค้าและผู้บริโภคเป็นสิ่งที่พึงรักษา แต่ควรจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความมีเหตุผล มีการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ไม่เรียกร้องมากเกินไปจนสร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น
- การเป็นตัวของตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องพอเหมาะพอควร การทำตามคนอื่นบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย การทำตัวให้แตกต่างจนเกินพอดีมันเหนื่อยทั้งกับตัวเองและผู้คนรอบข้าง
- ศึกษาเรื่องการเมืองในเชิงโครงสร้างและความสัมพันธ์ของอำนาจต่างๆ เสียก่อนที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานหรือเลือกข้าง (เบื่อกับการเมืองและความเป็นไปของประเทศนี้เหลือเกิน นับวันผมยิ่งรู้สึกว่าเราแบ่งข้าง แบ่งสี แบ่งพรรคแบ่งพวกกันมากขึ้นทุกที จะพูดอะไรกันจะแนะนำอะไรกันก็ยากเต็มทีเพราะสีมันบังตา Drama กันจนไม่มีเหตุผล)
เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาในวันที่รู้สึกว่าบ้านเมืองของเราตกอยู่ในสภาพไร้หลักการ และขาดเหตุผล ผมเลยอยากสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกสักหน่อย
ขอบคุณสุภาพชนทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ครับ