หากคนที่คุณทิ้ง ดีกว่าคนที่คุณเลือก?

กระทู้สนทนา
ด้วยความที่เราเป็นคนสวย มีคนเข้ามาขายขนมจีบเยอะมาก แต่มีคนๆหนึ่งที่เขาพิเศษกว่าคนอื่นๆก็คือ เขาหน้าตาดี เหล้า บุหรี่ ไม่ดื่ม ไม่สูบ การพนันไม่เล่น แต่ฐานะทางบ้านยากจนมาก พ่อแม่เขาเลิกกันตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ก็เลยเป็นเหตุทำให้เขาต้องต่อสู้ชีวิตมาก ด้วยคุณสมบัติที่ดีงามของเขาเราก็เลยคบกับเขา แต่ด้วยสังคมและเพื่อนฝูงมักจะพูดให้บั่นทอนน้ำใจตลอดเวลาว่า “สมัยนี้ความรักอย่างเดียวกินไม่ได้หรอกนะ ต้องหาคนรวยเกาะเอาไว้ น้ำหน้าอย่างมันจะเลี้ยงเธอได้เหรอ ดูคนนั้นสิ มีแฟนรวย มีบ้าน มีรถ มีหน้ามีตาในสังคม” พอเรียนจบ เราเองและแฟนก็เริ่มห่างๆกัน

เพราะตอนเย็นเขาต้องออกไปทำงานพิเศษ เขามักจะพูดเสมอว่า “สักวันหนึ่งผมจะไม่ยอมให้คุณลำบาก” จนทำให้เรามีความรู้สึกอยู่ตัวคนเดียว และแล้วก็มีคนมาจีบ ด้วยความใกล้ชิด ทำให้เราเริ่มห่างกัน และเราก็เริ่มสนิทกับผู้ชายคนใหม่ ผู้ชายคนใหม่รวยกว่าเขามาก แต่หากพูดถึงนิสัยเทียบกันไม่ติด ด้วยความที่เรายังคงอ่อนต่อโลกมากนัก ไม่ได้ยั้งคิด จึงเลือกคนใหม่โดยบอกเลิกคนเก่า  

วันที่เราบอกเลิกกับเขา เราเองก็รู้สึกไม่ดีนะ อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนเลือกมากกว่าเป็นคนถูกเลือก เขาร้องไห้ แล้วเขาก็เอามือเรากุมเอาไว้ที่หน้าอกด้านซ้าย แต่เราเลือกทางเดินชีวิตแล้ว “เราเป็นเพื่อนกันเถอะนะ เราคงไปด้วยกันไม่ได้” ไม่มีใครรู้ว่าเราไปด้วยกันได้หรือไม่ได้ นอกจากเราสองคน ตั้งแต่วันนั้น เราก็แทบไม่ได้สนใจข่าวคราวเขาอีกเลย

ตอนแรกๆ เขาก็โทรศัพท์มาหา  เราก็ไม่ได้รับ เพราะเกรงใจคนใหม่ เกือบประมาณ 3 เดือนกว่าๆ ที่เขายังโทรมา ครั้งล่าสุดขณะทานข้าวอยู่ แฟนใหม่ของเราคงเห็นเป็นเบอร์ที่โทรมาหาบ่อยก็เลยรับและด่าเขาเสียหายมาก  ขนาดคนฟังข้างๆ อาจจะรับไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายพูดได้แต่คำว่า “ครับ ผมทราบ ผมขอโทษด้วย ผมแค่อยากโทรมาอวยพรขอให้โชคดี” คำพูดนี้ยังคงก้องอยู่ในหูของเราตลอดมา และหลังจากนั้นเกือบตลอดระยะเวลา 9 ปีที่เขาหายไป  เราไม่เคยได้ยินข่าวคราวเขาอีกเลย  “ความรักที่อยู่บนฐานะของความโลเล อาจจะไม่จีรังยั่งยืน”

แต่ชีวิตของเรากลับไม่ได้เป็นอย่างฝัน เรากับแฟนใหม่ทะเลาะกันเกือบทุกวัน หลังจากแต่งงานกันมาแล้วได้ปีกว่า เพราะเขาติดเหล้า ติดผู้หญิง ติดการพนันฟุตบอล รถที่เป็นชื่อของเขาก็เอาไปขาย จนบางครั้งเขาเมามาก็มีปากเสียงทะเลาะกัน เราคิดถูกที่เราไม่ยอมมีลูกกับเขา บางครั้งโทรไป ก็มีผู้หญิงรับ เราเสียใจมาก เคยนั่งร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว บางวันเขาก็ไม่กลับบ้าน จนท้ายที่สุดเราสองคนก็ต้องเลิกกัน โดยความรู้สึกของเขาไม่ได้ห้ามหรือขอร้องสักคำ เขาบอกได้แต่เพียงว่า “อืม เลิกก็เลิก”

เราก็กลับมาเป็นโสดอีกครั้ง ก็เพราะอาศัยหน้าตาที่สวยก็ยังมีคนมาจีบ เราก็ยังคงเข็ดกับความรักที่เพิ่งผ่านมา จนกระทั่งเวลาผ่านไปได้เกือบปีหนึ่งก็มีหนุ่มวิศวะกร มาจีบ เขาก็จีบเราเกือบ 6 เดือน ก็เพราะมีประสบการณ์ที่ผ่านมานั่นเอง ก็เลยไม่อยากตกปากรับคำใครง่ายๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีก 1 ปี เราก็คิดว่า เราก็ควรให้โอกาสกับตัวเองและคนอื่นไม่ควรปิดกั้นตัวเองเอาไว้ ก็เลยรับปากแต่งงานกับเขาอีก  จนกระทั่งเราคิดว่าเขาคือคนที่ใช่แล้ว จึงยอมมีลูกกับเขา 1 คน แต่พอหลังมีลูกแล้ว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอีก เขาเริ่มไม่กลับบ้าน ติดเหล้า ติดผู้หญิง วันที่เราเศร้าที่สุดก็มาถึง เมื่อมีผู้หญิงมาหาเขาที่บ้าน และบอกว่าแฟนเขาก็คือสามีเรา เราถึงกับวีนแตก จนบ่อยครั้งเราก็มานึกเสียใจ หรือเป็นเพราะบาปกรรมที่ได้ทำเอาไว้กับคนๆหนึ่ง

และแล้วคืนหนึ่งขณะที่เรากำลังโทรไปหาสามีก็มีเสียงผู้หญิงรับ เราเจ็บปวดมาก แต่ก็ต้องทน เราบอกว่าขอสายเขาหน่อย ฝ่ายผู้หญิงก็บอกว่า พี่เขาไม่ว่าง ไม่อยากคุยด้วย เราต้องรีบตัดโทรศัพท์ทิ้ง ด้วยความเสียใจ เรามานั่งร้องไห้เสียใจ และแล้ว คนที่ไม่เคยอยู่ในความทรงจำของเราก็แว็บเข้ามาในความรู้สึก.....ใช่ แฟนคนแรกของเรา ตอนนี้เราเจ็บปวดกับชีวิต แล้วเขาเป็นอย่างไรบ้างนะ

เราก็เลยลองพิมพ์ชื่อเขาลงใน Google ดู อย่างน้อยๆเขาน่าจะมีอะไรทิ้งเอาไว้บ้าง ได้เห็นชื่อหรือสิ่งที่เขาโพสตามเว็บต่างๆ เอาไว้ก็ยังดี เราแทบไม่เชื่อสายตาเลยว่า ชื่อของเขาจะมี ดร.นำหน้าด้วย ตอนแรกๆ เราก็คิดว่าคงจะมีคนชื่อซ้ำกัน ขนาดคนหน้าตาเหมือนกันยังมีเลย จนตามลิ้งค์ไปเรื่อยๆและตามไปด้วย facebook ถึงได้แน่ใจว่า เป็นเขาแน่นอน วันนี้เราและเขาแตกต่างกันมาก หลายปีที่เราเจ็บปวดกับชีวิต เขาคงก้มหน้าก้มตาเรียน ปัจจุบันก็ได้เป็นนักวิชาการไปแล้ว

วันหนึ่งเราอยากพบเขามาก ก็เลยไปดักพบเขา โดยที่ไม่ให้เขารู้ตัวว่าเราอยากพบเขามากแค่ไหน ต้องทำทุกอย่างให้เหมือนเป็นเหตุบังเอิญ ทันที่เราที่ได้พบกัน เขาดีใจมาก ทุกอย่างบ่งบอกจากสายตา น้ำคำ เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ รถที่เขาขับ เป็นรถที่เขาเคยบอกเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งเขาจะคว้ามันมาเป็นสมบัติให้ได้ เขามีบ้านราคาหลายล้าน “ทุกอย่างมาจาก น้ำมือและมันสมองของเขาทั้งนั้น” เขาพูดด้วยความภาคภูมิใจ แต่มองย้อนกลับมาที่เรา คนที่ใช่กลับเป็นคนไม่ใช่ แต่มองดูคนที่คิดว่าไม่ใช่สิ เขามีทุกอย่างที่ลูกผู้หญิงส่วนมากอยากแสวงหา ผู้ชายที่อบอุ่น รักครอบครัว ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี ไม่เล่นการพนัน ทำให้เรานึกถึงคำพูดหนึ่ง “ชีวิตคนเราเปรียบเสมือนเรือน้อยในท่ามกลางมหาสมุทร ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า จะเป็นอย่างไร ลูกคนจนอาจจะเป็นคนรวยได้ ลูกคนโง่อาจจะเป็นปราชญ์ได้ ตราบใดยังไม่ตาย อย่าเพิ่งดูถูกกัน” ใช่หรือไม่ใช่ ไม่มีใครจะล่วงรู้ได้ นอกจาก คุณงามความดีที่สองคนมีให้ต่อกัน ว่าจะยั่งยืนแค่ไหน

“หากมีอะไรก็ให้บอกนะ อย่าคิดเป็นคนอื่น ผมยังคงเป็นคนหลังม่านเสมอ” เขาพูดและก็เอามือของเรามากุมเอาไว้เบาๆ  เราไม่มีอะไรแม้แต่จะบอกเขา หากจะมีก็คงบอกว่า ขอโทษสำหรับที่ผ่านมา ถ้าอยากให้ขอ เราอยากย้อนเวลาได้จริงๆ คงไม่ได้ขอมากเกินไปใช่ไหม ตอนที่เขาอยู่ตรงหน้าเรา หรือเป็นของๆเรากลับไม่เห็นคุณค่าของเขา พอเขาจากไป เรากลับรู้สึกเสียดายใครคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ แต่เราไม่มีสิทธิ์อะไร อาจจะเป็นเพราะในตอนนั้น เราไม่ชัดเจนในความต้องการของตัวเองจริงๆ ทำให้บทสรุปหน้าสุดท้ายของไดอารี่ที่จำเป็นต้องเขียนเพื่อปลอบใจตัวเองไปวันๆ “สูตรตายตัวความสำเร็จแห่งความรัก ยังไม่มี หากคนที่คิดว่าใช่ แย่กว่าคนที่คุณทิ้ง”

ขออนุญาตเจ้าของเอามาให้อ่านครับ ได้คติสอนใจมากๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่