แก้ผ้าตระกูลชิน กวนน้ำให้ใส สารส้ม แนวหน้าออนไลน์
การเร่งผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมคนโกงเข้าสภา เป็นการประจานธาตุแท้
และความต้องการของทักษิณและพวกที่ปลุกระดมคนเสื้อแดงมาตั้งแต่
ปี 2552-2553 ว่านี่ต่างหากคือความต้องการแท้จริงของเขา!
ข้ออ้างที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “อำมาตย์” – “สองมาตรฐาน” – “ความเหลื่อมล้ำ” ฯลฯ ล้วน
แต่หยิบยกขึ้นมาปลุกระดมเพียงเพื่อบังหน้า หวังได้อำนาจรัฐ ไม่ต้องการแก้ปัญหาจริงๆ แค่
เอามาใช้ลวงหลอก ต้มตุ๋นคนเสื้อแดง ให้ออกมาเป็น “เบี้ย” ในเกมการเมืองของระบอบทักษิณ
“ใครจะเป็นจะตายก็ช่างแม่มัน”
1) มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กลุ่มนักวิชาการที่เคยสนับสนุนแนวทางของคนเสื้อแดงและ
พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง “หยุดการบิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรม หยุด
การตระบัดสัตย์ของพรรคเพื่อไทย”
เนื้อหาระบุชัดเจนว่า “การแก้ไขกฎหมายนิรโทษกรรมที่กำลังบังเกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุน
ของพรรคเพื่อไทยนับว่าเป็นการกระทำที่ “บิดเบือน” ต่อหลักการสำคัญของกฎหมาย
นิรโทษกรรมที่ได้มีการนำเสนอไว้ในวาระแรกอย่างแจ้งชัด ความเร่งรีบต่อการพิจารณาร่าง
กฎหมายดังกล่าวก็ยิ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษ
อันบิดเบี้ยวฉบับนี้อย่างไม่อาจปฏิเสธ...
...กรณีการบิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรมโดยพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจน
ว่ากำลังสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงการไม่เห็นด้วยในหมู่ญาติของ
ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ บรรดาแกนนำหรือนักการเมืองฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก็
ต่างพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีเพื่อให้ความจริงปรากฏ ความพยายามในการออก
กฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งของพรรคเพื่อไทยจึงไม่อาจถูกมองไปเป็นอย่างอื่นได้
นอกจากการมุ่งรับใช้ “นายใหญ่” แบบไม่ลืมหูลืมตา กระทั่งไม่สนใจว่าการกระทำในลักษณะ
ดังกล่าวจะสร้างผลเสียเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด...
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่ตระหนักถึงความจำเป็นของการออกกฎหมาย
นิรโทษกรรมได้ร่วมกันกดดันและปฏิบัติการเพื่อยุติการบิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรมและ
การตระบัดสัตย์ของพรรคเพื่อไทย ด้วยการแสดงความเห็นคัดค้านและถอนตัวจากการมีส่วน
เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย เพื่อเป็นการแสดงถึง “อำนาจ” ของประชาชนในการกำกับนโยบาย
และทิศทางของพรรคการเมือง ทั้งนี้จะไม่เพียงเป็นการสั่งสอนพรรคเพื่อไทยเท่านั้น หากยังจะ
เป็นบทเรียนให้กับพรรคการเมืองอื่นๆ ได้ตระหนักต่อไปถึงความสำคัญของประชาชนที่มีต่อ
พรรคการเมืองต่อไปในวันข้างหน้า”
2) คดีทุจริตโกงกินของทักษิณ ชินวัตร และพวก ที่จะได้รับการลบล้างความผิด “ถึงโกง ก็ให้
ไม่ต้องรับผิด” จากกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย อาทิ
คดีที่ดินรัชดา ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกทักษิณ 2 ปี ฐานกระทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100
คดีร่ำรวยผิดปกติ อาศัยอำนาจรัฐเอื้อประโยชน์แก่ตนเอง ศาลฎีกาฯ พิพากษายึดทรัพย์อันได้มา
โดยมิชอบตกเป็นของแผ่นดิน 46,373 ล้านบาท
คดีทุจริตหวยบนดิน ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกนายวราเทพ รัตนากร 2 ปี (รอลงอาญา) ทักษิณหนีคดี
คดีทุจริตรถและเรือดับเพลิง ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก นายประชา มาลีนนท์ หลบหนี
นอกจากนี้ ยังมีคดีทุจริตโกงกิน ที่ คตส.เคยสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน หรือสืบเนื่องจาก
คดีร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.หรืออัยการสูงสุด อีกหลายคดี เช่น
คดีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทร (นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.การพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์ กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา), คดีทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์
9000 ในสนามบินสุวรรณภูมิ, คดีทุจริตท่อร้อยสายไฟฟ้าในสนามบินสุวรรณภูมิ, คดีทุจริตธนาคาร
กรุงไทยปล่อยกู้เอกชน มีทักษิณและนายพานทองแท้ บุตรชายกับพวก เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา,
คดีทุจริตปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
(เอ็กซิมแบงก์), คดีทุจริตออกพระราชกำหนดแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต
เป็นต้น
3) นอกจากทักษิณจะอ้าง “set zero” เพื่อให้ตัวเองได้ลบล้างความผิดจากการทุจริตแบบสุดซอย
ล้มล้างคดีทุจริตที่ตนหลบหนีหมายจับของศาลไทยไปต่างประเทศแล้ว
เมื่อปรากฏกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง ทั้งจากคนต้านระบอบทักษิณและคนเสื้อแดงบางส่วน
ล่าสุด เฟซบุ๊คพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายของทักษิณโพสต์ข้อความ เผยความต้องการของลูกๆ
ในตระกูลชินวัตรต่อการออกกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้ อ้างว่าคุยกับน้องทั้งสองคนแล้ว ระบุว่า
“ผมจึงได้คุยกับน้องทั้ง 2 คน... ไม่ต้องถึงกับนิรโทษสุดซอยหรอกครับ ขอเพียงแค่มีการพิจารณา
คดีใหม่ เปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์ ฎีกา เช่นเดียวกับคดีอื่นทั่วไป โดยไม่มีคนแบบ คตส.เข้ามา
เกี่ยวข้อง เราก็พอใจแล้วครับ”
ถ้าแบบนี้ คดีทุจริตโกงกินของทักษิณที่ศาลฎีกาฯ พิพากษาไปแล้ว ก็จะต้องถูกลบล้างทั้งหมด
เงินที่ทักษิณเคยโกงได้จากแผ่นดิน 46,000 ล้านบาท รัฐบาลก็จะต้องจ่ายคืนให้กับทักษิณ (พร้อมดอกเบี้ย)!
อ้าปาก ก็เห็นลิ้นไก่
การอ้างว่า ต้องการให้คดีทุจริตของทักษิณได้มีโอกาสอุทธรณ์ เป็นการอ้างเท็จ เพราะในคดียึดทรัพย์
ทักษิณก็ได้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2550
นอกจากนี้ ทุกคดีที่ศาลฎีกาฯ พิพากษาไปแล้ว ทักษิณก็ได้เข้าไปต่อสู้คดีในชั้นศาล จ้างทนายความ
ราคาแพงลิบ สู้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แพ้แล้วพาล ใส่ร้ายว่าศาลไม่ยุติธรรม
ยิ่งกว่านั้น คตส. เป็นเพียงหน่วยงานที่ทำหน้าที่สอบสวน ไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐาน ทำสำนวนคดี
โดยใช้อำนาจ ป.ป.ช. ตามกระบวนการไต่สวนในกฎหมาย ป.ป.ช. หากพบว่ามีมูลคดีในเรื่องใดในฐาน
ความผิดตามกฎหมายที่มีอยู่แล้วก็ให้ส่งพนักงานอัยการดำเนินคดีทางศาลตามปกติต่อไป
คนที่พิพากษาชี้ขาดคดี คือ ศาลฎีกาฯ ซึ่งมีมาอยู่เดิมตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540
ส่วนกรณีกล่าวหาว่า คตส. เป็นปฏิปักษ์นั้น ทนายของทักษิณเคยหยิบยกขึ้นมาสู้ในศาล
และศาลยุติธรรมเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดไปสิ้นแล้วว่า การทำหน้าที่ของ คตส.นั้นถูกต้อง ไม่ได้ทำ
ผิดกฎหมายบ้านเมือง ไม่ได้ใช้หลักฐานเท็จ ไม่ได้ไปเอาหลักฐานเท็จหรือข่มขู่คุกคามพยาน
ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ (คนที่เข้ามาทำหน้าที่ คตส.ล้วนแต่มีประวัติน่าเชื่อถือ ไม่มีเหตุแค้นเคือง
และที่สำคัญ ไม่มีผลประโยชน์ได้เสียส่วนตัว) ฯลฯ
การอ้างเยี่ยงนี้ จึงยิ่งตอกย้ำ เสมือนแก้ผ้าล่อนจ้อน
เปลือยความต้องการในผลประโยชน์ส่วนตัวของคนในตระกูลชินวัตรแบบไม่อายฟ้าดิน!
สารส้ม
http://www.naewna.com/politic/columnist/9399
อ่านไปจนจบ อ้าวตกลงพรบ.ทั้งฉบับนี่ เขานิรโทษกรรมน้าแม้วคนเดียว เท่านั้น เหรอ ?
คนเขียนคอลัมน์ ลืมนึกถึงพธม. นปช. รวมถึง คุณอภิสิทธิ์ และ คุณสุเทพ สนิทเลย ...
คุณข้าง.... เพราะเป็นสื่อสีฟ้า ชิมิ .... เลยต้องมุ่งโจมตีน้าแม้วคนเดียว ตกลงนี้
เขากวนน้ำให้ใส หรือ กวนให้ขุ่นคะ
ตามต่อไปด้วย กระทู้นี้ ยกให้แนวหน้า ... สื่อสีฟ้า เพราะปชป. กำลังสุด..ฮอต...
เพื่อไทยถูกยุบพรรค หรือภิสิทธ์ เป็นคนดี ค่ะ
แนวหน้า .... กับพ.ร.บ. สุดซอย ต้องคอยติดตาม ... ตอนต่อไปเรื่อยๆ ยังมีต่อ ....
การเร่งผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมคนโกงเข้าสภา เป็นการประจานธาตุแท้
และความต้องการของทักษิณและพวกที่ปลุกระดมคนเสื้อแดงมาตั้งแต่
ปี 2552-2553 ว่านี่ต่างหากคือความต้องการแท้จริงของเขา!
ข้ออ้างที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “อำมาตย์” – “สองมาตรฐาน” – “ความเหลื่อมล้ำ” ฯลฯ ล้วน
แต่หยิบยกขึ้นมาปลุกระดมเพียงเพื่อบังหน้า หวังได้อำนาจรัฐ ไม่ต้องการแก้ปัญหาจริงๆ แค่
เอามาใช้ลวงหลอก ต้มตุ๋นคนเสื้อแดง ให้ออกมาเป็น “เบี้ย” ในเกมการเมืองของระบอบทักษิณ
“ใครจะเป็นจะตายก็ช่างแม่มัน”
1) มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กลุ่มนักวิชาการที่เคยสนับสนุนแนวทางของคนเสื้อแดงและ
พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง “หยุดการบิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรม หยุด
การตระบัดสัตย์ของพรรคเพื่อไทย”
เนื้อหาระบุชัดเจนว่า “การแก้ไขกฎหมายนิรโทษกรรมที่กำลังบังเกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุน
ของพรรคเพื่อไทยนับว่าเป็นการกระทำที่ “บิดเบือน” ต่อหลักการสำคัญของกฎหมาย
นิรโทษกรรมที่ได้มีการนำเสนอไว้ในวาระแรกอย่างแจ้งชัด ความเร่งรีบต่อการพิจารณาร่าง
กฎหมายดังกล่าวก็ยิ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษ
อันบิดเบี้ยวฉบับนี้อย่างไม่อาจปฏิเสธ...
...กรณีการบิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรมโดยพรรคเพื่อไทยนั้น เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจน
ว่ากำลังสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงการไม่เห็นด้วยในหมู่ญาติของ
ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ บรรดาแกนนำหรือนักการเมืองฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก็
ต่างพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีเพื่อให้ความจริงปรากฏ ความพยายามในการออก
กฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่งของพรรคเพื่อไทยจึงไม่อาจถูกมองไปเป็นอย่างอื่นได้
นอกจากการมุ่งรับใช้ “นายใหญ่” แบบไม่ลืมหูลืมตา กระทั่งไม่สนใจว่าการกระทำในลักษณะ
ดังกล่าวจะสร้างผลเสียเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด...
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่ตระหนักถึงความจำเป็นของการออกกฎหมาย
นิรโทษกรรมได้ร่วมกันกดดันและปฏิบัติการเพื่อยุติการบิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรมและ
การตระบัดสัตย์ของพรรคเพื่อไทย ด้วยการแสดงความเห็นคัดค้านและถอนตัวจากการมีส่วน
เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย เพื่อเป็นการแสดงถึง “อำนาจ” ของประชาชนในการกำกับนโยบาย
และทิศทางของพรรคการเมือง ทั้งนี้จะไม่เพียงเป็นการสั่งสอนพรรคเพื่อไทยเท่านั้น หากยังจะ
เป็นบทเรียนให้กับพรรคการเมืองอื่นๆ ได้ตระหนักต่อไปถึงความสำคัญของประชาชนที่มีต่อ
พรรคการเมืองต่อไปในวันข้างหน้า”
2) คดีทุจริตโกงกินของทักษิณ ชินวัตร และพวก ที่จะได้รับการลบล้างความผิด “ถึงโกง ก็ให้
ไม่ต้องรับผิด” จากกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย อาทิ
คดีที่ดินรัชดา ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกทักษิณ 2 ปี ฐานกระทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100
คดีร่ำรวยผิดปกติ อาศัยอำนาจรัฐเอื้อประโยชน์แก่ตนเอง ศาลฎีกาฯ พิพากษายึดทรัพย์อันได้มา
โดยมิชอบตกเป็นของแผ่นดิน 46,373 ล้านบาท
คดีทุจริตหวยบนดิน ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกนายวราเทพ รัตนากร 2 ปี (รอลงอาญา) ทักษิณหนีคดี
คดีทุจริตรถและเรือดับเพลิง ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก นายประชา มาลีนนท์ หลบหนี
นอกจากนี้ ยังมีคดีทุจริตโกงกิน ที่ คตส.เคยสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน หรือสืบเนื่องจาก
คดีร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.หรืออัยการสูงสุด อีกหลายคดี เช่น
คดีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทร (นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.การพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์ กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา), คดีทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์
9000 ในสนามบินสุวรรณภูมิ, คดีทุจริตท่อร้อยสายไฟฟ้าในสนามบินสุวรรณภูมิ, คดีทุจริตธนาคาร
กรุงไทยปล่อยกู้เอกชน มีทักษิณและนายพานทองแท้ บุตรชายกับพวก เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา,
คดีทุจริตปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
(เอ็กซิมแบงก์), คดีทุจริตออกพระราชกำหนดแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต
เป็นต้น
3) นอกจากทักษิณจะอ้าง “set zero” เพื่อให้ตัวเองได้ลบล้างความผิดจากการทุจริตแบบสุดซอย
ล้มล้างคดีทุจริตที่ตนหลบหนีหมายจับของศาลไทยไปต่างประเทศแล้ว
เมื่อปรากฏกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง ทั้งจากคนต้านระบอบทักษิณและคนเสื้อแดงบางส่วน
ล่าสุด เฟซบุ๊คพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายของทักษิณโพสต์ข้อความ เผยความต้องการของลูกๆ
ในตระกูลชินวัตรต่อการออกกฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้ อ้างว่าคุยกับน้องทั้งสองคนแล้ว ระบุว่า
“ผมจึงได้คุยกับน้องทั้ง 2 คน... ไม่ต้องถึงกับนิรโทษสุดซอยหรอกครับ ขอเพียงแค่มีการพิจารณา
คดีใหม่ เปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์ ฎีกา เช่นเดียวกับคดีอื่นทั่วไป โดยไม่มีคนแบบ คตส.เข้ามา
เกี่ยวข้อง เราก็พอใจแล้วครับ”
ถ้าแบบนี้ คดีทุจริตโกงกินของทักษิณที่ศาลฎีกาฯ พิพากษาไปแล้ว ก็จะต้องถูกลบล้างทั้งหมด
เงินที่ทักษิณเคยโกงได้จากแผ่นดิน 46,000 ล้านบาท รัฐบาลก็จะต้องจ่ายคืนให้กับทักษิณ (พร้อมดอกเบี้ย)!
อ้าปาก ก็เห็นลิ้นไก่
การอ้างว่า ต้องการให้คดีทุจริตของทักษิณได้มีโอกาสอุทธรณ์ เป็นการอ้างเท็จ เพราะในคดียึดทรัพย์
ทักษิณก็ได้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2550
นอกจากนี้ ทุกคดีที่ศาลฎีกาฯ พิพากษาไปแล้ว ทักษิณก็ได้เข้าไปต่อสู้คดีในชั้นศาล จ้างทนายความ
ราคาแพงลิบ สู้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย แพ้แล้วพาล ใส่ร้ายว่าศาลไม่ยุติธรรม
ยิ่งกว่านั้น คตส. เป็นเพียงหน่วยงานที่ทำหน้าที่สอบสวน ไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐาน ทำสำนวนคดี
โดยใช้อำนาจ ป.ป.ช. ตามกระบวนการไต่สวนในกฎหมาย ป.ป.ช. หากพบว่ามีมูลคดีในเรื่องใดในฐาน
ความผิดตามกฎหมายที่มีอยู่แล้วก็ให้ส่งพนักงานอัยการดำเนินคดีทางศาลตามปกติต่อไป
คนที่พิพากษาชี้ขาดคดี คือ ศาลฎีกาฯ ซึ่งมีมาอยู่เดิมตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540
ส่วนกรณีกล่าวหาว่า คตส. เป็นปฏิปักษ์นั้น ทนายของทักษิณเคยหยิบยกขึ้นมาสู้ในศาล
และศาลยุติธรรมเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดไปสิ้นแล้วว่า การทำหน้าที่ของ คตส.นั้นถูกต้อง ไม่ได้ทำ
ผิดกฎหมายบ้านเมือง ไม่ได้ใช้หลักฐานเท็จ ไม่ได้ไปเอาหลักฐานเท็จหรือข่มขู่คุกคามพยาน
ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ (คนที่เข้ามาทำหน้าที่ คตส.ล้วนแต่มีประวัติน่าเชื่อถือ ไม่มีเหตุแค้นเคือง
และที่สำคัญ ไม่มีผลประโยชน์ได้เสียส่วนตัว) ฯลฯ
การอ้างเยี่ยงนี้ จึงยิ่งตอกย้ำ เสมือนแก้ผ้าล่อนจ้อน
เปลือยความต้องการในผลประโยชน์ส่วนตัวของคนในตระกูลชินวัตรแบบไม่อายฟ้าดิน!
สารส้ม
http://www.naewna.com/politic/columnist/9399
อ่านไปจนจบ อ้าวตกลงพรบ.ทั้งฉบับนี่ เขานิรโทษกรรมน้าแม้วคนเดียว เท่านั้น เหรอ ?
คนเขียนคอลัมน์ ลืมนึกถึงพธม. นปช. รวมถึง คุณอภิสิทธิ์ และ คุณสุเทพ สนิทเลย ...
คุณข้าง.... เพราะเป็นสื่อสีฟ้า ชิมิ .... เลยต้องมุ่งโจมตีน้าแม้วคนเดียว ตกลงนี้
เขากวนน้ำให้ใส หรือ กวนให้ขุ่นคะ
ตามต่อไปด้วย กระทู้นี้ ยกให้แนวหน้า ... สื่อสีฟ้า เพราะปชป. กำลังสุด..ฮอต...
เพื่อไทยถูกยุบพรรค หรือภิสิทธ์ เป็นคนดี ค่ะ