สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
ละครฟรีทีวีของต่างชาติ เขาเอาทุนจากไหนมาสร้างโลเคชั่นต่างๆ ทำซีจีให้ออกสวยๆคะ
^^
คำตอบ ต้องแบ่งตามพื้นเพของแต่ละประเทศครับ
แต่ของเกาหลี ฮ่องกง อเมริกา บนพื้นฐานของการ "ทำอุตสาหหกรรมบันเทิงให้เป็นอุตสาหกรรมส่งออก"
ทำให้พวกเขาต้องลงทุนกับโปรดักชั่นให้มากเพื่อ "เพิ่มมูลค่า" ให้งานบันเทิงของเขาสามารถ "เป็นสินค้าส่งออก" ได้
มีเกาหลีที่คิดล้ำหน้าไปกว่าฮ่องกง อเมริกา ตรงที่ รัฐบาลเขาวางแผนตั้งแต่แรกให้ละครเกาหลี "ขายโลเกชั่น" เพื่อสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเสริมด้วยครับ
ซึ่งก็เป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จมากๆเลย
เพราะฉะนั้น ถามว่าเงินทุนมาจากไหน?
1. ก็มาจากรายได้ทั้ง Domestic-ในประเทศ และ International-ตลาดนอกประเทศ
เมื่อมีรายได้จากนอกประเทศเข้ามา ก็ทำให้เงินลงทุนมีเพิ่มขึ้นครับ
2. ช่วงแรกรัฐบาลเกาหลีเป็นคนออกทุนให้กับละครเองครับ แล้วเสนอละครไปฉายตามประเทศต่างๆ "ฟรี" ถ้าเรตติ้งดี เรื่องที่ 2 ก็ถึงจะจ่ายตังค์ซื้อครับ
(ที่ผมรู้เรื่องนี้เพราะช่วงที่หนัง+ละครเกาหลีเริ่มโปรโมท ผมได้ทำงานสายนี้พอดีเลยครับ เขาเสนอให้ฉายฟรีไม่คิดเงินเลยทีเดียว เขาบอกว่ารัฐบาลเขาสนับสนุน)
ประเทศไทยเคยคิดทำโครงการแบบนี้เช่นกัน ในชื่อว่า Creative Economy
คือรัฐบาลไทยให้ทุนสนับสนุน มีทั้งให้แบบให้เปล่าไม่เรียกเงินคืน กับแบบลงทุนให้ละครหรือหนังไปก่อน แล้วเมื่อขายงานได้ คนทำก็เอาเงินมาคืนรัฐครับ
ส่วนญี่ปุ่น เขาไม่คิด "ส่งออก" งานของเขาอยู่แล้ว (หยิ่งอะไรเยี่ยงนี้ครับเพ่) แต่ที่เขาทำผลงานออกมาดีมากๆ เพราะจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นเอง ที่ "ไม่ดี ไม่ได้ อายตัวเอง"
3. ส่วนโลเกชั่นสวยๆในซีรีส์ฝรั่งหรือละครเอเชียที่เราเห็น ส่วนมากถ่ายจาก "สตูดิโอ" ครับ ซึ่งรายได้ที่เข้ามาเกิดจากการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม
คือเขาสร้างเมืองทั้งเมืองตามแบบของรัฐหรือจังหวัดต่างๆ เพื่อถ่ายทำโดยเฉพาะ ทำให้จัดแสงง่าย ตั้งมุมกล้องก็ง่าย ภาพมันเลยออกมาสวย
โรงถ่ายขนาดใหญ่โตแบบนี้ ที่อเมริกา และฮ่องกง เปิดรับนักท่องเที่ยว เป็น Tour site เลยแหละ ได้ตังค์ค่าสร้างคืนมาอีกครับ (คิดมันทุกเม็ดเลย)
ส่วนโรงถ่ายของ NHK ผมไม่แน่ใจว่าเก็บเงินมั้ยนะครับ ไม่ทราบจริงๆ
ส่วนของเกาหลี ก็มีสร้างเมืองเพื่อการถ่ายนทำเป็นพิเศษ แล้วพอถ่ายจบ ละครออกฉาย คนดูก็อยากมาเที่ยว ได้เงินอีก แต่ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร เพราะผมไม่ได้ตามวงการบันเทิงเกาหลีเลย อ่านผ่านตาอย่างเดียวครับ
ส่วนคำตอบเรื่องซีจี
ภาพสวยๆที่เราเห็น ไมไ่ด้เกิดจากการทำ CG-Computer-generated เสมอไปครับ
ภาพสวยมากๆในละครหลายเรื่องเกิดจากอุปกรณ์บ้านๆแบบหาได้ในชีวิตประจำวันทั่วไปล้วนๆเลยครับ
เช่น เราจะเห็นซีรีส์ญี่ปุ่นหลายเรื่องมีแสงออกสีเหลืองส้ม สวยมากๆ ก็ไมไ่ด้เกิดจากการ "ย้อมสีภาพ" ในห้องตัดต่อเลยครับ มันแพ้งงงง!
มันมาจากกระดาษสีก๊อปแก๊ปเวลาเราจัดงานปีใหม่น่ะครับ ที่เราเอาไว้แต่งงานเลี้ยงน่ะเอง เอามาแปะหน้ากล้อง
...................แป่ว....ไหมล่ะ
แถมใช้การได้ดีเลิศ....ไม่เป็นรองการย้อมสีเลย
แล้วภาพซอฟท์แสนโรแมนติก โทนสีซีเปียของละครไต้หวันหรือฮ่องกง.... ซีจีถอยไป...ถุงน่องครับพี่น้อง ถุงน่องผู้หญิง!!!
เอามาครอบกล้องก่อนถ่ายนั่นเอง
เทคนิคตระการตาหรือจะสู้สติปัญญามนุษย์
ส่วนคำตอบเรื่องภาพละะครไทยทำไมไม่สวย สู้ละครประเทศอื่นไม่ได้ เหตุผลมันมีอยู่ครับ
1. ละครของประเทศอื่น ต่อให้ถ่ายทำเร็วขนาดไหน ก็จะมีการทำ storyboard ล่วงหน้า โดยทีม "กำกับภาพ"
ทำให้สามารถออกแบบล่วงหน้าได้ทั้ง "ฉาก/มุมกล้อง/บล็อกกิ้งนักแสดง/แสง/อุปกรณ์ประกอบฉาก(หรือ props)"
มันก็เลยจัด composition ของภาพที่จะออกมาสู่จอทีวีได้ครับ
edit เพิ่ม มาใส่ storyboard ของซีรีส์อเมริกาให้ครับ นี่คือ Mad Men

นี่คือ TWD ฉากซีซั่น 2 ที่ฟาร์มของลุงเฮอร์เชลถูกฝูงซอมบี้บุกครับ

* เพื่อนๆจะสังเกตคำบนหัว STB เขียนว่า "STEADICAM" คือเขาระบุชนิดกล้องที่จะถ่ายทำมาไว้เลยตั้งแต่ในสตอรี่บอร์ด ว่าจะใช้กล้องแบบไหน ทีมกำกับภาพก็จะสามารถเบิกกล้องชนิดนั้นมาไว้ล่วงหน้าได้
ทีนี้บรรทัดล่าง จะเขียนคำว่า "REVERSE ANGLE" คือระบุ "มุมกล้อง" มาเลยตั้งแต่แรก ก็จะไม่ต้องไปเสียเวลา "คิดมุมกล้องกันสดๆตอนซ้อมต่อบท" แบบละครไทย
สาเหตุที่ทีมงานทำงานได้ล่วงหน้าก่อนถ่ายทำ เพราะบทจะออกมาก่อน ทีมงานแผนกต่างๆจะได้รับบทในมือไปทำการบ้านครับ
* จริงอยู่ ซีรีส์ฝรั่งเขาถ่ายทำไปออนแอร์ไป แต่เขาถ่ายทำแบบสต๊อก 3-4 ตอน แล้วค่อยฉาย
ส่วนบทที่จะถ่ายทำ มันจะออกมาล่วงหน้าก่อนถ่ายแต่ละตอนเป็นเดือนๆ เพราะทีมงานและดาราต้องมา...
1.1. ประชุมบท (Team meeting) กันก่อนถ่าย อันนี้ทุกแผนก ทั้งผู้สร้าง หัวหน้าทีมเขียนบท ฝ่ายคาสติ้ง ฟิตติ้ง(เสื้อผ้า) หน้าผม แสง กล้อง กำกับศิลป์ ต้องมาหมดครับ
จากนั้นก็ไปขั้นตอนที่ 2
1.2. "ซ้อม Reading-อ่านบท" กันพร้อมเพรียง ทั้งดารา ทีมภาพ ทีมพร้อพ ทีมกำกับ(ผกก.และผู้ช่วย)
2. ละครไทยถ่ายไปออนแอร์ไป ทำให้ต้องไปคิดมุมกล้องและแสงกันหน้างาน ไม่สามารถทำสตอรี่บอร์ดล่วงหน้าได้
จะสังเกตว่างานละครของพี่ตั้วจะจัดแสงสวยมาก นั่นน่ะ ซีนนึงจัดแสง 2 ชั่วโมงนะครับ
ดาราไทยบ่นกันพึมเวลาต้องรอจัดแสงนานๆ เขาบอกว่ามันเสียเวลา ไม่รู้จะสวยไปไหน เพราะปกติละครไทยจัดแสงกันเร็วมาก คือใช้ไฟส่องหน้า...จบ ไฟส่องแบ๊คกราวนด์ไม่ต้องมีครับ
งานละครของไทยจะออกมาดีกว่านี้มาก เมื่อ
1. ทีมงานละครไทยสามารถ "ปรับตัวขนานใหญ่" ให้อยู่กับการทำงานแบบ "มืออาชีพ" ได้ ไม่ใช่เช้าชามเย็นชามแบบนี้
2. วงการละครไทยต้องเปลี่ยนแนวคิด จากที่คิดว่า "ทำไปให้คนไทยดูแค่นั้นพอแล้ว" เป็นการทำงานเพื่อ "ส่งออก"
3. ทำงานกันล่วงหน้า และเป็นระบบ ไม่ใช่ถ่ายไปครึ่งตอนแล้วออกฉายพรุ่งนี้
เขียนแค่นี้ก่อน เด๋วยาวเกิน
^^
คำตอบ ต้องแบ่งตามพื้นเพของแต่ละประเทศครับ
แต่ของเกาหลี ฮ่องกง อเมริกา บนพื้นฐานของการ "ทำอุตสาหหกรรมบันเทิงให้เป็นอุตสาหกรรมส่งออก"
ทำให้พวกเขาต้องลงทุนกับโปรดักชั่นให้มากเพื่อ "เพิ่มมูลค่า" ให้งานบันเทิงของเขาสามารถ "เป็นสินค้าส่งออก" ได้
มีเกาหลีที่คิดล้ำหน้าไปกว่าฮ่องกง อเมริกา ตรงที่ รัฐบาลเขาวางแผนตั้งแต่แรกให้ละครเกาหลี "ขายโลเกชั่น" เพื่อสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเสริมด้วยครับ
ซึ่งก็เป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จมากๆเลย
เพราะฉะนั้น ถามว่าเงินทุนมาจากไหน?
1. ก็มาจากรายได้ทั้ง Domestic-ในประเทศ และ International-ตลาดนอกประเทศ
เมื่อมีรายได้จากนอกประเทศเข้ามา ก็ทำให้เงินลงทุนมีเพิ่มขึ้นครับ
2. ช่วงแรกรัฐบาลเกาหลีเป็นคนออกทุนให้กับละครเองครับ แล้วเสนอละครไปฉายตามประเทศต่างๆ "ฟรี" ถ้าเรตติ้งดี เรื่องที่ 2 ก็ถึงจะจ่ายตังค์ซื้อครับ
(ที่ผมรู้เรื่องนี้เพราะช่วงที่หนัง+ละครเกาหลีเริ่มโปรโมท ผมได้ทำงานสายนี้พอดีเลยครับ เขาเสนอให้ฉายฟรีไม่คิดเงินเลยทีเดียว เขาบอกว่ารัฐบาลเขาสนับสนุน)
ประเทศไทยเคยคิดทำโครงการแบบนี้เช่นกัน ในชื่อว่า Creative Economy
คือรัฐบาลไทยให้ทุนสนับสนุน มีทั้งให้แบบให้เปล่าไม่เรียกเงินคืน กับแบบลงทุนให้ละครหรือหนังไปก่อน แล้วเมื่อขายงานได้ คนทำก็เอาเงินมาคืนรัฐครับ
ส่วนญี่ปุ่น เขาไม่คิด "ส่งออก" งานของเขาอยู่แล้ว (หยิ่งอะไรเยี่ยงนี้ครับเพ่) แต่ที่เขาทำผลงานออกมาดีมากๆ เพราะจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นเอง ที่ "ไม่ดี ไม่ได้ อายตัวเอง"
3. ส่วนโลเกชั่นสวยๆในซีรีส์ฝรั่งหรือละครเอเชียที่เราเห็น ส่วนมากถ่ายจาก "สตูดิโอ" ครับ ซึ่งรายได้ที่เข้ามาเกิดจากการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม
คือเขาสร้างเมืองทั้งเมืองตามแบบของรัฐหรือจังหวัดต่างๆ เพื่อถ่ายทำโดยเฉพาะ ทำให้จัดแสงง่าย ตั้งมุมกล้องก็ง่าย ภาพมันเลยออกมาสวย
โรงถ่ายขนาดใหญ่โตแบบนี้ ที่อเมริกา และฮ่องกง เปิดรับนักท่องเที่ยว เป็น Tour site เลยแหละ ได้ตังค์ค่าสร้างคืนมาอีกครับ (คิดมันทุกเม็ดเลย)
ส่วนโรงถ่ายของ NHK ผมไม่แน่ใจว่าเก็บเงินมั้ยนะครับ ไม่ทราบจริงๆ
ส่วนของเกาหลี ก็มีสร้างเมืองเพื่อการถ่ายนทำเป็นพิเศษ แล้วพอถ่ายจบ ละครออกฉาย คนดูก็อยากมาเที่ยว ได้เงินอีก แต่ผมจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร เพราะผมไม่ได้ตามวงการบันเทิงเกาหลีเลย อ่านผ่านตาอย่างเดียวครับ
ส่วนคำตอบเรื่องซีจี
ภาพสวยๆที่เราเห็น ไมไ่ด้เกิดจากการทำ CG-Computer-generated เสมอไปครับ
ภาพสวยมากๆในละครหลายเรื่องเกิดจากอุปกรณ์บ้านๆแบบหาได้ในชีวิตประจำวันทั่วไปล้วนๆเลยครับ
เช่น เราจะเห็นซีรีส์ญี่ปุ่นหลายเรื่องมีแสงออกสีเหลืองส้ม สวยมากๆ ก็ไมไ่ด้เกิดจากการ "ย้อมสีภาพ" ในห้องตัดต่อเลยครับ มันแพ้งงงง!
มันมาจากกระดาษสีก๊อปแก๊ปเวลาเราจัดงานปีใหม่น่ะครับ ที่เราเอาไว้แต่งงานเลี้ยงน่ะเอง เอามาแปะหน้ากล้อง
...................แป่ว....ไหมล่ะ
แถมใช้การได้ดีเลิศ....ไม่เป็นรองการย้อมสีเลย
แล้วภาพซอฟท์แสนโรแมนติก โทนสีซีเปียของละครไต้หวันหรือฮ่องกง.... ซีจีถอยไป...ถุงน่องครับพี่น้อง ถุงน่องผู้หญิง!!!
เอามาครอบกล้องก่อนถ่ายนั่นเอง
เทคนิคตระการตาหรือจะสู้สติปัญญามนุษย์
ส่วนคำตอบเรื่องภาพละะครไทยทำไมไม่สวย สู้ละครประเทศอื่นไม่ได้ เหตุผลมันมีอยู่ครับ
1. ละครของประเทศอื่น ต่อให้ถ่ายทำเร็วขนาดไหน ก็จะมีการทำ storyboard ล่วงหน้า โดยทีม "กำกับภาพ"
ทำให้สามารถออกแบบล่วงหน้าได้ทั้ง "ฉาก/มุมกล้อง/บล็อกกิ้งนักแสดง/แสง/อุปกรณ์ประกอบฉาก(หรือ props)"
มันก็เลยจัด composition ของภาพที่จะออกมาสู่จอทีวีได้ครับ
edit เพิ่ม มาใส่ storyboard ของซีรีส์อเมริกาให้ครับ นี่คือ Mad Men

นี่คือ TWD ฉากซีซั่น 2 ที่ฟาร์มของลุงเฮอร์เชลถูกฝูงซอมบี้บุกครับ

* เพื่อนๆจะสังเกตคำบนหัว STB เขียนว่า "STEADICAM" คือเขาระบุชนิดกล้องที่จะถ่ายทำมาไว้เลยตั้งแต่ในสตอรี่บอร์ด ว่าจะใช้กล้องแบบไหน ทีมกำกับภาพก็จะสามารถเบิกกล้องชนิดนั้นมาไว้ล่วงหน้าได้
ทีนี้บรรทัดล่าง จะเขียนคำว่า "REVERSE ANGLE" คือระบุ "มุมกล้อง" มาเลยตั้งแต่แรก ก็จะไม่ต้องไปเสียเวลา "คิดมุมกล้องกันสดๆตอนซ้อมต่อบท" แบบละครไทย
สาเหตุที่ทีมงานทำงานได้ล่วงหน้าก่อนถ่ายทำ เพราะบทจะออกมาก่อน ทีมงานแผนกต่างๆจะได้รับบทในมือไปทำการบ้านครับ
* จริงอยู่ ซีรีส์ฝรั่งเขาถ่ายทำไปออนแอร์ไป แต่เขาถ่ายทำแบบสต๊อก 3-4 ตอน แล้วค่อยฉาย
ส่วนบทที่จะถ่ายทำ มันจะออกมาล่วงหน้าก่อนถ่ายแต่ละตอนเป็นเดือนๆ เพราะทีมงานและดาราต้องมา...
1.1. ประชุมบท (Team meeting) กันก่อนถ่าย อันนี้ทุกแผนก ทั้งผู้สร้าง หัวหน้าทีมเขียนบท ฝ่ายคาสติ้ง ฟิตติ้ง(เสื้อผ้า) หน้าผม แสง กล้อง กำกับศิลป์ ต้องมาหมดครับ
จากนั้นก็ไปขั้นตอนที่ 2
1.2. "ซ้อม Reading-อ่านบท" กันพร้อมเพรียง ทั้งดารา ทีมภาพ ทีมพร้อพ ทีมกำกับ(ผกก.และผู้ช่วย)
2. ละครไทยถ่ายไปออนแอร์ไป ทำให้ต้องไปคิดมุมกล้องและแสงกันหน้างาน ไม่สามารถทำสตอรี่บอร์ดล่วงหน้าได้
จะสังเกตว่างานละครของพี่ตั้วจะจัดแสงสวยมาก นั่นน่ะ ซีนนึงจัดแสง 2 ชั่วโมงนะครับ
ดาราไทยบ่นกันพึมเวลาต้องรอจัดแสงนานๆ เขาบอกว่ามันเสียเวลา ไม่รู้จะสวยไปไหน เพราะปกติละครไทยจัดแสงกันเร็วมาก คือใช้ไฟส่องหน้า...จบ ไฟส่องแบ๊คกราวนด์ไม่ต้องมีครับ
งานละครของไทยจะออกมาดีกว่านี้มาก เมื่อ
1. ทีมงานละครไทยสามารถ "ปรับตัวขนานใหญ่" ให้อยู่กับการทำงานแบบ "มืออาชีพ" ได้ ไม่ใช่เช้าชามเย็นชามแบบนี้
2. วงการละครไทยต้องเปลี่ยนแนวคิด จากที่คิดว่า "ทำไปให้คนไทยดูแค่นั้นพอแล้ว" เป็นการทำงานเพื่อ "ส่งออก"
3. ทำงานกันล่วงหน้า และเป็นระบบ ไม่ใช่ถ่ายไปครึ่งตอนแล้วออกฉายพรุ่งนี้
เขียนแค่นี้ก่อน เด๋วยาวเกิน
แสดงความคิดเห็น
ละครฟรีทีวีของต่างชาติ เขาเอาทุนจากไหนมาสร้างโลเคชั่นต่างๆ ทำซีจีให้ออกสวยๆคะ ทั้งที่ก็น่าจะฉายฟรีไม่ได้ขายเหมือนไทย