ขอเจริญพร โยมพี่ๆน้องๆ หลายคน พระแมนเอง จริงๆมันก็ไม่เหมาะสมหรอก ที่พระจะมาเล่นพันทิป หรือ มานั่งแชตคอม แต่การที่ได้เผยแผ่พุทธพจน์ หรือ คำสอน ของครูบาร์อาจารย์ ก็เป็นสิ่งที่ดีงามที่ทำได้ ถ้ารู้จักใช้มันให้เป็น
เกริ่นก่อนว่า พระเองก็เคยเป็นอดีตสมาชิกห้องสยาม มาก็เกือบ 7 - 8 ปีแล้วสินะ ครั้งแรกที่เล่นพันทิป จะเล่นห้องศุภเพราะสมัยก่อนชอบฟุตบอลไทย แล้วจะนัดกันไปดูบอลไทยกัน พอดีมีเพื่อนๆชวนให้เล่นห้องสยาม บอกว่าสาวๆเยอะ ซึ่งตอนนั้นพระเองก็กำลังเรียน มหาวิทยาลัยพอดี
เลยเป็นโอกาสดีจะอยากรู้จักกับหลายๆคน เอาจริงๆแล้วก็คือ คำว่า ม่อ สมัยนี้แหละ ครั้งแรกที่ไปมีตติ้ง คือ ร้องคาราโอเกะ แต่ก่อนร้อง จำได้ว่าวันนั้น วันวาเลนไทด์ แต่เป็นคนโสดเท่านั้นที่มามีตติ้ง ตอนแรกไปกันที่สภากาชาดไทย นัดกันไปบริจาคเลือด เสร็จแล้วก็ไปร้องเกะกัน
หลังจากนั้นก็เกาะกลุ่มเล่นกันเรื่อยมา เข้าแต่ห้องสยาม ตอบระทู้แชต ดึกแคไหนก็อยู่ บางครั้งก็ลากพวกที่ไม่รู้จักเข้ามารู้จัก จนเกิดเอ็มหมู่ขึ้น
หลังจากนั้นโยมพี่โอน่า เกิดกระทู้โพสรูปขึ้นมา ร้อยทั้งร้อย เชื่อได้ว่า ผญ ที่โพสรูปมักจะเจอหลังไมค์ไปหา และพวกนั้นจะมีไม่กี่คน ส่วนใหญ่ จะเป็นล็อคอิน ที่คุ้นเคยในห้องนี้ บางครั้งเกิดการทะเลาะกัน มันก็จะมีไม่กี่เรื่อง ผู้หญิงคนนี้มาชอบคนนี้ พอเลิกกันก็เอาเรื่องมาแฉ
ผู้ชายคนนี้ชอบผู้หญิงคนนี้ พอเลิกกันก็เอามาแฉ บางคนก็แต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็มี ซึ่งการที่เราไปมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่คนที่แต่งงานด้วย จริงๆมันก็ผิดหลัก กาเม สุมิจฉา เพราะว่า ยังไม่ได้รับอนุญาติจากผุ้ปกครอง ให้ร่วมลงหอได้
บางทีก็ทะเลาะเพราะการพิมพ์ด่ากันไปแฉกันไป พระเป็นคนนึงที่เคยมีเรื่องถึงกับต้อง ต่อยกัน ซึ่งเกิดจาก คีย์ บอร์ด และก็ ฤทธิ์ของสุรา ซึ่งก็ต้องกับหลักข้อ ห้า สุราเมรย มัชปะมา คือ การดื่มน้ำเมาแล้วเกิดโทษต่างๆ
จริงๆแล้วห้องสยามมีกิจกรรมดีๆหลายอย่างมากมาย ที่แต่ก่อน ทำให้เป็นที่รู้จักของ ห้องอื่น เช่น การไปเยี่ยมเด็กกำพร้า การนำของไปให้บ้านเด็กอ่อนพญาไท การไปสร้างความครื้นเครงให้กับบ้านพักคนชรา การไปไหว้พระ 9 วัด และอีกหลายๆอย่าง
สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไปจากห้องสยาม แต่ตอนนี้ไม่รู้อาจะมีหรือเปล่า นั้นคือ การมีน้ำใจซึ่งกันและกัน แต่ก่อนมีน้องคนนึง มีปัญหาค่าห้องเพราะที่บ้านโอนมาช้า มีโยมพี่คนนึง โอนให้น้องเขายืม โดยน้องก็เอามาคืนตามกำหนด บางทีอาจจะมองดูว่าน่ากลัว ว่าถ้าไม่คืนแล้วจะเกืดเรื่อง แต่มันก็เป็นสินน้ำใจ ที่ทำให้เขาทั้งสอง ยังเป็นพี่น้องกันอยู่ตอนนี้ หรือจะเป็นการที่ คนสองคนมาเจอกันผ่านหน้าจอคอม แล้วแต่งงานกัน มันเกิดมาจากอะไร
สุดท้ายนี้พวกเก่าๆไม่ได้หายไปไหนหรอก ก็ยังคงอยู่ในนี้ เพียงแต่แค่ไม่ได้ตอบ ไม่ได้เข้าอ่าน เปิดผ่าน เพราะมันอาจจะเลยวัยที่เขาต้องคอบยมานั่งทะเลาะ หรือ ตอบมันทุกกระทู้เหมือนสมัยก่อน จะมองให้เป็น สัจธรรม ก็คือ เกิดขึ้น คงอยู่ ดับไป เป็นของธรรมดาของโลกใบนี้
ใดๆในโลกล้วนอนิจจา เพราะบางทีเราคิดว่า ห้องนี้สนุก ถึงสักวันนึง เราก็มองมันว่าไม่สนุกแล้ว
เพราะฉะนั้นการ ใช้เนต หรือการดำเนิน ชีวิต ให้คิดไว้เสมอว่า ควรมี สติ คือ ความระลึกได้ และ สัมปชัญญ คือ ความรู้ตัว
ก็ขออนุโมทนา สำหรับโยมพี่ๆน้องๆ ที่ไม่รู้ว่าพระได้มาบวช ตอนนี้ก็เข้าพรรษา ที่สองแล้ว ชีวิตตอนนี้ไม่หวังนิพพาน แต่หวังทำเช่นไรก็ได้ ให้เผยแผ่ ศาสนาพุทธ ให้ได้มากที่สุด ให้คนเข้าใจว่า วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬบูชา วันอัฐมีบูชา นั้นแปลว่าอะไร ตอนนี้ก็สอนเด็กประถม แถวภาคอีกสาน ทุกๆวันศุกร์ ต้องเริ่มจากเด็ก เพราะเด็กคือ ผู้ใหญ่ในอนาคต ........
" มองห้องสยาม ให้เป็นสัจธรรมทางพุทธ "
เกริ่นก่อนว่า พระเองก็เคยเป็นอดีตสมาชิกห้องสยาม มาก็เกือบ 7 - 8 ปีแล้วสินะ ครั้งแรกที่เล่นพันทิป จะเล่นห้องศุภเพราะสมัยก่อนชอบฟุตบอลไทย แล้วจะนัดกันไปดูบอลไทยกัน พอดีมีเพื่อนๆชวนให้เล่นห้องสยาม บอกว่าสาวๆเยอะ ซึ่งตอนนั้นพระเองก็กำลังเรียน มหาวิทยาลัยพอดี
เลยเป็นโอกาสดีจะอยากรู้จักกับหลายๆคน เอาจริงๆแล้วก็คือ คำว่า ม่อ สมัยนี้แหละ ครั้งแรกที่ไปมีตติ้ง คือ ร้องคาราโอเกะ แต่ก่อนร้อง จำได้ว่าวันนั้น วันวาเลนไทด์ แต่เป็นคนโสดเท่านั้นที่มามีตติ้ง ตอนแรกไปกันที่สภากาชาดไทย นัดกันไปบริจาคเลือด เสร็จแล้วก็ไปร้องเกะกัน
หลังจากนั้นก็เกาะกลุ่มเล่นกันเรื่อยมา เข้าแต่ห้องสยาม ตอบระทู้แชต ดึกแคไหนก็อยู่ บางครั้งก็ลากพวกที่ไม่รู้จักเข้ามารู้จัก จนเกิดเอ็มหมู่ขึ้น
หลังจากนั้นโยมพี่โอน่า เกิดกระทู้โพสรูปขึ้นมา ร้อยทั้งร้อย เชื่อได้ว่า ผญ ที่โพสรูปมักจะเจอหลังไมค์ไปหา และพวกนั้นจะมีไม่กี่คน ส่วนใหญ่ จะเป็นล็อคอิน ที่คุ้นเคยในห้องนี้ บางครั้งเกิดการทะเลาะกัน มันก็จะมีไม่กี่เรื่อง ผู้หญิงคนนี้มาชอบคนนี้ พอเลิกกันก็เอาเรื่องมาแฉ
ผู้ชายคนนี้ชอบผู้หญิงคนนี้ พอเลิกกันก็เอามาแฉ บางคนก็แต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็มี ซึ่งการที่เราไปมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่คนที่แต่งงานด้วย จริงๆมันก็ผิดหลัก กาเม สุมิจฉา เพราะว่า ยังไม่ได้รับอนุญาติจากผุ้ปกครอง ให้ร่วมลงหอได้
บางทีก็ทะเลาะเพราะการพิมพ์ด่ากันไปแฉกันไป พระเป็นคนนึงที่เคยมีเรื่องถึงกับต้อง ต่อยกัน ซึ่งเกิดจาก คีย์ บอร์ด และก็ ฤทธิ์ของสุรา ซึ่งก็ต้องกับหลักข้อ ห้า สุราเมรย มัชปะมา คือ การดื่มน้ำเมาแล้วเกิดโทษต่างๆ
จริงๆแล้วห้องสยามมีกิจกรรมดีๆหลายอย่างมากมาย ที่แต่ก่อน ทำให้เป็นที่รู้จักของ ห้องอื่น เช่น การไปเยี่ยมเด็กกำพร้า การนำของไปให้บ้านเด็กอ่อนพญาไท การไปสร้างความครื้นเครงให้กับบ้านพักคนชรา การไปไหว้พระ 9 วัด และอีกหลายๆอย่าง
สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไปจากห้องสยาม แต่ตอนนี้ไม่รู้อาจะมีหรือเปล่า นั้นคือ การมีน้ำใจซึ่งกันและกัน แต่ก่อนมีน้องคนนึง มีปัญหาค่าห้องเพราะที่บ้านโอนมาช้า มีโยมพี่คนนึง โอนให้น้องเขายืม โดยน้องก็เอามาคืนตามกำหนด บางทีอาจจะมองดูว่าน่ากลัว ว่าถ้าไม่คืนแล้วจะเกืดเรื่อง แต่มันก็เป็นสินน้ำใจ ที่ทำให้เขาทั้งสอง ยังเป็นพี่น้องกันอยู่ตอนนี้ หรือจะเป็นการที่ คนสองคนมาเจอกันผ่านหน้าจอคอม แล้วแต่งงานกัน มันเกิดมาจากอะไร
สุดท้ายนี้พวกเก่าๆไม่ได้หายไปไหนหรอก ก็ยังคงอยู่ในนี้ เพียงแต่แค่ไม่ได้ตอบ ไม่ได้เข้าอ่าน เปิดผ่าน เพราะมันอาจจะเลยวัยที่เขาต้องคอบยมานั่งทะเลาะ หรือ ตอบมันทุกกระทู้เหมือนสมัยก่อน จะมองให้เป็น สัจธรรม ก็คือ เกิดขึ้น คงอยู่ ดับไป เป็นของธรรมดาของโลกใบนี้
ใดๆในโลกล้วนอนิจจา เพราะบางทีเราคิดว่า ห้องนี้สนุก ถึงสักวันนึง เราก็มองมันว่าไม่สนุกแล้ว
เพราะฉะนั้นการ ใช้เนต หรือการดำเนิน ชีวิต ให้คิดไว้เสมอว่า ควรมี สติ คือ ความระลึกได้ และ สัมปชัญญ คือ ความรู้ตัว
ก็ขออนุโมทนา สำหรับโยมพี่ๆน้องๆ ที่ไม่รู้ว่าพระได้มาบวช ตอนนี้ก็เข้าพรรษา ที่สองแล้ว ชีวิตตอนนี้ไม่หวังนิพพาน แต่หวังทำเช่นไรก็ได้ ให้เผยแผ่ ศาสนาพุทธ ให้ได้มากที่สุด ให้คนเข้าใจว่า วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬบูชา วันอัฐมีบูชา นั้นแปลว่าอะไร ตอนนี้ก็สอนเด็กประถม แถวภาคอีกสาน ทุกๆวันศุกร์ ต้องเริ่มจากเด็ก เพราะเด็กคือ ผู้ใหญ่ในอนาคต ........