เกมไวมาตามนัดเลย
ตัดไฟแต่ต้นลมไว้ก่อน
ตามฉากที่
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ เดินทางไปร่วมหารือกับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กัมพูชา ก่อนแถลงร่วมถึงแนวปฏิบัติของทั้ง 2 ประเทศ รองรับศาลโลกตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร
รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเทกแอ็กชั่นเต็มที่ ว่าไม่ได้ละเลยกรณีปราสาทพระวิหาร
ตามผลที่ได้ในเชิงจิตวิทยา อย่างน้อยก็ลดอาการเผชิญหน้าของประเทศคู่กรณีลงไปได้
ไม่ให้อารมณ์หมั่นไส้มากระตุกกระแสชาตินิยมเลยเถิด
ที่แน่ๆเป็นการเคลียร์โจทย์ล่วงหน้า ล้อกับข้อมูลลึกๆที่
“เบอร์หนึ่งข่าวกรอง” พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกมาเปิดข้อมูลออกอากาศอย่างเป็นทางการเลยว่า
ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังใช้ประเด็นเคลื่อนไหว 2 ประเด็นคือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ และกรณีศาลโลกจะตัดสินคดีปราสาทพระวิหารในวันที่ 11 พฤศจิกายนเป็นหลัก
โดยจะเลี้ยงกระแสเพื่อรอการสุกงอมใน 2 เหตุการณ์ คือ เมื่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เข้าสู่การพิจารณาในวาระที่สาม และเมื่อประเทศไทยต้องเสียดินแดนให้กัมพูชาเป็นจุดแตกหัก
ซึ่ง
กลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด เป็นกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล ขณะนี้พบ ว่ามีกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังและเริ่มมีการส่งท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมบ้างแล้ว
ตามยุทธวิธีลักษณะดาวกระจาย โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวประเด็นปราสาทพระวิหาร ของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เป็นแกนนำคอยสร้างสถานการณ์ ปั่นหัวเจ้าหน้าที่ เช่น จะเคลื่อนไหวไปบ้านนายกรัฐมนตรีเพื่อหลอกล่อกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดทางให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ที่เป็นทัพหน้าสร้างสถานการณ์ปิดแยกอุรุพงษ์ และพยายามเคลื่อนตัวให้เข้ามาใกล้บริเวณทำเนียบรัฐบาลให้มากที่สุด
โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่มีแกนนำระดับเสนาธิการร่วมเป็นผู้บัญชาการกลยุทธ์ เรียกว่ากองบัญชาการ ส่วนกลุ่ม สปท.ของนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน จะทำหน้าที่คอยกระจายข้อมูลข่าวสารเพื่อประสานไปยังกลุ่มทั่วทุกจังหวัด
สมช.เปิดพิมพ์เขียว แฉแผนการเคลื่อนไหวกันชัดๆ
ทิ้งท้าย พล.ท.ภราดรยังให้โจทย์ไว้เป็นการบ้าน รัฐบาลจะต้องเร่งชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจทั้ง 2 เรื่อง โดยเฉพาะคนที่อยู่กลางๆ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหากคนที่อยู่กลางๆมาร่วมชุมนุมด้วยจะทำให้รัฐบาลไม่สามารถรับมือได้
เน้นเคลียร์อารมณ์คนกลางๆให้ได้
ตรงกันข้าม
ตามเกมของฝ่ายต้านที่พยายามเปิดทางเรียกคนกลางๆออกมาร่วมม็อบขย่มรัฐบาล
ในเหลี่ยมที่นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการ คตส.ในฐานะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตีปี๊บประจาน เห็นได้ชัดเจนแล้วว่ามีคำสั่งให้เร่งรัดการพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯแน่นอน
คาดว่าจะเริ่มพิจารณาได้ในวันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายนนี้
โดยที่นายแก้วสรรยัง “เขี่ยลูก” ไว้ด้วยว่า หากรัฐบาลให้โอกาสประชาชนในการแสดงออกความคิดเห็นโดยสงบและปลอดภัย ยืนยัน จะไม่มีการยึดพื้นที่ และเชื่อว่าประชาชนจะออกมาแสดงตนมากขึ้น
และก็เป็นอะไรที่ตรงเผง มาตามนัดเลย
ล่าสุด “ขุนค้อน” นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ สผ0014/ผ123 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2556 นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2556 เวลา 09.30 นาฬิกา
เพื่อพิจารณาพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนฯ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้มีหนังสืองดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ไป
อาศัยช่วงม็อบยังตั้งหลักไม่ติด รวมพลไม่ทัน ที่สำคัญยังก้ำกึ่งห้วงเวลาพิเศษบรรยากาศไว้ทุกข์
เพื่อไทยเล่นเกมไว ลัดคิวก่อนศาลโลกฟันธงคดีปราสาทพระวิหารเลย.
ทีมข่าวการเมือง
ไทยรัฐออนไลน์ 30 ตุลาคม 2556, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/379424
?????????????????????????????????????????
"...
ตัดไฟแต่ต้นลมไว้ก่อน..."
"... ตาม
เกมของฝ่ายต้านที่พยายามเปิดทางเรียกคนกลางๆออกมาร่วมม็อบขย่มรัฐบาล....."
"...
อาศัยช่วงม็อบยังตั้งหลักไม่ติด รวมพลไม่ทัน
เพื่อไทยเล่นเกมไว ลัดคิวก่อนศาลโลกฟันธงคดีปราสาทพระวิหารเลย......."
กลเกมส์การเมืองยอกย้อนอาจไม่เป็นเหมือนที่เราเห็นอยู่ทั้งหมด
ต่างฝ่ายต่างแก้เกมส์กันอยู่ตลอดเวลาเพื่อชิงความได้เปรียบ.....
พี่น้องเจ็บปวดก็จงร่ำร้องออกมา...แล้วเชิดหน้าสู้กับความจริงร่วมกัน....
ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐบอก"เกมไวมาตามนัดเลย"...เหล่ากองเชียร์ระทึกกับการเชียร์ แต่นักกีฬาบนเวทีเขาคร่ำเครียดมากยิ่งกว่า
ตัดไฟแต่ต้นลมไว้ก่อน
ตามฉากที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ เดินทางไปร่วมหารือกับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กัมพูชา ก่อนแถลงร่วมถึงแนวปฏิบัติของทั้ง 2 ประเทศ รองรับศาลโลกตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร
รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเทกแอ็กชั่นเต็มที่ ว่าไม่ได้ละเลยกรณีปราสาทพระวิหาร
ตามผลที่ได้ในเชิงจิตวิทยา อย่างน้อยก็ลดอาการเผชิญหน้าของประเทศคู่กรณีลงไปได้
ไม่ให้อารมณ์หมั่นไส้มากระตุกกระแสชาตินิยมเลยเถิด
ที่แน่ๆเป็นการเคลียร์โจทย์ล่วงหน้า ล้อกับข้อมูลลึกๆที่ “เบอร์หนึ่งข่าวกรอง” พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกมาเปิดข้อมูลออกอากาศอย่างเป็นทางการเลยว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังใช้ประเด็นเคลื่อนไหว 2 ประเด็นคือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ และกรณีศาลโลกจะตัดสินคดีปราสาทพระวิหารในวันที่ 11 พฤศจิกายนเป็นหลัก
โดยจะเลี้ยงกระแสเพื่อรอการสุกงอมใน 2 เหตุการณ์ คือ เมื่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เข้าสู่การพิจารณาในวาระที่สาม และเมื่อประเทศไทยต้องเสียดินแดนให้กัมพูชาเป็นจุดแตกหัก
ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด เป็นกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล ขณะนี้พบ ว่ามีกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังและเริ่มมีการส่งท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมบ้างแล้ว
ตามยุทธวิธีลักษณะดาวกระจาย โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวประเด็นปราสาทพระวิหาร ของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เป็นแกนนำคอยสร้างสถานการณ์ ปั่นหัวเจ้าหน้าที่ เช่น จะเคลื่อนไหวไปบ้านนายกรัฐมนตรีเพื่อหลอกล่อกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดทางให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ที่เป็นทัพหน้าสร้างสถานการณ์ปิดแยกอุรุพงษ์ และพยายามเคลื่อนตัวให้เข้ามาใกล้บริเวณทำเนียบรัฐบาลให้มากที่สุด
โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่มีแกนนำระดับเสนาธิการร่วมเป็นผู้บัญชาการกลยุทธ์ เรียกว่ากองบัญชาการ ส่วนกลุ่ม สปท.ของนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน จะทำหน้าที่คอยกระจายข้อมูลข่าวสารเพื่อประสานไปยังกลุ่มทั่วทุกจังหวัด
สมช.เปิดพิมพ์เขียว แฉแผนการเคลื่อนไหวกันชัดๆ
ทิ้งท้าย พล.ท.ภราดรยังให้โจทย์ไว้เป็นการบ้าน รัฐบาลจะต้องเร่งชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจทั้ง 2 เรื่อง โดยเฉพาะคนที่อยู่กลางๆ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหากคนที่อยู่กลางๆมาร่วมชุมนุมด้วยจะทำให้รัฐบาลไม่สามารถรับมือได้
เน้นเคลียร์อารมณ์คนกลางๆให้ได้
ตรงกันข้าม ตามเกมของฝ่ายต้านที่พยายามเปิดทางเรียกคนกลางๆออกมาร่วมม็อบขย่มรัฐบาล
ในเหลี่ยมที่นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการ คตส.ในฐานะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตีปี๊บประจาน เห็นได้ชัดเจนแล้วว่ามีคำสั่งให้เร่งรัดการพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯแน่นอน
คาดว่าจะเริ่มพิจารณาได้ในวันที่ 31 ตุลาคมและ 1 พฤศจิกายนนี้
โดยที่นายแก้วสรรยัง “เขี่ยลูก” ไว้ด้วยว่า หากรัฐบาลให้โอกาสประชาชนในการแสดงออกความคิดเห็นโดยสงบและปลอดภัย ยืนยัน จะไม่มีการยึดพื้นที่ และเชื่อว่าประชาชนจะออกมาแสดงตนมากขึ้น
และก็เป็นอะไรที่ตรงเผง มาตามนัดเลย
ล่าสุด “ขุนค้อน” นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ สผ0014/ผ123 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2556 นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2556 เวลา 09.30 นาฬิกา
เพื่อพิจารณาพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนฯ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้มีหนังสืองดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ไป
อาศัยช่วงม็อบยังตั้งหลักไม่ติด รวมพลไม่ทัน ที่สำคัญยังก้ำกึ่งห้วงเวลาพิเศษบรรยากาศไว้ทุกข์
เพื่อไทยเล่นเกมไว ลัดคิวก่อนศาลโลกฟันธงคดีปราสาทพระวิหารเลย.
ทีมข่าวการเมือง
ไทยรัฐออนไลน์ 30 ตุลาคม 2556, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/379424
?????????????????????????????????????????
"...ตัดไฟแต่ต้นลมไว้ก่อน..."
"... ตามเกมของฝ่ายต้านที่พยายามเปิดทางเรียกคนกลางๆออกมาร่วมม็อบขย่มรัฐบาล....."
"...อาศัยช่วงม็อบยังตั้งหลักไม่ติด รวมพลไม่ทัน
เพื่อไทยเล่นเกมไว ลัดคิวก่อนศาลโลกฟันธงคดีปราสาทพระวิหารเลย......."
กลเกมส์การเมืองยอกย้อนอาจไม่เป็นเหมือนที่เราเห็นอยู่ทั้งหมด
ต่างฝ่ายต่างแก้เกมส์กันอยู่ตลอดเวลาเพื่อชิงความได้เปรียบ.....
พี่น้องเจ็บปวดก็จงร่ำร้องออกมา...แล้วเชิดหน้าสู้กับความจริงร่วมกัน....