Spoiler ละเอียดยิบ Full metal panic!? ไลท์โนเวลสองเล่มสุดท้าย (ไม่รู้ว่าเคยมีกระทู้นี้หรือยัง)

กระทู้สนทนา
ได้รับมาจากแหล่งนี้ครับ  http://forum.tirkx.com/main/showthread.php?134163-Spoiler-%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%9A-Full-metal-panic!-%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2



เรื่องเริ่มต้นที่โรงเรียนจินได ชินจิ คาซามะ(ตาแว่นที่ซี๊ดแตกได้ใน fumoff นั่นแหล่ะ)ขึ้นปี 3 แล้ว(ม.6)และอยู่ในช่วงสอบ กำลังคิดถึงโซสึเกะกับคานาเมะที่หายตัวไป ชินจิคิดว่าถ้าคานาเมะกลับมา เพื่อนๆก็คงเรียนจบไปแล้ว คานาเมะก็คงต้องกลับไปเรียนปี 2 ใหม่ ส่วนโซสึเกะนั้นคงจะไม่กลับมาอีก เพราะประวัติต่างๆนั้นเป็นของปลอม


ชินจิคุยกับโคทารุ โอโนเดระ(ตัวประกอบหัวทองๆ เพื่อนอีกคนในกลุ่มนี้)ถึงเรื่องโทคิวะ เคียวโกะ(สาวแว่นผมเปียเพื่อนจิโดริ คานาเมะ ที่โดนจับเป็นตัวประกันเพื่อล่อจิโดริออกมา แล้วโซสึเกะกับเรธที่ปลอมเป็นครูร่วมกันช่วยออกมาได้ในเล่มก่อนๆ แต่เคียวโกะถูกลูกหลงบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล)


เคียวโกะต้องไปโรงพยาบาลช่วงเช้าเพื่อรับการตรวจ สภาพร่างกายเธอปกติแล้ว แต่ที่ต้องตรวจเป็นเรื่องสภาพจิตใจมากกว่า ซึ่งหลังจากคานาเมะหายตัวไปก็มีโคทารุนี่แหล่ะที่คอยอยู่เคียงข้างและไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลประจำ แต่พอถามว่าเป็นแฟนกันรึเปล่าก็ปฏิเสธ(ไปทะเลสองต่อสองด้วยกันมาแล้วด้วย!)


ตอนที่ทั้งคู่คุยกันอยู่ว่าควรจะยกโทษให้โซสึเกะดีไหม เคียวโกะก็เดินเข้ามาพอดี เคียวโกะเลิกใส่แว่นกับถักเปียแล้วเปลี่ยนมาใส่คอนแทกเลนส์กับปล่อยผมธรรมดา(สาวแว่นคลาสเชนจ์ โมเอะ +100)แถมยังแต่งหน้านิดๆด้วย เลยดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเยอะ ทั้งสามคนคุยกันนิดหน่อย เพื่อนในห้องบางคนก็คุยกันว่าหลายๆที่เตรียมทำสงครามกันอยู่แล้วครูก็เข้ามา เริ่มเรียนช่วงบ่ายกันต่อ


ตัดมาที่อังกฤษ เซอร์เอ็ดมอนด์ มัลโลรี่ จูเนียร์ขับรถเพื่อไปพบกับพ่อ เซอร์ เอ็ดมอนด์ มัลโลรี่ผู้ก่อตั้งมิธริล ซึ่งปัจจุบันนั้นมิธริลล่มสลายไปแล้วเพราะการโจมตีของอมัลกัม


เซอร์มัลโลรี่ผู้พ่อหนีมาซ่อนในบ้านหลังเล็กๆใกล้โบสถ์ที่ห่างไกล ผู้ที่รู้จักที่ซ่อนนี้มีเพียงพ่อกับลูกและพ่อบ้านซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเท่านั้น มัลโลรี่คนลูกอยากจะรู้ว่าทำไมพ่อเขาถึงขายมิธริลองค์กรที่ตัวเองสร้างขึ้นมาให้กับอมัลกัม ระหว่างที่คุยกันนั้นคนลูกก็ถูกยิงเข้าที่มือจนปืนหลุดกระเด็นไป คนที่ยิงก็คืออังเดร คาลินิน เป้าหมายของเขาก็คือมัลโลรี่คนพ่อ แต่เขาสะกดรอยตามคนลูกมาเพราะรู้ว่ายังไงก็ต้องมาหาพ่อแน่ๆ


คาลินินนั้นต้องการรายชื่อจากเซอร์มัลโลรี่ แล้วเราก็ได้รู้ว่าเซอร์มัลโลรี่นั้นก็คือมิสเตอร์เมอคิวรี่ซึ่งเป็นประธานของอมัลกัมด้วยอีกตำแหน่ง


อมัลกัมนั้นแท้จริงแล้วเป็นองค์กรที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 1948 ด้วยความร่วมมือของ 5 บุคคลชั้นนำของโลกจากประเทศต่างๆ เป้าหมายก็คือเพื่อรักษาความสงบสุขและนำโลกไปสู่อนาคตที่ถูกต้อง(ตรงนี้จะเห็นได้ว่ามิธริลมันก็คืออมัลกัมในอดีตนั่นเอง) เพียงแต่ว่าพอเวลาผ่านไปเมื่อเปลี่ยนผู้บริหาร องค์กรใหญ่ขึ้น มีอำนาจมากขึ้นก็คุมกันไม่อยู่จนกลายเป็นองค์กรก่อการร้ายอย่างในปัจจุบัน


คาลินินค้นรายชื่อผู้บริหารของอมัลกัมตามหนังสือบนชั้นไม่เจอ แล้วก็นึกขึ้นได้ เขาหยิบหนังสือไบเบิ้ลจากข้างตัวของเซอร์มัลโลรี่แล้วก็พบรายชื่อนั้นอยู่หลังปก คาลินินจากไปโดยทิ้งปืนไว้ให้พ่อลูกจัดการกันเอง


กลับมาทางทัวฮา เดอ ดานัง กำลังถูกล้อมโดยเรือดำน้ำของอเมริกาหลายลำ เทซซ่าพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้ เธอไม่อยากทำลายเรือของอเมริกาเพราะรู้ว่าพวกนั้นเป็นแค่เบี้ยของอมัลกัม


พอหนีออกมาอยู่ในระยะปลอดภัยได้ พวกลูกเรือก็เริ่มงานซ่อมบำรุง โซสึเกะกำลังปรับแต่งส่วนแขนขวาของ ARX-8 เลวานตินตามคำแนะนำของอัล(Al)ซึ่งงานหลักๆภายนอกเป็นงานของเรือโทแซ๊กหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงอยู่แล้ว โซสึเกะจะช่วยในงานปรับแต่งนิดหน่อย แต่ว่าอัลลังเลว่าควรจะปรับแต่งยังไงดี โซสึเกะก็เลยด่าไปว่าคิดก่อนแล้วค่อยพูดซิเฟ้ย แล้วเขาก็บอกให้ช่างปรับตามที่เขาคิดไว้ ซึ่งหลังๆมานี้โซสึเกะพอจะเดาออกแล้วว่าอัลคิดอะไรอยู่ พอกลับไปถามอัลก็ได้คำตอบมาเหมือนกับที่เขาคิด


สภาพของเลวานตินนั้นไม่สมบูรณ์นัก เพราะใช้ชิ้นส่วนจาก m9 เป็นส่วนมาก ซึ่งสเป็คของเลวานตินมันสูงกว่า m9 ธรรมดา เปรียบเหมือนรถสปอร์ตที่ติดเครื่องยนต์ F1


จากนั้นเทซซ่าก็เรียกประชุม ฐานยิงมิสไซล์หัวรบนิวเคลียร์ที่อัฟกานิสถานซึ่งตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตถูกกองกำลังติดอาวุธยึดไว้ เหมาสงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือของพวกเลียวนาร์ดเพราะพวกนั้นมี AS ติดแลมด้าไดร์เวอร์ซึ่งสามารถจัดการ AS ธรรมดาได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แล้วยังมีอลาสทอร์ไว้ยึดฐานด้วย


เทซซ่าคิดว่าที่เลียวนาร์ดยึดฐานไว้เพราะต้องการถ่วงเวลาให้พวกเราละความสนใจจากเกาะเมริด้า แต่เหมาไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเราจะต้องยึดติดกับเกาะที่เป็นฐานมิธริลเก่านั้นด้วย โซสึเกะบอกให้เทซซ่าเล่าให้ทุกคนฟังได้แล้ว เทซซ่าเลยต้องเล่าให้ฟังว่าเลียวนาร์ดสร้าง talos ขึ้นที่เกาะเมริด้าแล้วจะใช้พลังของจิโดริ คานาเมะเพื่อเปลี่ยนประวัตืศาสตร์


พอทุกคนได้ฟังก็อึ้งไปหมด เหมาคิดว่าฟังอย่างกับพวกเทพนิยาย ส่วนเมอดูคัสก็สงสัยว่าถ้าประวัติศาสตร์เปลี่ยนก็หมายความเขาอาจได้พบกับเพื่อนที่ตายไปแล้วอย่างพ่อของเทซซ่าใช่ไหม เหมาและคนอื่นๆแปลกใจที่รู้ว่าพ่อของเทซซ่านั้นเป็นเพื่อนเก่าของเมอดูคัส แต่เทซซ่าอธิบายว่าพอประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปแล้ว คนทั่วไปจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง


คลูโซลองถามว่าจะเป็นไปได้ไหมว่าจะเกิดเป็นอนาคตแบบสองทางแยก เทซซ่าเองก็ไม่แน่ใจ เธอบอกว่าก็เป็นไปได้แต่คุณเองก็ไม่มีทางรู้ถึงความเป็นไปของอีกโลกนึง คลูโซเอะใจที่เทซซ่าบอกว่า"คุณ" เทซซ่าบอกว่าพวกเราวิสเปิร์ดจะรู้ได้ เหมาก็เลยบอกว่าถ้างั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปยังเกาะเมริด้าเพราะคนทั่วไปไม่ได้รับรู้เรื่องนี้เหมือนพวกวิสเปิร์ด ทุกคนเองก็เห็นด้วยว่าควรจัดการกับหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า เทซซ่าเองก็เข้าใจเหมาดี เธอเลยเสนอว่าให้แบ่งกำลังออกเป็นสองฝ่าย เธอกับทัวฮา เดอ ดานังและโซสึเกะกับเลวานตินจะไปที่เกาะเมริด้า พวกที่เหลือก็ไปอาฟกานิสถาน แล้วพอยึดฐานที่อาฟกานิสถานคืนได้แล้วก็ให้ยุบกองกำลัง ทุกคนเป็นอิสระ


ที่อัฟกานิสถาน กองทัพรัสเซียนำกำลัง AS มายึดฐานคืน ฝ่ายเลียวนาร์ดมีซาบิน่ากับลี ฟาวเลอร์เพียงสองคนเท่านั้น แต่ทั้งคู่ขับ AS เอลิกอร์ซึ่งเป็น AS รุ่นพัฒนาของโคดาร์ล(AS สีแดงที่เกาลูนใช้ในภาคแรกนั่นแหล่ะ พวกมิธริลจะเรียกมันว่าเวน่อมเพราะตอนนั้นยังไม่มีข้อมูลว่ามันใช้ชื่อเครื่องว่าอะไร)เอลิกอร์เครื่องของซาบิน่าเป็นสีขาว ส่วนเครื่องของฟาวเลอร์สีดำ ทั้งสองคนจัดการกับ AS ของรัสเซียทั้ง 32 เครื่องได้ภายในเวลาไม่นาน


ทางด้านจิโดริ คานาเมะตอนนี้กำลังยืนดู tartaros ที่ติดตั้งไว้ในฐานตรงที่เคยเป็นโรงจอดของทัวฮา เดอ ดานัง คานาเมะหรือเรียกให้ถูกก็คือโซเฟียที่มีความทรงจำของคานาเมะ พูดขึ้นมาว่าอีกนิดเดียวเท่านั้น เลียวนาร์ดที่ยืนอยู่ข้างหลังก็บอกว่าเพราะการรีบสร้างทาร์ทารอสทำให้ศัตรูรู้ตำแหน่งของเราเพราะมีการขนส่งวัสดุที่มากผิดปกติ คานาเมะสงสัยว่าศัตรูที่ไหน เลียวนาร์ดบอกว่าเทซซ่ากับโซสึเกะและพวก แต่คานาเมะไม่เข้าใจเพราะเธอฆ่าสองคนนั้นไปแล้ว(ตรงนี้เป็นเพราะคานาเมะสร้างความทรงจำให้โซเฟียเห็นว่าเป็นแบบนั้น) เลียวนาร์ดชะงักไปนิดนึงแล้วก็บอกว่าเขาเข้าใจผิดไปเอง พอทั้งคู่ขึ้นมาข้างบนก็พบกับทหารและ AS เบเรียล โคดาร์ล เบฮิมอธรอต้อนรับอยู่รวมทั้งอังเดร คาลินินด้วย คาลินินบอกคานาเมะว่ายังมี AS เลเวียธานซึ่งเป็น AS ที่ใช้ในน้ำคอยสแตนด์บายอยู่ด้วย


ทัวฮา เดอ นานังมาถึงจุดส่งกำลังบำรุงจุดสุดท้ายแถวฟิลิปปินส์ ตอนนี้ AS ที่ยังใช้ได้มีอยู่แค่ 3 เครื่องคือ เลวานตินของโซสึเกะ m9 ของเหมา และฟาลเก้ของครูโซ เหมามาถามว่าโซสึเกะจะไปเกาะเมริด้ากับเทซซ่าแค่สองคนจริงๆเหรอเพราะมันอันตรายมาก โซสึเกะยืนยันว่าจะไป โซสึเกะเห็นเหมาเป็นกังวลก็เลยถามไปว่าจะช่วยกอดปลอบใจให้ไหม เหมาได้ยินก็เลยอึ้ง โซสึเกะก็เขิน เขานึกว่าถ้าพูดไปแบบนั้นแล้วเหมาจะต่อยคืนแล้วจะได้ร่าเริงเหมือนเดิม เหมาเข้าใจ แต่เธอบอกว่านายแทนเขาไม่ได้หรอก(หมายถึงครูส) แล้วก็ดึงโซสึเกะมากอดเอาไว้กับอกซะเอง พวกลูกเรือคนอื่นจะมองก็ไม่สนใจ เหมาบอกว่าพอจบเรื่องแล้วให้นายกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเด็กผู้ชายธรรมดาซะเถอะ นายน่ะไม่เหมาะเป็นทหารหรอก ฉันมั่นใจว่านายต้องทำได้ อย่าทำให้คานาเมะร้องไห้ ถ้านายมีคนที่นายรักแล้วเธอคนนั้นบอกว่าไม่เป็นไรมันก็ต้องไม่เป็นไร แล้วเหมาก็เดินจากไป


โซสึเกะคิดว่าตัวเองน่าจะมีสองร่างจะได้ไปมันทั้งสองทางซะเลย เลมอน(หน่วยสืบราชการลับฝรั่งเศสที่เจอกันในเล่ม burning one man force)เอาจดหมายจากมิลเลอร์มาส่งให้(สาวคนแรกที่โซสึเกะช่วยไว้ในอนิเมตอนหนึ่งนั่นแหล่ะ เธอเป็นคนสร้าง ARX-8เลวานตินโดยร่วมมือกับอัล)ในจดหมายนั้นเธอเขียนมาขอบคุณโซสึเกะ เธอได้คุยกับเทซซ่าแล้วและรู้ว่าคนอย่างเธอ(หมายถึงคนที่เป็นวิสเปิร์ด)เกิดมาได้อย่างไร เธอนั้นเห็นด้วยกับเลียวนาร์ดเพราะเธอเคยเจอเรื่องเลวร้ายมาก่อนและอยากเปลี่ยนแปลงมัน แต่เธอจะไม่ขัดขวางเขา เธอปล่อยให้การตัดสินใจเป็นของโซสึเกะซึ่งเป็นผู้มีพระคุณ เธอได้ส่งเมมโมรี่การ์ดมาด้วยพร้อมกับเขียนบอกไว้ว่าเธอเจอในเน็ด ถ้าโซสึเกะมีเวลาก็ให้เปิดดู เลมอนบอกว่านึกว่าจะเป็นจดหมายรักซะอีก ทำไมคนอย่างนายถึงได้เนื้อหอมนักฟะ โซสึเกะอยากถามเลมอนเกี่ยวกับนามิ(ถ้าประวัติศาสตร์เปลี่ยนไป นามิก็คงไม่ตาย)แต่ก็ตัดสินใจไม่ถามดีกว่า แล้วเลมอนก็ขอตัวไปเพราะต้องไปรายงานกับเทซซ่าด้วย


โซสึเกะเดินไปหาคลูโซเอากล่องพัสดูมาส่งให้ ครูโซบอกว่าถ้าจัดการเรื่องต่างๆหมดแล้วเขาตั้งใจจะพักยาวไปนอนขี้เกียจที่บ้านแล้วก็คงไปเที่ยวอากิฮาบาร่า(คลูโซชอบอนิเม เป็นแฟนอนิเมของจิบลิด้วย)


เมอดูคัสได้จดหมายจากภรรยาที่แยกทางกันแต่จะเอาไว้อ่านทีหลัง เขาเตือนเทซซ่าว่าถ้าเธอจะบังคับเดอ ดานังด้วยตัวเองก็เป็นไปได้(เหมือนตอนที่คานาเมะเคยบังคับเดอ ดานังในภาคแรกตอนที่ถูกเกาลูนยึดเรือไว้)เแต่มันจะไม่มีเวลาพักเลย เมอดูคัสบอกว่าเทซซ่าไม่ได้มีธรรมชาติของความเป็นผู้บังคับบัญชาเพราะปล่อยให้ลูกน้องตัดสินใจกันเอาเอง เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วไม่ใช่เรื่องที่เธอจะมัวแต่คิดว่าฉันกำลังจะไปตายเพราะงั้นคนอื่นไม่ควรจะมาด้วย คนที่เป็นผู้บังคับบัญชานั้นต้องสั่งให้ลูกน้องไปตายพร้อมกับตัวเองได้ เทซซ่าบอกว่าขอเวลาเธอคิดสักพักนึง เมอดูคัสก็เลยออกไปอ่านจดหมายข้างนอก พอลล่าภรรยาของเขายังสบายดี เธอเขียนมาชวนว่าถ้ากลับมาแล้วก็ไปกินข้าวด้วยกันไหม เขาเองก็คิดว่าพอจบเรื่องแล้วก็คงจะไป จะได้พักกันซะที แล้วเทซซ่าก็ออกมาพร้อมรายชื่อลูกเรือ 25 คนที่เธอเลือกไว้


การซ่อมบำรุงเกือบจะเสร็จแล้ว เรือโทแซ็คกำลังคุยกับอัลถึงการติดตั้งบูสเตอร์ XL-3 ที่จะช่วยส่งตัวเลวานตินให้บินได้ เขาก็เป็นหนึ่งใน 25 ลูกเรือที่เทซซ่าเลือก


พอทุกอย่างเรียบร้อยก็ถึงคราวที่เทซซ่าต้องขึ้นกล่าวเป็นครั้งสุดท้าย ลูกเรือทั้งหมดสองร้อยกว่าคนมารวมตัวกันในโรงเก็บ เทซซ่าเตือนตัวเองให้เดินหลังตรง หน้าเชิด ทำท่าทางให้เข็มแข้ง ฉันเป็นผู้นำ ฉันจะต้องเอาชนะอุปสรรคทั้งหมด ฉันคือแม่มดแห่งมิธริล


เธอเดินขึ้นทางลาดสู่โพเดียม


"โอ๊ะ!"

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่