สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 10
จาก http://siampill.com/th/information/news.html?news_id=83
อาการเจ็บตา ไม่หาย วิธีวินิฉัย และการรักษา
เห็นหลายคนชอบบ่นว่าเจ็บตาอยู่เรื่อย แต่พอบ่นเสร็จ ก็จบกัน อ้าว! ทำเอาหมอหมีอึ้ง ก็เลยต้องแอบบ่นในใจบ้าง แล้วไม่คิดจะไปตรวจ หรือหาสาเหตุของการเจ็บตาบ้างเลยเหรอ!
การร้องขอความช่วยเหลือของดวงตา ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเหมือนเรื่องเป็นสิวนะครับ อย่าลืมว่าดวงตาเป็นอวัยวะส่วนที่เปราะบางและง่ายต่อกันติดเชื้อ หากมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ดวงตาก็จะมีอาการแล้วครับ เพราะฉะนั้น หมอหมีก็จะขอนำเรื่องสาเหตุและการรักษาอาการเจ็บตามาบอกกล่าวกัน
อาการเจ็บตาอาจจะมีหลายแบบ บางคนมีอาการคัน บางครั้งรู้สึกเจ็บ แสบ ร้อน ปวดตื้อๆ หรือหนักๆ บางครั้งก็รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในตา บางทีก็เกิดร่วมกับอาการของโรคอื่นๆ เช่น ปวดหัวไมเกรน ปวดไซนัส ปวดฟัน หรือปวดหัวจากสาเหตุอื่นๆ
สาเหตุของการปวดตา
สาเหตุที่ทำให้ปวดตา จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มแรกจะเป็นการปวดจากผิวนอกของดวงตา และกลุ่มที่สองจะเป็นการปวดในดวงตา
อาการปวดจากผิวนอกของดวงตา Ocular pain
สาเหตุเกิดจาก
เยื่อบุตาอักเสบ Conjunctivitis เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด เช่นจากการแพ้ การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส จากสารเคมี ที่ทำให้เกิดการอักเสบของตาขาว ทำให้เกิดอาการตาแดง คัน มีขี้ตา และน้ำตามาก
การถลอกของกระจกตา (ตาดำ) Corneal abrasions หรือแผลที่กระจกตา corneal ulcerations เป็นอีกสาเหตุที่พบกันบ่อย กระจกตาหรือตาดำ เป็นส่วนผิวของตาที่มีความใส การถลอกจะเกิดขึ้นเมื่อมีวัตถุไปพูดที่ผิวของตาดำ หรือจากของที่กระเด็นเข้าตาหรือจากการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี ถ้าเป็นมากจะเกิดการติดเชื้อและทำให้เกิดแผลที่ตาดำได้
สารเคมีและความร้อน เช่น กรดด่าง จากน้ำยาทำความสะอาด หรือสารเคมีอื่นๆ ความร้อน เช่นการเชื่อมเหล็ก การทำงานกับความร้อนสูง สามารถป้องกันได้โดยใส่เครื่องป้องกัน หรือใส่แว่นป้องกัน
ตากุ้งยิง คือ การอักเสบของเปลือกตา ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันที่เปลือกตาจะมีอาการปวดมาก และอาจจะเป็นมากถึงขั้นเป็นหนอง
อาการปวดในดวงตา จะมีอาการปวดซื้อ ๆ ลึก ๆ ใน ลูกตา สาเหตุเกิดจาก
1 ต้อหิน Glaucoma จะทำให้มีอาการปวดตา ถึงแม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการต้อหินคือภาวะที่ความดันในลูกตาสูงกว่าปกติทำให้มีผลต่อการมองเห็นและอาจจะทำให้ตาบอดได้ถ้าไม่รักษาส่วนสาเหตุที่ความดันลูกตาสูงขึ้นก็เป็นเพราะ มีการอุดตันของน้ำที่อยู่ในลูกตา หรือมีการผลิตมากกว่าปกติการอักเสบของม่านตา
2 การอักเสบของเส้นประสาทตา ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือ multiple sclerosis จะทำให้ปวดตา และการมองเห็นผิดปกติ
3 ไซนัสอักเสบ
4 ไมเกรน
ลักษณะอาการปวดที่พบได้อาจจะแตกต่างกันใน แต่ละคน
1 ปวดรอบๆ ดวงตา
2 การมองเห็นผิดปกติไป
3 ตาสู้แสงไม่ได้
4 มองเห็นภาพซ้อน
5 เห็นเป็นวงแสง หรือเห็นเป็นวงรอบๆ แสงไฟ Halos
6 เห็นเหมือนมีจุดลอยไปมา
7 การกรอกลูกตาได้จำกัด
8 เจ็บตาเมื่อมีการเคลื่อนไหวตาไปทิศทางที่แตกต่างกัน
9 ปวดหัวและปวดตารุนแรง
การตรวจร่างกายโดยแพทย์จะสามารถตรวจพบ ความผิดปกติ เช่น
1 ตาแดง จากเยื่อบุตาอักเสบ
2 ตาแดง ที่กระจายออกมาจากตาดำ
3 รูม่านตามีรูปร่างผิดปกติไป
4 ลักษณะลูกตาที่โปนมามากกว่าปกติ
5 การบวมหรือแดงรอบดวงตา เช่น เปลือกตา
6 มีเลือดหรือมีหนองในตาดำ
7 มีหนอง หรือขี้ตา หรือน้ำตาไหลมากผิดปกติ
8 รอยถลอกหรือแผลที่กระจกตา
อาการที่ควรจะไปพบแพทย์ทันที
1 อาการปวดตาที่เกี่ยวข้องกับการถูกสารเคมีหรือถูกความร้อน
2 มีการมองเห็นที่ผิดปกติ หรือการเคลื่อนไหวของลูกตาผิดปกติ ปวดเวลากรอกลูกตา ตาบวมมาก มีหนองหรือปวดหัวรุนแรง
3 จากอุบัติเหตุ เช่น การกระแทก อุบัติเหตุรถยนต์ หรือถูกวัตถุกระเด็นเข้าตา
การตรวจและการทดสอบ
เริ่มต้นจากการสอบถามอาการและลักษณะการปวด ประวัติโรคประจำตัวต่างๆ ประวัติในครอบครัว แพทย์จะทำการตรวจตาโดยการเช็กสายตา ตรวจดาและรอบๆ ตา ตรวจการเคลื่อนไหวและ
การตอบสนองของม่านตา จากนั้นจะใช้เครื่องมือตรวจเพื่อตรวจจอประสาทตาและเส้นเลือดและตรวจดูส่วนต่างๆ ของตา ตั้งแต่กระจกตา และมีการตรวจความดันลูกตา ในบางครั้งจะต้องมีการหยอดยาเพื่อทำการตรวจหรือทำการรักษาด้วย
การรักษา
การดูแลตัวเองที่บ้าน
อาจจะเริ่มต้นด้วยการล้างตาด้วยน้ำเปล่า เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา หรือมีสารเคมีเข้าตาควรล้างตาด้วยน้ำสะอาด ถ้าคิดว่ามีสิ่งแปลกปลอมในตา อย่าขยี้ตา เพราะอาจจะทำให้มีการบาดเจ็บมากขึ้นจากการที่สิ่งแปลกปลอมนั้นไปบาตกระจกตามากขึ้นการล้างตาเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ถ้าสงสัยว่าติดอยู่ที่กระจกตาควรให้แพทย์เป็นผู้ดูแล หากอาการปวดไม่รุนแรง สามารถซื้อยาแก้ปวดทานได้เอง และหลีกเลี่ยงแสงจ้า
การรักษาด้วยยา
1 ตาแดง (เยื่อบุตาอักเสบ) Conjunctivitis ถ้าเป็นการติดเชื้อจะให้ยาแก้อักเสบหยอดตา หรือแบบขี้ผึ้งป้ายตา และให้ยาแก้ปวดส่วนถ้าเกิดจากการแพ้ จะให้หยอดยาแก้แพ้ พวก antihistamine
2 การถลอกหรือแผลที่กระจกตา หลักการสำคัญคือ ป้องกันการติดเชื้อ จึงจำเป็นต้องให้ยาแก้อักเสบหยอดตา หรือชนิดขี้ผึ้งายตาด้วย
3 สิ่งแปลกปลอมเข้าตา จะมีหลายเทคนิคในการเอาออก ตั้งแต่การล้างตา การใช้ไม้พันสำลีค่อยๆ เขี่ยออก หรือการใช้ปลายเข็มเขี่ยออก กระทั่งการใช้เครื่องมือแพทย์เข้าช่วย หลังจากจัดการเอาสิ่งแปลกปลอมออกแล้ว ก็ต้องดูว่ามีแผลหรือไม่และต้องให้ยาป้องกันการติดเชื้อเช่นกัน
4 การบาดเจ็บจากสารเคมี หรือความร้อน เริ่มแรกต้องล้างตาด้วยน้ำในปริมาณมาก เพื่อล้างสารเคมีออกให้หมด อาจจะให้ยาชาหยอดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ จากนั้นจะตรวจดูความเป็นกรดด่างจนกระทั่งไม่มีความเป็นกรดต่างเหลืออยู่ แพทย์ก็จะตรวจดูว่ามี การบาดเจ็บรุนแรงแค่ไหนและให้การรักษาต่อไป ส่วนที่เกิดจาก ความร้อน จะพบว่าอาจมีการถลอกของกระจกตา ดังนั้นจะให้ยาแก้อักเสบหยอดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
5 ตากุ้งยิง เริ่มต้นอาจจะเริ่มด้วยการใช้ผ้าอุ่น ๆ ประคบประมาณ 15-20 นาที ร่วมกับการให้ยาแก้อักเสบ แต่ถ้าสองสัปดาห์ แล้วยังไม่ดีขึ้น อาจจะต้องทำการผ่าเอาหนองออก
6 ต้อหิน มีวิธีรักษาหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงชนิดที่รุนแรงอาจจะทำให้ตาบอดได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งต้อง รักษาแบบฉุกเฉิน โดยทั่วไปจะให้ยาหยอดตาที่เป็นกลุ่ม beta-blocker ในบางรายอาจจะต้องทำการผ่าตัด
อาการเจ็บตา ไม่หาย วิธีวินิฉัย และการรักษา
เห็นหลายคนชอบบ่นว่าเจ็บตาอยู่เรื่อย แต่พอบ่นเสร็จ ก็จบกัน อ้าว! ทำเอาหมอหมีอึ้ง ก็เลยต้องแอบบ่นในใจบ้าง แล้วไม่คิดจะไปตรวจ หรือหาสาเหตุของการเจ็บตาบ้างเลยเหรอ!
การร้องขอความช่วยเหลือของดวงตา ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเหมือนเรื่องเป็นสิวนะครับ อย่าลืมว่าดวงตาเป็นอวัยวะส่วนที่เปราะบางและง่ายต่อกันติดเชื้อ หากมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ดวงตาก็จะมีอาการแล้วครับ เพราะฉะนั้น หมอหมีก็จะขอนำเรื่องสาเหตุและการรักษาอาการเจ็บตามาบอกกล่าวกัน
อาการเจ็บตาอาจจะมีหลายแบบ บางคนมีอาการคัน บางครั้งรู้สึกเจ็บ แสบ ร้อน ปวดตื้อๆ หรือหนักๆ บางครั้งก็รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในตา บางทีก็เกิดร่วมกับอาการของโรคอื่นๆ เช่น ปวดหัวไมเกรน ปวดไซนัส ปวดฟัน หรือปวดหัวจากสาเหตุอื่นๆ
สาเหตุของการปวดตา
สาเหตุที่ทำให้ปวดตา จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มแรกจะเป็นการปวดจากผิวนอกของดวงตา และกลุ่มที่สองจะเป็นการปวดในดวงตา
อาการปวดจากผิวนอกของดวงตา Ocular pain
สาเหตุเกิดจาก
เยื่อบุตาอักเสบ Conjunctivitis เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด เช่นจากการแพ้ การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส จากสารเคมี ที่ทำให้เกิดการอักเสบของตาขาว ทำให้เกิดอาการตาแดง คัน มีขี้ตา และน้ำตามาก
การถลอกของกระจกตา (ตาดำ) Corneal abrasions หรือแผลที่กระจกตา corneal ulcerations เป็นอีกสาเหตุที่พบกันบ่อย กระจกตาหรือตาดำ เป็นส่วนผิวของตาที่มีความใส การถลอกจะเกิดขึ้นเมื่อมีวัตถุไปพูดที่ผิวของตาดำ หรือจากของที่กระเด็นเข้าตาหรือจากการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี ถ้าเป็นมากจะเกิดการติดเชื้อและทำให้เกิดแผลที่ตาดำได้
สารเคมีและความร้อน เช่น กรดด่าง จากน้ำยาทำความสะอาด หรือสารเคมีอื่นๆ ความร้อน เช่นการเชื่อมเหล็ก การทำงานกับความร้อนสูง สามารถป้องกันได้โดยใส่เครื่องป้องกัน หรือใส่แว่นป้องกัน
ตากุ้งยิง คือ การอักเสบของเปลือกตา ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันที่เปลือกตาจะมีอาการปวดมาก และอาจจะเป็นมากถึงขั้นเป็นหนอง
อาการปวดในดวงตา จะมีอาการปวดซื้อ ๆ ลึก ๆ ใน ลูกตา สาเหตุเกิดจาก
1 ต้อหิน Glaucoma จะทำให้มีอาการปวดตา ถึงแม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการต้อหินคือภาวะที่ความดันในลูกตาสูงกว่าปกติทำให้มีผลต่อการมองเห็นและอาจจะทำให้ตาบอดได้ถ้าไม่รักษาส่วนสาเหตุที่ความดันลูกตาสูงขึ้นก็เป็นเพราะ มีการอุดตันของน้ำที่อยู่ในลูกตา หรือมีการผลิตมากกว่าปกติการอักเสบของม่านตา
2 การอักเสบของเส้นประสาทตา ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือ multiple sclerosis จะทำให้ปวดตา และการมองเห็นผิดปกติ
3 ไซนัสอักเสบ
4 ไมเกรน
ลักษณะอาการปวดที่พบได้อาจจะแตกต่างกันใน แต่ละคน
1 ปวดรอบๆ ดวงตา
2 การมองเห็นผิดปกติไป
3 ตาสู้แสงไม่ได้
4 มองเห็นภาพซ้อน
5 เห็นเป็นวงแสง หรือเห็นเป็นวงรอบๆ แสงไฟ Halos
6 เห็นเหมือนมีจุดลอยไปมา
7 การกรอกลูกตาได้จำกัด
8 เจ็บตาเมื่อมีการเคลื่อนไหวตาไปทิศทางที่แตกต่างกัน
9 ปวดหัวและปวดตารุนแรง
การตรวจร่างกายโดยแพทย์จะสามารถตรวจพบ ความผิดปกติ เช่น
1 ตาแดง จากเยื่อบุตาอักเสบ
2 ตาแดง ที่กระจายออกมาจากตาดำ
3 รูม่านตามีรูปร่างผิดปกติไป
4 ลักษณะลูกตาที่โปนมามากกว่าปกติ
5 การบวมหรือแดงรอบดวงตา เช่น เปลือกตา
6 มีเลือดหรือมีหนองในตาดำ
7 มีหนอง หรือขี้ตา หรือน้ำตาไหลมากผิดปกติ
8 รอยถลอกหรือแผลที่กระจกตา
อาการที่ควรจะไปพบแพทย์ทันที
1 อาการปวดตาที่เกี่ยวข้องกับการถูกสารเคมีหรือถูกความร้อน
2 มีการมองเห็นที่ผิดปกติ หรือการเคลื่อนไหวของลูกตาผิดปกติ ปวดเวลากรอกลูกตา ตาบวมมาก มีหนองหรือปวดหัวรุนแรง
3 จากอุบัติเหตุ เช่น การกระแทก อุบัติเหตุรถยนต์ หรือถูกวัตถุกระเด็นเข้าตา
การตรวจและการทดสอบ
เริ่มต้นจากการสอบถามอาการและลักษณะการปวด ประวัติโรคประจำตัวต่างๆ ประวัติในครอบครัว แพทย์จะทำการตรวจตาโดยการเช็กสายตา ตรวจดาและรอบๆ ตา ตรวจการเคลื่อนไหวและ
การตอบสนองของม่านตา จากนั้นจะใช้เครื่องมือตรวจเพื่อตรวจจอประสาทตาและเส้นเลือดและตรวจดูส่วนต่างๆ ของตา ตั้งแต่กระจกตา และมีการตรวจความดันลูกตา ในบางครั้งจะต้องมีการหยอดยาเพื่อทำการตรวจหรือทำการรักษาด้วย
การรักษา
การดูแลตัวเองที่บ้าน
อาจจะเริ่มต้นด้วยการล้างตาด้วยน้ำเปล่า เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา หรือมีสารเคมีเข้าตาควรล้างตาด้วยน้ำสะอาด ถ้าคิดว่ามีสิ่งแปลกปลอมในตา อย่าขยี้ตา เพราะอาจจะทำให้มีการบาดเจ็บมากขึ้นจากการที่สิ่งแปลกปลอมนั้นไปบาตกระจกตามากขึ้นการล้างตาเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ถ้าสงสัยว่าติดอยู่ที่กระจกตาควรให้แพทย์เป็นผู้ดูแล หากอาการปวดไม่รุนแรง สามารถซื้อยาแก้ปวดทานได้เอง และหลีกเลี่ยงแสงจ้า
การรักษาด้วยยา
1 ตาแดง (เยื่อบุตาอักเสบ) Conjunctivitis ถ้าเป็นการติดเชื้อจะให้ยาแก้อักเสบหยอดตา หรือแบบขี้ผึ้งป้ายตา และให้ยาแก้ปวดส่วนถ้าเกิดจากการแพ้ จะให้หยอดยาแก้แพ้ พวก antihistamine
2 การถลอกหรือแผลที่กระจกตา หลักการสำคัญคือ ป้องกันการติดเชื้อ จึงจำเป็นต้องให้ยาแก้อักเสบหยอดตา หรือชนิดขี้ผึ้งายตาด้วย
3 สิ่งแปลกปลอมเข้าตา จะมีหลายเทคนิคในการเอาออก ตั้งแต่การล้างตา การใช้ไม้พันสำลีค่อยๆ เขี่ยออก หรือการใช้ปลายเข็มเขี่ยออก กระทั่งการใช้เครื่องมือแพทย์เข้าช่วย หลังจากจัดการเอาสิ่งแปลกปลอมออกแล้ว ก็ต้องดูว่ามีแผลหรือไม่และต้องให้ยาป้องกันการติดเชื้อเช่นกัน
4 การบาดเจ็บจากสารเคมี หรือความร้อน เริ่มแรกต้องล้างตาด้วยน้ำในปริมาณมาก เพื่อล้างสารเคมีออกให้หมด อาจจะให้ยาชาหยอดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ จากนั้นจะตรวจดูความเป็นกรดด่างจนกระทั่งไม่มีความเป็นกรดต่างเหลืออยู่ แพทย์ก็จะตรวจดูว่ามี การบาดเจ็บรุนแรงแค่ไหนและให้การรักษาต่อไป ส่วนที่เกิดจาก ความร้อน จะพบว่าอาจมีการถลอกของกระจกตา ดังนั้นจะให้ยาแก้อักเสบหยอดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
5 ตากุ้งยิง เริ่มต้นอาจจะเริ่มด้วยการใช้ผ้าอุ่น ๆ ประคบประมาณ 15-20 นาที ร่วมกับการให้ยาแก้อักเสบ แต่ถ้าสองสัปดาห์ แล้วยังไม่ดีขึ้น อาจจะต้องทำการผ่าเอาหนองออก
6 ต้อหิน มีวิธีรักษาหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงชนิดที่รุนแรงอาจจะทำให้ตาบอดได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งต้อง รักษาแบบฉุกเฉิน โดยทั่วไปจะให้ยาหยอดตาที่เป็นกลุ่ม beta-blocker ในบางรายอาจจะต้องทำการผ่าตัด
แสดงความคิดเห็น
ตาอักเสบมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้วครับ รักษามาสองหมอ... อาการดีขึ้นแต่ไม่ยอมหายขาดสักที จะทำอย่างไรดีครับ
- ถัดมาอีกหนึ่งสัปดาห์อาการเดิมก็กลับมาอีกครับ ต้นเหตุก็คงมาจากที่ผมคันตามากประกอบกับไม่ทันคิดด้วยว่าตาเราหายดีหรือยัง จึงเผลอขยี้ตาไปหลายทีเลย ผมจึงไปคลินิคจักษุแพทย์ครับ โดยคุณหมอบบอกว่าตาอักเสบธรรมดา เลยให้ยาป้ายตากับยาหยอดมาใช้ ก็ใช้ยาตัวนั้นมาสองสัปดาห์ครับ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย
- จึงตัดสินใจไปหาหมอที่คลินิคอีกที่หนึ่ง ผมบอกว่าตาบวมแดงมานานแล้วพร้อมกับเล่าอาการทั้งหมด คุณหมอส่องตาดูก็บอกอีกว่าตาอักเสบมาก จะให้ยาไป ซึ่งครั้งนี้ก็จะได้ยาทาน กับยาหยอดตา(ตัวเดียวก็คุณหมอคนที่แล้ว) ซึ่งอาการก็ดีขึ้นครับ ตัวผมเองก็พยายามไม่ขยี้ตาเวลาคัน การบวมแดงหายไป ตามัวยังมีบ้าง แต่ที่ยังไม่ยอมหายคือ "ขี้ตาครับ" ยังคงมีขี้ตามากอยู่ ทั้งในเวลาปรกติและเวลาตื่นนอน และยังคงมีอาการปวดเบาๆและยังคันอยู่ในบางเวลา
นับตั้งแต่ที่เป็นๆหายๆมาก็เดือนครึ่งเกือบสองเดือนแล้วครับ เข้าใจว่าโรคพวกนี้เป็นแล้วจะหายได้เองในเร็ววัน จึงกังวลครับ ไปหาหมอที่ไหนก็บอกว่าตาอักเสบ ซึ่งแต่ละท่านนั้นตรวจไม่ถึงนาทีเลย
จึงอยากสอบถามครับ ท่านใดเคยมีอาการๆตาอักเสบนานๆแล้วไม่ยอมหายแบบผมมั้ง แล้วจะมีวิธีรักษาที่ได้ผลอย่างไร และถ้าไม่รบกวนช่วยแนะนำโรงพยาบาล หรือคลินิคที่รักษาดีและราคาไม่แพงนิดนึงนะครับ (ขอในเขต นนทบุรี หรือ ในกทมครับ)
ขอบคุณครับ