นิรโทษกรรมสุดซอย 'แม้ว'ต้ม'ควายแดง' “เงินกูอยู่ไหน ?” (2)

กระทู้ข่าว
ล้างผิดสุดซอย ฟอกนช.ทักษิณหลุดทุกคดี
       
       สำหรับคดีความที่ 'คตส.' ได้ดำเนินการที่ผ่านมามีทั้งสิ้น 13 คดี และแบ่งอกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่
       
       กลุ่มเเรก คือ คดีที่ศาลตัดสินแล้ว 5 คดี ได้แก่
       
       1.คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก มีจำเลยคือ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษาให้จำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเวลา 2 ปี ฐานกระทำผิดกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาตรา 100 โดยออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณไว้ และได้ให้ยกฟ้องคุณหญิงพจมาน
       
       2.คดีเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป มูลค่า 738 ล้านบาท มีจำเลยคือ คุณหญิงพจมาน นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ศาลอาญาได้พิพากษาให้จำคุกคุณหญิงพจมาน และนายบรรณพจน์ คนละ 3 ปี ส่วนนางกาญจนาภา จำคุก 2 ปี แต่ภายหลังศาลอุทธรณ์ได้กลับคำตัดสินของศาลอาญา สั่งยกฟ้อง คุณหญิงพจมานและนางกาญจนาภา ส่วนนายบรรณพจน์ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่อัยการสูงสุดจะตัดสินใจ "ไม่ฎีกา"
       
       3.คดีทุจริตจัดซื้อต้นกล้ายางพารา 90 ล้านต้น มีจำเลยคือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายเนวิน ชิดชอบ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ กับพวก รวม 44 คน ต่อมาศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษา ให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 44 คน เนื่องจากพบว่าไม่ได้กระทำความผิด
       
       4.คดีทุจริตโครงการออกสลากเลขท้ายพิเศษ 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน คตส.ยื่นฟ้อง ครม.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งคณะ และผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกันเป็นจำเลย ซึ่งศาลฎีกาตัดสินให้จำคุกนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง 2 ปี นายสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และประธานคณะบอร์ดกองสลาก 2 ปี นายชัยวัฒน์ พสกภักดี อดีต ผอ.กองสลาก 2 ปี แต่เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 ไม่เคยทำผิดมาก่อน ให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษา จึงมีการออกหมายจับ
       
       5.คดีร่ำรวยผิดปกติ ให้ทรัพย์สิน 76,621 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งให้ยึดเฉพาะเงินค่าขายหุ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกฯ และเงินปันผล จำนวน 46,373 ล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน
       
       กลุ่มที่สอง คือ คดีที่อยู่ในชั้นศาล 4 คดี คือ
       
       1. คดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ อันสืบเนื่องจากคดีร่ำรวยผิดปกติ ทำให้ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา ว่า พ.ต.ท.ทักษิณแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ เนื่องจากไม่ได้แจ้งการถือครองหุ้นบริษัทชินคอร์ปไว้ ถึง 6 ครั้ง ซึ่งศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้
       
       2.คดีทุจริตปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยหรือเอ็กซิมแบงก์ ให้กับรัฐบาลพม่า มูลค่า 4,000 ล้านบาท ที่มีจำเลยคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้
       
       3.คดีทุจริตออกพระราชกำหนดแปลงค่าภาษีสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจบริษัทชินคอร์ป ที่มีจำเลยคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้ 4.คดีทุจริตจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของ กทม. มูลค่า 6,800 ล้านบาท ที่มีนายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯกทม. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม.กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบบัญชีพยาน โดยจำหน่ายคดีในส่วนนายสมัครที่เสียชีวิตไปแล้ว
       
       กลุ่มที่ 3 คือ คดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน โดย ป.ป.ช.หรืออัยการสูงสุด จำนวน 4 คดี คือ
       
       1.คดีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทร ที่มีจำเลย คือนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา
       
       2.คดีจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 และระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคมกับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา
       
       3.คดีทุจริตท่อร้อยสายไฟฟ้าในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคมกับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา และ4.คดีทุจริตธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ บริษัท กฤษดามหานคร ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณกับพวก เป็นผู้ถูกกล่าวหา
       
       นอกจากนั้นอีกคนหนึ่งที่น่าจะได้รับประโยชน์และพ้นผิดจากคดีคอร์รัปชั่น อันเนื่องมาจากกฎหมายนิรโทษกรรมภาคพิสดารนี้ก็คือ 'ผู้ยิ่งใหญ่แห่งช่อง3' นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย ที่มีความผิดในคดีทุจริตการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร และถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุก เป็นเวลา 12 ปี เนื่องจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ของพรรคเพื่อไทย ได้เพิ่มเติ่มข้อความใน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม การกระทำที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ให้ถือว่าพ้นจากความผิด
       
       ยังไม่นับรวมผู้ที่กระทำผิดในคดีก่อการร้าย อันได้แก่ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เกี่ยวข้องการก่อเหตุรุนแรงและลงมือเผาบ้านเผาเมืองอีกด้วย
       
       งานนี้ชัดเจนว่าไม่ว่าจะทำผิดชั่วช้าขนาดไหน หากเป็นก๊วน 'เพื่อไทย' และ 'ไพร่แดง' แล้วล่ะก็จะได้รับการนิรโทษกรรมทั้งหมด ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นบ้านนี้เมืองนี้คงไม่ต้องมีกฎหมายใดๆ เพราะใครจะถูกหรือผิดนั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้มีอำนาจอย่างรัฐบาลเพื่อไทย ภายใต้การนำของ 'น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' น้องสาวสุดที่รักของ นช.ทักษิณ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 5 ผู้นำเลวของโลก
       
       และว่ากันว่าผู้ที่นั่งบัญชาการในการเดินเกมออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย นั้นหาใช่ใคร หากแต่เป็น 'เจ๊แดง' เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องรักของ นช.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีบทบาทเป็นกุนซือใหญ่ในการคุมทั้งอำนาจและถุงเงินในพรรคเพื่อไทยแทนพี่ชายผู้เป็นเจ้าของพรรคตัวจริงนั่นเอง
       
       หลายฝ่ายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมภาคพิสดารครั้งนี้เป็นเป็นการใช้อำนาจ'ฟอกผิด' ให้แก่พวกพ้อง และการกระทำที่ขัดต่อหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างสิ้นเชิง โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีที่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม ชี้ว่า โดยหลักการการจะออกกฎหมายใดๆ ต้องยึดหลักนิติธรรม 3 อำนาจหลักของประเทศ ต้องไม่เข้าไปก้าวก่ายกัน หากมีผลกระทบไปถึงการวินิจฉัยคดีของศาลก็ต้องระมัดระวัง และมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้
       
       “การออกกฎหมายตามหลักสากลจะต้องไม่กระทบกับกระบวนการของศาลที่วินิจฉัยไปแล้ว และหากอ้างตามหลักนิติธรรมก็หมายความว่า 3 อำนาจหลักของประเทศต้องไม่ก้าวก่ายกัน เพราะแต่ละอำนาจแยกกันอยู่แล้ว ดังนั้น การกระทำใดที่กระทบกับคดีที่ศาลวินิจฉัยต้องระวังให้มาก หากการล้างไพ่ไปกระทบอำนาจตุลาการก็ต้องมีคำตอบในเรื่องเหล่านี้ และต้องมีเหตุผลที่ดีด้วย” นายวิชากล่าว

http://www.manager.co.th/AstvWeekend/ViewNews.aspx?NewsID=9560000133775
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่