ในบรรดาหลายๆแบรนด์ ต่างก็สร้างสรรค์ผลงานโดยผ่านการบรรยายผ่านภาพ หรือที่เรียกกันว่าหนังโฆษณา
แล้วทำไม????
ในปัจจุบันแบรนด์ต่างๆถึงหันมาใช้หนังโฆษณาออนไลน์ แทน โฆษณาทางทีวีกันแล้วล่ะ เหตุผลก็มีอยู่ไม่กี่ข้อ
1. โฆษณาทีวีนั้นค่าลงพื้นที่โฆษณานั้นแพงอย่างมาก บางคนอาจจะไม่เคยทำงานเกี่ยวกับหนังโฆษณาทางทีวีมาก่อน ก็จะประกอบด้วยสิ่งคร่าวๆเหล่านี้
- ค่าทำหนัง ถ้าเนื้อเรื่องเยอะก็หลายล้านอยู่ รวมถึงค่าตัวดารานักแสดงกันด้วย พลาดไม่ได้เลยหนังแต่ละหนังที่ถูกสร้างมาล้วนแล้วแต่ความสามารถของนักคิดหรือที่เรียกว่า Creative กันทั้งนั้น
สำหรับหนังออนไลน์ก็เสียตังค์ทำพอๆกันนะคะ ^^//
แต่อาจจะเลือกนักแสดงโดดเด่นเพียงคนเดียว แล้วใช้ความสามารถในเรื่องราวของหนัง และ ผู้กำกับในการกำกับให้บอกความรู้สึกที่ทำให้คนดูอยากดู อยากติดตาม อยากเอาไปคุยต่อ
- ค่า Air time เค้าก็จะมีค่าเยอะแยะมากมาย นานแล้วก็ลืมแล้ว อิอิ
จะมีตัววัดหลายอย่างได้แก่ Rating point, Reach, Frequency และ GRPs (Gross Rating Point) เพราะฉะนั้นค่าพวกนี้ก็จะเป็นตัววัดเม็ดเงินในกระเป๋าของคุณในการโฆษณาเช่นกันด้วย
รวมๆแล้วค่าโฆษณาทีวีก็ราวๆ 10 ล้านขึ้นอ่ะนะ
แต่ข้อดีของหนังโฆษณาทีวีก็คือยังไง ยังไงก็เข้าถึงกับคนทุกกลุ่ม
ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับแบรนด์ของคุณด้วยว่าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าแบบไหน
สำหรับบนออนไลน์ก็ต้องเสียค่าโปรโมตลิงค์ แต่จริงๆแล้วเกิดมาได้
ก็ต้องขอบคุณ คุณ YOUTUBE เค้านะ ที่ให้เราอัปโหลดฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายกัน แถมมีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อ Social Media ให้โปรโมตหนังที่ถูกใจกลายเป็นกระแส Viral ไปอีกด้วย รวมๆแล้วก็ไม่น่าเกิน 3 ล้านนะ
ปล. ไม่รวมค่าทำหนังนะ
2. โฆษณาบนออนไลน์ สามารถสร้างไอเดียสร้างสรรค์ได้มากกว่าด้วยเวลาที่ไม่จำกัดจนเกินไป อาจจะทำเป็นหนังสั้นที่บอกอารมณ์ความรู้สึก 1 -3 นาที หรือจะเป็นหนังยาว Series ก็ได้ จะไม่เหมือนกับโฆษณาบนทีวีนั้นถูกจำกัดเวลาอาจจะได้ประมาณ 15,30 วินาที หรือ 60 วินาทีถ้ากระเป๋าหนักหน่อย
แต่จริงๆแล้วต้องชื่นชนคนทำหนังโฆษณา 15,30 วิ มากกว่า เพราะ เวลาอันสั้น ต้องตัดต่อหนังออกมาให้ได้ พร้อมสามารถโชว์จุดเด่นที่ต้องการจะสื่อสาร รวมถึงเก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนในเวลาอันสั้น
3. โฆษณาบนออนไลน์สามารถมีเสียงตอบกลับจากคนดูได้ว่าชอบหรือไม่ชอบผ่านยอด View, comment และ lามารถสร้างกระแสของหนังผ่านการ Share ได้อีกด้วย
แค่ 3 หัวข้อใหญ่ๆก็เยอะแล้ว อื่นๆก็ดูได้ 24 ชั่วโมง จะดูวนซ้ำแบบ Non - Stop ก็ได้ จะแบ่งปัน ชวนเพื่อนดูในทันที ไม่ต้องลุ้นอยู่ที่หน้าจอทีวีก็ได้ แต่ประเด็นสำคัญก็ยังอยู่ที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ดี
ทำไปสื่อสารไปผิดที่ผิดทางก็กลายเป็นเข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายนะคะ^^
อ่ะ วันนี้เลยเอาตัวอย่างหนังโฆษณาออนไลน์มาฝากกัน
บางเรื่องก็ฉายบน TV เป็น Spot 15-30 วิ แต่จัดเต็มในโลกออนไลน์
ไปดูกันดีกว่า บางเรื่องอย่าลืมเตรียมผ้าซับน้ำตากับไว้ด้วยนะคะ
สำหรับเรื่องแรก เราเริ่มต้นจากหนังโฆษณา
ที่ได้รับรางวัลที่สำคัญสุดของคนทำงานในแวดวงสื่อดิจิตอล คือรางวัลสุดยอดแคมเปญแห่งปีจาก Cannes Lions ในหมวด Cyber Lions ซึ่งถือได้ว่าเป็นสุดยอดแคมเปญของสื่อดิจิตอลเลยก็ว่าได้ สำหรับปีนี้ รางวัล Cyber Lions ระดับ Grand Prix มีด้วยกัน 2 รางวัล คือ The Beauty Inside โดย Pereira & O’Dell และ Oreo Daily Twist โดย DraftFCB
ไปดู Tailer นะคะ
http://www.youtube.com/watch?v=CDMUOVT-0UE
ส่วนหนังไปติดตาม Search กับได้ที่ Youtube กันได้เลยค่ะ
มีทั้งหมด 6 Episode นะคะ
The Beauty Inside. Episode 1: Hello My Name is Alex
The Beauty Inside. Episode 2: Leah
The Beauty Inside. Episode 3: It Has To Be Tonight
The Beauty Inside. Episode 4: Help Wanted
The Beauty Inside. Episode 5: I’d Like to Show You Something
The Besuty Inside, Episode 6: That's It for me
พร้อมกับจบด้วยแคมเปญตามหา Alex
และความสำเร็จของแคมเปญนี้ก็คือมี Alex ทั้งหมด 26 คน จากแฟนทั่วโลก ทั้ง ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ฟิลลิปปินส์ แคนนาดา และสเปนได้ร่วมถ่ายทำภาพยนตร์เป็น Alex
อันนี้ได้ดูของฝรั่งกันไปแล้ว มาดูแบบไทยๆกันบ้าง
อย่างหนังโฆษณานี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นโฆษณาที่นำ้ตาไหลพรากกันทีเดียว</font>
http://www.youtube.com/watch?v=7fVJutKa2GM
ก็ต้องชื่นชมนะคะ จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือ ผมของน้องผู้หญิงคนนี้สวยมากนั่นเอง จุดเล็กๆที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยจริงๆ
และหนังประเภทน้ำตาไหลซึ้งแบบนี้ก็มีออกมาจำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต ที่ทำกันจนถ้าเห็นหนังประเภทนี้
ต้องคิดแล้วว่าเป็นหนังประกันชีวิตแน่ๆเลย^^
หรือจะเป็นหนังกระแส Viral ที่พึ่งผ่านมาซึ่งดังไปทั่วโลก
จากการทำหนังที่เอาผู้ชายฮากลิ้งและผู้หญิงต่างตกตะลึงกันไปเลย .... ซึ่งไม่ได้มีการฉายออกทีวี
แต่ยอด View ทะลุหลักล้านภายในไม่ถึง 7 วัน
http://www.youtube.com/watch?v=p9HNbnhid9U
หรือจะเป็นการทำหนังแบบสบายๆบอกเล่าแบบเรียบง่ายแฝงด้วยรอยยิ้มและแทรกการจดจำด้วยเสียงเพลงจากศิลปินชื่อดัง จนกระแสเพลงดังกันไป บอกได้เลยวัยรุ่นต้องร้องเพลงนี้กันได้ทุกคน ^^
http://www.youtube.com/watch?v=v5wvIGxvdLI
ก็มีด้วยกันหลากหลายแบบ แล้วแต่จุดเด่นของเรื่องนั้นๆนะคะ
หากมีเรื่องไหนน่าสนใจก็เอามาแบ่งปันกันได้นะคะ
แล้วทำไม? ถึงเปลี่ยนมาใช้โฆษณาออนไลน์กัน
แล้วทำไม????
ในปัจจุบันแบรนด์ต่างๆถึงหันมาใช้หนังโฆษณาออนไลน์ แทน โฆษณาทางทีวีกันแล้วล่ะ เหตุผลก็มีอยู่ไม่กี่ข้อ
1. โฆษณาทีวีนั้นค่าลงพื้นที่โฆษณานั้นแพงอย่างมาก บางคนอาจจะไม่เคยทำงานเกี่ยวกับหนังโฆษณาทางทีวีมาก่อน ก็จะประกอบด้วยสิ่งคร่าวๆเหล่านี้
- ค่าทำหนัง ถ้าเนื้อเรื่องเยอะก็หลายล้านอยู่ รวมถึงค่าตัวดารานักแสดงกันด้วย พลาดไม่ได้เลยหนังแต่ละหนังที่ถูกสร้างมาล้วนแล้วแต่ความสามารถของนักคิดหรือที่เรียกว่า Creative กันทั้งนั้น
สำหรับหนังออนไลน์ก็เสียตังค์ทำพอๆกันนะคะ ^^//
แต่อาจจะเลือกนักแสดงโดดเด่นเพียงคนเดียว แล้วใช้ความสามารถในเรื่องราวของหนัง และ ผู้กำกับในการกำกับให้บอกความรู้สึกที่ทำให้คนดูอยากดู อยากติดตาม อยากเอาไปคุยต่อ
- ค่า Air time เค้าก็จะมีค่าเยอะแยะมากมาย นานแล้วก็ลืมแล้ว อิอิ
จะมีตัววัดหลายอย่างได้แก่ Rating point, Reach, Frequency และ GRPs (Gross Rating Point) เพราะฉะนั้นค่าพวกนี้ก็จะเป็นตัววัดเม็ดเงินในกระเป๋าของคุณในการโฆษณาเช่นกันด้วย
รวมๆแล้วค่าโฆษณาทีวีก็ราวๆ 10 ล้านขึ้นอ่ะนะ
แต่ข้อดีของหนังโฆษณาทีวีก็คือยังไง ยังไงก็เข้าถึงกับคนทุกกลุ่ม
ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับแบรนด์ของคุณด้วยว่าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าแบบไหน
สำหรับบนออนไลน์ก็ต้องเสียค่าโปรโมตลิงค์ แต่จริงๆแล้วเกิดมาได้
ก็ต้องขอบคุณ คุณ YOUTUBE เค้านะ ที่ให้เราอัปโหลดฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายกัน แถมมีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อ Social Media ให้โปรโมตหนังที่ถูกใจกลายเป็นกระแส Viral ไปอีกด้วย รวมๆแล้วก็ไม่น่าเกิน 3 ล้านนะ
ปล. ไม่รวมค่าทำหนังนะ
2. โฆษณาบนออนไลน์ สามารถสร้างไอเดียสร้างสรรค์ได้มากกว่าด้วยเวลาที่ไม่จำกัดจนเกินไป อาจจะทำเป็นหนังสั้นที่บอกอารมณ์ความรู้สึก 1 -3 นาที หรือจะเป็นหนังยาว Series ก็ได้ จะไม่เหมือนกับโฆษณาบนทีวีนั้นถูกจำกัดเวลาอาจจะได้ประมาณ 15,30 วินาที หรือ 60 วินาทีถ้ากระเป๋าหนักหน่อย
แต่จริงๆแล้วต้องชื่นชนคนทำหนังโฆษณา 15,30 วิ มากกว่า เพราะ เวลาอันสั้น ต้องตัดต่อหนังออกมาให้ได้ พร้อมสามารถโชว์จุดเด่นที่ต้องการจะสื่อสาร รวมถึงเก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนในเวลาอันสั้น
3. โฆษณาบนออนไลน์สามารถมีเสียงตอบกลับจากคนดูได้ว่าชอบหรือไม่ชอบผ่านยอด View, comment และ lามารถสร้างกระแสของหนังผ่านการ Share ได้อีกด้วย
แค่ 3 หัวข้อใหญ่ๆก็เยอะแล้ว อื่นๆก็ดูได้ 24 ชั่วโมง จะดูวนซ้ำแบบ Non - Stop ก็ได้ จะแบ่งปัน ชวนเพื่อนดูในทันที ไม่ต้องลุ้นอยู่ที่หน้าจอทีวีก็ได้ แต่ประเด็นสำคัญก็ยังอยู่ที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ดี
ทำไปสื่อสารไปผิดที่ผิดทางก็กลายเป็นเข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายนะคะ^^
อ่ะ วันนี้เลยเอาตัวอย่างหนังโฆษณาออนไลน์มาฝากกัน
บางเรื่องก็ฉายบน TV เป็น Spot 15-30 วิ แต่จัดเต็มในโลกออนไลน์
ไปดูกันดีกว่า บางเรื่องอย่าลืมเตรียมผ้าซับน้ำตากับไว้ด้วยนะคะ
สำหรับเรื่องแรก เราเริ่มต้นจากหนังโฆษณา
ที่ได้รับรางวัลที่สำคัญสุดของคนทำงานในแวดวงสื่อดิจิตอล คือรางวัลสุดยอดแคมเปญแห่งปีจาก Cannes Lions ในหมวด Cyber Lions ซึ่งถือได้ว่าเป็นสุดยอดแคมเปญของสื่อดิจิตอลเลยก็ว่าได้ สำหรับปีนี้ รางวัล Cyber Lions ระดับ Grand Prix มีด้วยกัน 2 รางวัล คือ The Beauty Inside โดย Pereira & O’Dell และ Oreo Daily Twist โดย DraftFCB
ไปดู Tailer นะคะ
http://www.youtube.com/watch?v=CDMUOVT-0UE
ส่วนหนังไปติดตาม Search กับได้ที่ Youtube กันได้เลยค่ะ
มีทั้งหมด 6 Episode นะคะ
The Beauty Inside. Episode 1: Hello My Name is Alex
The Beauty Inside. Episode 2: Leah
The Beauty Inside. Episode 3: It Has To Be Tonight
The Beauty Inside. Episode 4: Help Wanted
The Beauty Inside. Episode 5: I’d Like to Show You Something
The Besuty Inside, Episode 6: That's It for me
พร้อมกับจบด้วยแคมเปญตามหา Alex
และความสำเร็จของแคมเปญนี้ก็คือมี Alex ทั้งหมด 26 คน จากแฟนทั่วโลก ทั้ง ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ฟิลลิปปินส์ แคนนาดา และสเปนได้ร่วมถ่ายทำภาพยนตร์เป็น Alex
อันนี้ได้ดูของฝรั่งกันไปแล้ว มาดูแบบไทยๆกันบ้าง
อย่างหนังโฆษณานี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นโฆษณาที่นำ้ตาไหลพรากกันทีเดียว</font>
http://www.youtube.com/watch?v=7fVJutKa2GM
ก็ต้องชื่นชมนะคะ จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือ ผมของน้องผู้หญิงคนนี้สวยมากนั่นเอง จุดเล็กๆที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยจริงๆ
และหนังประเภทน้ำตาไหลซึ้งแบบนี้ก็มีออกมาจำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็น ประกันชีวิต ที่ทำกันจนถ้าเห็นหนังประเภทนี้
ต้องคิดแล้วว่าเป็นหนังประกันชีวิตแน่ๆเลย^^
หรือจะเป็นหนังกระแส Viral ที่พึ่งผ่านมาซึ่งดังไปทั่วโลก
จากการทำหนังที่เอาผู้ชายฮากลิ้งและผู้หญิงต่างตกตะลึงกันไปเลย .... ซึ่งไม่ได้มีการฉายออกทีวี
แต่ยอด View ทะลุหลักล้านภายในไม่ถึง 7 วัน
http://www.youtube.com/watch?v=p9HNbnhid9U
หรือจะเป็นการทำหนังแบบสบายๆบอกเล่าแบบเรียบง่ายแฝงด้วยรอยยิ้มและแทรกการจดจำด้วยเสียงเพลงจากศิลปินชื่อดัง จนกระแสเพลงดังกันไป บอกได้เลยวัยรุ่นต้องร้องเพลงนี้กันได้ทุกคน ^^
http://www.youtube.com/watch?v=v5wvIGxvdLI
ก็มีด้วยกันหลากหลายแบบ แล้วแต่จุดเด่นของเรื่องนั้นๆนะคะ
หากมีเรื่องไหนน่าสนใจก็เอามาแบ่งปันกันได้นะคะ