ปลายฝนต้นหนาว รักเราไม่เปลี่ยนแปลง

กระทู้สนทนา
ปลายฝนต้นหนาว มันเป็นช่วงเวลาที่รวมของกี่ฤดูกันแน่ ผมก็ไม่เห็นพ่ออนาทรร้อนใจไปกับสภาพของดินฟ้าอากาศ ที่ใครต่อใครบ่นว่าแปรปรวนเหลือเกิน

ไมว่าเช้าจะร้อน สายจะมีฝน หรือ บ่ายค่ำลงอากาศจะวาบวูบเย็นลง หรือจะสลับผันผวนในแต่ละวันอย่างไร กิจวัตรที่ผมเห็นพ่อทุกวันก็คือกวาดลานดินหน้าบ้าน รอบบ้านให้เตียนโล่ง ก่อนจะเขยิบออกไปกรงไก่ให้อาหารมัน และกวาดตามองรอยเท้าแมวใหญ่ที่อาจจะมาแวะเวียนหาอาหารยามดึก



มีข่าวว่าหมู่บ้านเหนือ น้ำท่วมเรือกสวนไร่นา ให้กลายเป็นทะเลสาบกว้าง แลเห็นยอดสะเดาเหมือนกอตะไคร้เป็นพุ่ม น้ำบ่าเข้าท่วมถึงหน้าอำเภอครึ่งแข้ง แม่มาเล่าให้พอฟังเมื่อเย็นวาน ว่าข้าราชการอำเภอโอดครวญกันจะเป็นจะตาย ส่วนบ้านตากับยายกับนาสวนรอบ ๆ โดนท่วมเข้าไปสะเอวหนึ่งแล้ว

พ่อพยักหน้าหงึก ๆ และเอาจอบมาขุดทำทางน้ำไหลที่ริมสระ ขุดไปแต่งคันสระตั้งแต่เช้า ผมถามพ่อว่าเอาดินเอาดินมากองกั้นเป็นแนวสระสูงไว้ทำไม พ่อตะโกนบอกว่าเดี๋ยวฝนเทลงมาไอ้ช่อนจะไหลไปลงหม้อแกงบ้านอื่นซะหมดสระ

สุดทางแนวทางน้ำไหลจนชนชายแดนไปนาข้าวก็มีแผงตะแกรงไม้ลวกก้นห่างๆ พ่อบอกทำไว้ดักเศษใบไม้ใบหญ้าเวลาฝนตก กับจะได้ตักเศษหน้าดินไปเป็นปุ๋ย แต่วันก่อนก็เห็นแม่ไปเก็บปลาหมอ ปลาช่อนที่โดดออกจากสระไปโลกภายนอก ดิ้นกองรวมกันอยู่หลุมตื้นๆ หน้าตะแกรงนั่นเอาไปทำปลาแห้ง นี่เป็นอีกข้อหนึ่งที่พอไม่ได้บอกผมตรง ๆ

เหงื่ออาบตัวพ่อเป็นมันวาว เพราะถอดเสื้อตากลมไว้ใต้ต้นมะละกอลูกดกนั่น แม่ฉวยมีดมาตัดยอดผักบุ้งริมสระ เก็บใบมะกอกและมะเขือเปราะไปจิ้มกับน้ำพริกมะอึกมื้อกลางวันนี้ เสียงพ่อถามแม่ว่า ตาเป็นไงบ้าง แม่บอกว่า ตาบอกสบาย ๆ ข้าวของอันไหนที่อยู่ต่ำใต้ถุนบ้าน โดยมากก็เป็นของทนแดดทนน้ำอยู่แล้ว

"น้ำมา เดี๋ยวมันก็ไหลไป พ่อพูดเหมือนพี่นั่นแหละ" แม่ผมพูดยิ้มๆ
“สงสัยเป็นพ่อลูกกันมาแต่ชาติที่แล้ว”
พ่อได้ยินก็ยิ้มตอบไปด้วยแว๊บหนึ่ง

“พรุ่งนี้ไปหาตากัน” แม่บอกกับผมตอนก่อนจะเข้านอน

ผมเก็บหนังสือสวดมนต์พิธีไว้ที่หัวนอน ดีใจที่จะได้ไปบ้านตา ได้เจอพี่แจงลูกป้าจันทร์ หลานยายแจ่ม คนที่ผมคุ้นเคย เห็นมาตั้งแต่เล็กเป็นเด็กน้อย เราสองคนห่างกันไปตอนผมไปเรียนในเมืองหลวง พอมาเจออีกครั้งตอนนมผมแตกพาน พี่แจงก็แตกเนื้อสาว พบเจอพี่แจงทีไรหัวใจผมหวั่นไหวพิกลแต่ก็หลบมาพบมาเยี่ยมกันบ่อย คงมีอะไรภายในใจผมที่ร่ำร้องไม่รู้ว่าหัวใจพี่แจงร่ำร้องเหมือนผมหรือเปล่า

เสียงฟ้าฝนยังครืนคำรามอยู่เป็นระยะ ก่อนสายฝนจะประพรมหนักเบาเป็นท่วงทำนองกล่อมคนบ้านใกล้ บ้านไกลย่านนั้น นิทราไป

ตาผมเป็นหมอพื้นบ้านตกพุ่มม่ายเพราะยายตายไปก่อนสิบกว่าปี บ้านเป็นบ้านไม้ทรงไทยใต้ถุนสูงมีแค่สองห้อง คือ ครัวและ ห้องนอน แม่เล่าฟังว่า เมื่อก่อนลานบ้านมีแต่คนอุ้มเด็กมากวาดยา อุ้มคนมานอนรอยายนวดอยู่ใต้ถุน เพิงต้มยาก็กรุ่นควันพวยพุ่งอยู่ไม่จางหาย

พ่อมาเจอแม่ ก็เพราะพ่อเป็นงูสะหวัดขึ้นรอบเอว ท่าทางล่อแล่ ก็ได้ยายกับแม่ลูกสาวหมอเจียดยา ตำยาพอกให้จนหาย ตาล้อจนบัดนี้ ว่า นิยายรักของพ่อกับแม่ผม น่าจะชื่อ งูสวาท เพราะ รักกันเพราะงูสะหวัด

หลังจากลากเรือที่พ่อกับแม่นั่งไปผูกกับเสาบ้านไม้ใต้ถุนสูงเรียบร้อย ผมยกพานดอกไม้ธูปเทียนไปกราบตาเพื่อขอกราบลาอุปสมบท ตามีสีหน้าปลื้มดีใจ

“บวชแล้วจะเอาเมียเลยไหม” ตากะเซ้าผมเมื่อเห็นผมทำท่ายื่นคอไปมองหลังคาบ้านป้าจันทร์ ที่หลังคาสังกะสีสีสนิมนั้นสะท้อนน้ำท่วมอยู่วิบ ๆ

ผมบอกพ่อกับแม่ว่าจะไปเอาของไปเยี่ยมยายแจ่ม พ่อแม่ก็เลยว่าจะไปด้วยหลังจากที่ตาเรียกแม่ไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง

วันสุกดิบก่อนวันบวช พี่แจงมาช่วยแม่ผมทำกับข้าวเลี้ยงแขก เพื่อนฝูงผมลงจากกรุงเทพฯ กันเกือบยี่สิบคน พ่อนาคอย่างผม หันไปมองแต่แม่ครัวจนเพื่อนนาคแซวกันเสียงขรม งานบวชเรียบง่ายผ่านพ้นไป พระใหม่อย่างผมเหมือนได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

พระนอกพรรษาเดินบาตรไกลกว่าใครเพราะต้องวนไปบ้านตา ก่อนมาบ้านโยมพ่อ โยมแม่ สีกาแจงกับญาตินิมนต์ไว้แบบนั้น ถนนมีไว้เดินทางเพื่อจุดหมายที่แตกต่างกัน

ลมหนาวเขย่ารวงข้าวที่รอดน้ำท่วมมาให้หอมนาไปทั่ว แต่ล่ะก้าวย่างเท้าของผมยังรับรู้ถึงความชื้นของแผ่นดินอยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ในเพศสมณะ ยังรับรู้ถึงความเจริญของวัตถุที่ไม่คำนึงถึงธรรมชาติ ทางน้ำ ทางฝน ร่องลม ไม่รู้ที่มา ไม่มีที่ไปของอะไรต่อมิอะไรมากมาย หากแต่ทุกอย่างมาแล้วก็ไป เหมือนน้ำ เหมือนลม เหมือนฝน จะเหลืออะไรทิ้งไว้ให้หม่นหมองหรืองดงามก็แล้วแต่จะมองจะคิดกันไป

ผมลาสึกขาบทก็เริ่มงานที่สอบบรรจุได้ที่อำเภอ ก็อำเภอที่ข้าราชการโวยวายน้ำท่วมนั่นแหละ ถ้าปีหน้าหรือปีไหน น้ำท่วมอีก คงต้องเว้นปลัดอำเภอใหม่กับเมียไว้ ไม่ใช่เพราะมาแล้วไปตามหน้าที่ แต่เพราะผมเป็นลูกพ่อ เป็นหลานตามาตั้งแต่ชาติที่แล้วอย่างที่แม่ผมว่า
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่