เรื่องมีอยู่ว่า
ภรรยาผมเป็นแพทย์ ได้ทำการกู้เงินซื้อคอนโดที่อยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงาน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดินทางไกล
เพราะบ้านไกลจากที่ทำงานมากๆ ขับรถวันนึงไปกลับ 2-3 ชั่วโมง ไม่ไหว เห็นมีอยู่แบงค์หนึ่ง(ดอกบัว)
มีโปรสินเชื่อบ้านสำหรับกลุ่มวิชาชีพทางการแพทย์ จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ และขอกู้
คอนโดที่ซื้อเป็นคอนโดมือ 2 ครับ สร้างเสร็จมาประมาณ 1 ปี และทางผมเองก็รู้จักกับผู้จัดการแบงค์สาขา
ต่างจังหวัด(แถวบ้านผม) แต่ภรรยาผมซื้อคอนโดใน กทม. ผมก็อยากจะช่วย ผจก.สาขา ด้วยการไปขอกู้ใกล้ๆ บ้านผมครับ
และทางผู้ขายก็ขอว่า ตอนจ่ายเงินจำนอง ขอให้จ่ายเป็นเช็ค 2 ใบ 1ใบให้ผู้ขาย อีก1ใบให้ธนาคารที่ผู้ขาย
ติดจำนองอยู่ ซึ่งผมก็แจ้งกับทางฝ่ายสินเชื่อของแบงค์ไปเรียบร้อยตั้งแต่ต้น และแจ้งย้ำบ่อยมาก แทบจะทุกครั้งที่เจอ
เพื่อให้มั่นใจว่า เค้าจะไม่พลาด(เรื่องแค่นี้ปกติก็ไม่น่าจะพลาดนะครับ)
และฝ่ายสินเชื่อของสาขานี้ มีคนเดียวครับ ทำให้งานล้นมือมาก วันๆ ผมก็เห็นเค้าหัวปั่นตลอดเวลา
เวลารับเรื่องจากผม เค้าก็เร่งรีบๆ ตลอดเวลา แล้วก็ล่วงเลยไปจนถึงวันเซ็นสัญญากัน ก็ผ่านไปครับ
ผมก็ถามเค้าวันเซ็นสัญญาแล้วว่า คนขายเค้าจะเอาเช็คสองใบนะ คุณทำให้ได้ใช่มั๊ย เค้าก็บอกว่า
ไม่มีปัญหา เดี๋ยวธนาคารเค้าจะดิวกัน ไม่ต้องห่วงเลย จนเหลืออีก 2-3 วันจะนัดจำนอง ผมก็ข้องใจในตัวสัญญา
ที่ว่าเค้าจะจ่ายให้ในนามภรรยาผมเป็นเงินจำนวนเต็มแค่ยอดเดียว ผมก็เลยไปไล่เรียง จนทราบว่า
ก็ต้องเป็นไปตามสัญญา อ้าว แล้วไอ้ที่ผมบอกทุกวันล่ะ...
ฝ่ายผู้ขายก็ดูเป็นเดือดเป็นร้อนครับที่จะได้เช็คใบเดียว ผมเลยไปขอเบอร์ของสำนักงานใหญ่คนที่ทำเรื่องให้
จากทางสาขา เพื่อที่จะให้ทางธนาคารของผู้ขายติดต่อกัน แต่ก็ร้อนใจ ภรรยาผมเลยโทรเองก่อนเลย
เพราะคิดว่ากว่าจะรอให้ธนาคารคุยกัน เดี่ยวจะไม่ทันวันโอน ก็เหลืออีกแค่ 3 วันนี่ครับ
โทรไปทางศูนย์สินเชื่อสาขาพระราม9 เค้าดูตกอกตกใจครับ ที่ลูกค้ามีเบอร์และโทรมาหาเค้า ภรรยาผมก็อธิบายความ
จนเค้าเข้าใจ และแนะนำว่าให้เขียนใบคำขอแยกยอดเงิน แต่เค้าก็ไม่รับปากว่าเรื่องจะเสร็จทันวันโอนหรือไม่
และตบท้ายด้วยการบอกว่า ที่ไม่ให้ลูกค้าโทร เพราะว่าลูกค้าบางราย "ก็เอาแต่ใจ"
ภรรยาผมบอกว่านี่ไม่ได้เอาแต่ใจนะ แต่คนของคุณประสานงานกันไม่รู้เรื่อง ทางเราก็แจ้งไปแล้วว่าต้องการแบบไหน
แล้วผลออกมามันเป็นแบบนี้ เค้าก็บอกว่าคงช่วยคุณหมอได้แค่นี้เค้าได้แค่แนะนำ สุดท้ายหมอก็ต้องไปที่สาขา แล้วเขียนคำร้องมา
ปัญหามันคือ สาขาที่ไปทำเรื่องเป็น ตจว. กว่าจะส่งเรื่องเข้าสำนักงานใหญ่อีก ไม่ทันแน่ๆ ครับ
สรุป ผมต้องเอาเงินตัวเองมาเป็นค่าคอนโดและแยกเช็คเป็นสองใบในวันโอน
ที่เขียนมาทั้งหมดอยากจะบอกว่า
1.ทำสัญญาให้ดูให้ดีๆ และคุยกับธนาคารให้รู้เรื่อง ผมก็ว่าผมย้ำไปหลายรอบมากแล้ว เค้าอาจจะเห็นเป็นเรื่องเล็กก็ได้
2.ผมคงไม่ทำอะไรกับธนาคารบัวนี่อีก รวมทั้งพอตลงทุนทุกพอต ก็จะไปปิดมันให้หมด เพราะถ้าอนาคตมีเรื่องอะไร
แล้วเค้าบอกว่า ผมช่วยคุณได้แค่นี้ มันก็จบกัน
3.อยากบอกธนาคารว่า คู่แข่งคุณเยอะนะครับ ทำอะไรให้ระวัง ลูกค้าไม่ได้เรื่องมาก เรื่องเงินๆ ทอง ลูกค้าต้องการความกระจ่างเท่านั้น
และยิ่งเรื่องแยกยอดเช็ค ใครๆ ก็ทำกัน ไปถามมาหมดแล้วครับ ที่ซื้ออสังหาต่อจากคนที่ติดจำนอง
เงินสดน่ะมีครับ แต่โปรแกรมนี้มันดอกถูกมาก ผมเอาเงินไปลงทุนได้กำไรมากกว่าเสียดอก
ถึงได้มากู้ครับ บางคนอาจจะเห็นว่า อ้าวก็ไม่เดือดร้อนนี่ มีเงินอยู่แล้วก็จ่ายไปสิ... แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่มีเงินล่ะครับ
ขอแชร์ประสบการณ์จากบัวเท่านี้ครับ ขยาดไปอีกนานแสนนาน กับเรื่องง่ายๆ ก็ทำให้ปวดหัวได้ เก่งจริงๆ
แต่ก็อยากบอกว่า โปรแกรมเค้าดีครับ
ประสบการณ์กู้ครั้งแรก กับสินเชื่อกลุ่มวิชาชีพพิเศษ
ภรรยาผมเป็นแพทย์ ได้ทำการกู้เงินซื้อคอนโดที่อยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงาน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดินทางไกล
เพราะบ้านไกลจากที่ทำงานมากๆ ขับรถวันนึงไปกลับ 2-3 ชั่วโมง ไม่ไหว เห็นมีอยู่แบงค์หนึ่ง(ดอกบัว)
มีโปรสินเชื่อบ้านสำหรับกลุ่มวิชาชีพทางการแพทย์ จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ และขอกู้
คอนโดที่ซื้อเป็นคอนโดมือ 2 ครับ สร้างเสร็จมาประมาณ 1 ปี และทางผมเองก็รู้จักกับผู้จัดการแบงค์สาขา
ต่างจังหวัด(แถวบ้านผม) แต่ภรรยาผมซื้อคอนโดใน กทม. ผมก็อยากจะช่วย ผจก.สาขา ด้วยการไปขอกู้ใกล้ๆ บ้านผมครับ
และทางผู้ขายก็ขอว่า ตอนจ่ายเงินจำนอง ขอให้จ่ายเป็นเช็ค 2 ใบ 1ใบให้ผู้ขาย อีก1ใบให้ธนาคารที่ผู้ขาย
ติดจำนองอยู่ ซึ่งผมก็แจ้งกับทางฝ่ายสินเชื่อของแบงค์ไปเรียบร้อยตั้งแต่ต้น และแจ้งย้ำบ่อยมาก แทบจะทุกครั้งที่เจอ
เพื่อให้มั่นใจว่า เค้าจะไม่พลาด(เรื่องแค่นี้ปกติก็ไม่น่าจะพลาดนะครับ)
และฝ่ายสินเชื่อของสาขานี้ มีคนเดียวครับ ทำให้งานล้นมือมาก วันๆ ผมก็เห็นเค้าหัวปั่นตลอดเวลา
เวลารับเรื่องจากผม เค้าก็เร่งรีบๆ ตลอดเวลา แล้วก็ล่วงเลยไปจนถึงวันเซ็นสัญญากัน ก็ผ่านไปครับ
ผมก็ถามเค้าวันเซ็นสัญญาแล้วว่า คนขายเค้าจะเอาเช็คสองใบนะ คุณทำให้ได้ใช่มั๊ย เค้าก็บอกว่า
ไม่มีปัญหา เดี๋ยวธนาคารเค้าจะดิวกัน ไม่ต้องห่วงเลย จนเหลืออีก 2-3 วันจะนัดจำนอง ผมก็ข้องใจในตัวสัญญา
ที่ว่าเค้าจะจ่ายให้ในนามภรรยาผมเป็นเงินจำนวนเต็มแค่ยอดเดียว ผมก็เลยไปไล่เรียง จนทราบว่า
ก็ต้องเป็นไปตามสัญญา อ้าว แล้วไอ้ที่ผมบอกทุกวันล่ะ...
ฝ่ายผู้ขายก็ดูเป็นเดือดเป็นร้อนครับที่จะได้เช็คใบเดียว ผมเลยไปขอเบอร์ของสำนักงานใหญ่คนที่ทำเรื่องให้
จากทางสาขา เพื่อที่จะให้ทางธนาคารของผู้ขายติดต่อกัน แต่ก็ร้อนใจ ภรรยาผมเลยโทรเองก่อนเลย
เพราะคิดว่ากว่าจะรอให้ธนาคารคุยกัน เดี่ยวจะไม่ทันวันโอน ก็เหลืออีกแค่ 3 วันนี่ครับ
โทรไปทางศูนย์สินเชื่อสาขาพระราม9 เค้าดูตกอกตกใจครับ ที่ลูกค้ามีเบอร์และโทรมาหาเค้า ภรรยาผมก็อธิบายความ
จนเค้าเข้าใจ และแนะนำว่าให้เขียนใบคำขอแยกยอดเงิน แต่เค้าก็ไม่รับปากว่าเรื่องจะเสร็จทันวันโอนหรือไม่
และตบท้ายด้วยการบอกว่า ที่ไม่ให้ลูกค้าโทร เพราะว่าลูกค้าบางราย "ก็เอาแต่ใจ"
ภรรยาผมบอกว่านี่ไม่ได้เอาแต่ใจนะ แต่คนของคุณประสานงานกันไม่รู้เรื่อง ทางเราก็แจ้งไปแล้วว่าต้องการแบบไหน
แล้วผลออกมามันเป็นแบบนี้ เค้าก็บอกว่าคงช่วยคุณหมอได้แค่นี้เค้าได้แค่แนะนำ สุดท้ายหมอก็ต้องไปที่สาขา แล้วเขียนคำร้องมา
ปัญหามันคือ สาขาที่ไปทำเรื่องเป็น ตจว. กว่าจะส่งเรื่องเข้าสำนักงานใหญ่อีก ไม่ทันแน่ๆ ครับ
สรุป ผมต้องเอาเงินตัวเองมาเป็นค่าคอนโดและแยกเช็คเป็นสองใบในวันโอน
ที่เขียนมาทั้งหมดอยากจะบอกว่า
1.ทำสัญญาให้ดูให้ดีๆ และคุยกับธนาคารให้รู้เรื่อง ผมก็ว่าผมย้ำไปหลายรอบมากแล้ว เค้าอาจจะเห็นเป็นเรื่องเล็กก็ได้
2.ผมคงไม่ทำอะไรกับธนาคารบัวนี่อีก รวมทั้งพอตลงทุนทุกพอต ก็จะไปปิดมันให้หมด เพราะถ้าอนาคตมีเรื่องอะไร
แล้วเค้าบอกว่า ผมช่วยคุณได้แค่นี้ มันก็จบกัน
3.อยากบอกธนาคารว่า คู่แข่งคุณเยอะนะครับ ทำอะไรให้ระวัง ลูกค้าไม่ได้เรื่องมาก เรื่องเงินๆ ทอง ลูกค้าต้องการความกระจ่างเท่านั้น
และยิ่งเรื่องแยกยอดเช็ค ใครๆ ก็ทำกัน ไปถามมาหมดแล้วครับ ที่ซื้ออสังหาต่อจากคนที่ติดจำนอง
เงินสดน่ะมีครับ แต่โปรแกรมนี้มันดอกถูกมาก ผมเอาเงินไปลงทุนได้กำไรมากกว่าเสียดอก
ถึงได้มากู้ครับ บางคนอาจจะเห็นว่า อ้าวก็ไม่เดือดร้อนนี่ มีเงินอยู่แล้วก็จ่ายไปสิ... แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่มีเงินล่ะครับ
ขอแชร์ประสบการณ์จากบัวเท่านี้ครับ ขยาดไปอีกนานแสนนาน กับเรื่องง่ายๆ ก็ทำให้ปวดหัวได้ เก่งจริงๆ
แต่ก็อยากบอกว่า โปรแกรมเค้าดีครับ