สิ่งที่เราอยากเรียนรู้แต่กลายเป็นขัดใจพ่อแม่

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ
ขอเกริ่นเรื่องก่อน กระทู้ที่ตั้งมานี่อยากจะถามทุกคนว่าเราควรทำอย่างไร
ในสถานการณ์แบบนี้ ควรตอบแบบไหน
บ้านเรามีธุรกิจร้านอาหารค่ะ เปิดมานานพอสมควร โดยปกติเราจะช่วยแม่ทำ
โดยเราจะรับผิดชอบเรื่องของขนมบางส่วน คือเราจะทำเติมสต๊อคให้แม่เวลาของหมด
และเรามีธุรกิจเล็กๆส่วนตัวประกอบไปด้วยโดยใช้หน้าร้านของที่บ้านขายค่ะ

ตั้งแต่เกิดมา เราไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานที่จริงจังมาก่อน
เคยทำงานพิเศษก็ตอนอายุ15เป็นพนักงานเสริฟ์แต่ก็ทำได้ไม่กี่เดือนเพราะค่าแรงไม่คุ้ม
นอกนั้นก็เป็นงานถือป้ายหนังสือ ใบปลิว Extraบ้างนิดหน่อย
ตอนนี้ช่วยที่บ้านทำอยู่ค่ะ แต่คือที่บ้านได้ทำการจ้างพนักงานไว้เยอะมาก เรียกได้ว่าครบวงจร
คือ ครัว ทำความสะอาดล้างจาน หั่นผัก ทำขนม เตรียมส่วนผสม
บางอย่างเราแค่ผสมไว้และรอพนักงานมาปั้น แต่บางสิ่งเราก็ทำเองจนเสร็จทุกขั้นตอน
แต่เราไม่เคยได้ล้างจาน ล้างอยู่ไม่กี่ครั้ง เพราะมีพนักงานมาล้างจานให้เกือบตลอด
บางทีสต๊อคของไม่หมดเราก็อู้งานได้ เช่น ไปนอนดูทีวี เล่นเนต กินขนม เพราะมันคือบ้านเราเองร้านของบ้านเรา
พ่อแม่ไม่ได้มาคุมหรือมาว่าที่เราอู้ เป็นแบบนี้มาเป็นเวลาหลายปีพอสมควร

ตอนนี้เราเรียนจบเรียบร้อยแล้ว
เราสมัครงานเป็นพนักงานครัว ณ ร้านอาหาร แห่งหนึ่งในเมือง
ทีนี้เค้าโทรมาเรียกเราไปสัมภาษณ์งาน เราดีใจ ได้ไม่ได้ไม่รู้แต่ขอลองไปก่อน เราจึงเกริ่นขอกับแม่ว่า
"เนี่ย พรุ่งนี้จะไปสัมภาษณ์งานนะ เป็นพนักงานฝ่ายครัวทำครัวหวานและคาว"
เท่านั้นแหละ ทั้งพ่อทั้งแม่เราใส่ไม่ยั้ง เราพยายามอธิบายแล้วว่า
1.อยู่บ้านมาตลอดเป็นยี่สิบปี ไม่เคยได้ประสบการณ์การทำงานจริงๆ
2.ไม่เคยเข้าระบบงานที่เราเป็นลูกน้อง อยู่บ้านขนาดจะเดินเข้าครัวคนที่จ้างมายังต้องก้มหัวหลีกทางให้ผ่านก่อน
3.เรื่องเงินไม่ใช่ปัยจัยหลัก ไปทำที่นั้นได้น้อยกว่าทำกับที่บ้าน แต่ที่ได้คือประสบการณ์
4.เราอยากฝึกความอดทน ทั้งต่อสภาะที่ต้องทำงานร่วมกับคนอื่น และคนที่มาจากต่างที่กัน
5.เราอยากแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเป็น
6.เราอยากออกไปอยู่ตรงนั้น ตรงที่คนทำงานคนโตๆเค้าอยู่กัน

กลายเป็นว่าเค้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการค่ะ
เราไม่แปลกใจเท่าไหร่ พ่อแม่เราไม่เคยเข้าใจเราจริงๆแม้จะอยู่กันมายี่สิบกว่าปีแล้วก็เถอะ
เค้าหาว่าเรา หลุกหลิกจะเอานั้นเอานี่ ไอ้นี่ก็อยากทำไอ้นั้นก็อยากไป
เรายอมรับ ว่าหลังจากเราเรียนจบแล้วเราอยากทำมันไปซะทุกอย่าง เพราะไม่มีอะไรพันธนาการเราอีกแล้ว
เราเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ไม่เห็นด้วยที่เราอยากจะออกไปทำ เค้าบอกเค้างอนค่ะ ว่ามีร้านของตัวเองแต่อยากออกไปทำข้างนอก
ก็ไอ้ร้านของตัวเองนี่แหละค่ะ มันไม่แรงผลักดันอะไรที่ทำให้เราอยากผลักดันตัวเอง
งานครัวที่ร้านก็เข้าไปยุ่งไม่ได้ เพราะจ้างพนักงานครัวไว้แล้วเต็มพิกัด แถมเรายังไม่เคยฝึก และไม่มีใครมีเวลาฝึกให้
พอจะฝึกหรือจะให้แม่สอนอะไร ต้องตามหลายรอบ ก็ไม่เห็นจะมาฝึกให้เสียที
ทีนี้เค้าก็มาพูดว่า เค้ากะจะจ้างเราจริงๆจังๆต้นธันวานี้ เพราะถือว่าเป็นช่วง High seasonสำหรับร้านอาหาร


เราเสียใจ เค้าหาว่าเราเป็นคนที่พูดอะไรไม่เคยจะเข้าใจ
โดยเฉพาะพ่อเรา ถ้าเอาเรื่องเหตุผลมาเถียงกันนี่ ต่อให้เราถูกเราจะกลายเป็นผิดทันทีกับพ่อเรา
แถมพ่อเราชอบพูดจาทำร้ายจิตใจแบบไม่ยั้งคิด ไม่เคยที่จะพยายามเข้าใจอะไรเราเลยว่าเราต้องการอะไรจริงๆ
จนทุกวันนี้เราล้มเลิกความพยายามที่จะพูดให้เค้าเข้าใจเราแล้วค่ะ แม่บางทียังเข้าง่ายกว่า

เราอยากบอกว่า ช่วงสิ้นปีมันวนมาทุกปี
แต่โอกาสที่เราจะได้เข้าทำงานมันไม่ได้มาตลอด
ทีนี้ เอาอีกค่ะ แม่บอกว่า ก็มันแค่ร้านเล็กๆในห้าง ถ้าเป็นร้านระดับเชฟห้าดาว หรือโรงแรมหรูๆจะไม่ค้านเลย
.....แต่พอย้อนกลับไป เราเคยเล่าให้แม่ฟังว่ามีเพื่อนฝึกอยู่ที่โรงแรมข้างพารานกอน(เคมปินสกี้) แม่กลับบอกว่า
"เราไม่ต้องไปฝึกหรอก เราไม่ไหวหรอก ทำที่ร้านเราเนี่ยแหละ"
กลายเป็นว่าวันีน้กลับคำ พูดไปเรื่อยค่ะ เราไม่ชอบเลย

ทีนี้เราเลยโทรปรึกษาเพื่อนประมาณสี่คนและเพื่อนที่เป็นคนแนะนำให้มาเอาประสบการณ์ที่ร้านนี้
ทุกคนบอกว่า ให้เราลองค่ะ และเราตัดสินใจที่จะลอง
เราจึงโทรบอกแม่ว่าตกลงจะออกไปสัมภาษณ์นะพรุ่งนี้
พ่อเราเสียงแว้ดมาตามสายเลยค่ะว่า "ต้องไปส่งทุกวันเลยเหรอ ต้องรับทุกวันเหรอ?!"
รู้เลยค่ะว่าไม่พอใจ จะอ้างสารพัดเหตุผล (บ้านเรารับส่งตลอดค่ะถ้าทำได้ ไม่ยอมให้นั่งแทกซี่จนเราไม่ไหวหักดิบนั่งรถเมแม่ม จนตอนนี้ดูเหมือนจะพอรับได้ที่เรานั่งรถเมเข้าบ้านตอนยังมีแสวสว่างค่ะ)

พ่อเราทำเราเสียใจอีก
พี่เราทำงานเลิกเที่ยงคืนตีหนึ่ง (พี่เราก็ขับรถไม่แข็ง) ยังไปรับได้เรื่อยๆ
กะอีแค่เราอยากจะเริ่มไปทำงาน เวลาก็ยังไม่ได้จัด ยิงคำถามแบบนี้มาก่อนเลย
เรารู้สึกแย่ แย่มาก เสียใจน้อยใจ
สิ่งที่เราอยากเรียนรู้ อยากเอาตัวเองออกไปจากลูปเดิมๆที่บ้านที่เลี้ยงเรามาแบบค่อนข้างไข่ในหินมาตลอด
กลายเป็นว่าทำให้พ่อแม่ไม่พอใจ ยิ้มอน พ่อก็ไม่เคยเข้าใจอะไรอยู่แล้ว ยิ่งแย่ไปใหญ่
แต่เราก็เด็ดขาดไปและพูดดีๆไปว่า จะลองดู ได้ไม่ได้ไม่รู้แต่จะลอง
แม่บอกว่า เค้างอน เค้าจะจ้างคนอื่นมาช่วยแทนแล้วงั้นงี้ ไอ้เราก็ยังยืนยัน พรุ่งนี้จะไปให้ได้
สุดท้ายเค้าก็พูดเสียงแบบดังๆว่า "เออจะไปไหนก็ไป ตามใจละกัน ทำอะไรทำ!!"

เราก็ ....อืม โอเค พูดแล้วนะ เราจะไป
เพราะยังไงสุดท้ายเราต้องกลับมารับกิจการร้านที่บ้านตัวเองต่ออยู่ดีในอนาคต
เราแค่ไม่อยากต้องรับก่อนที่เาจะไม่ได้เห็นสังคมภายนอก โลกภายนอก ใจเรามันกระหายตลอดเวลา
และเค้าไม่เคยเติมให้เราได้เต็มเลยตรงจุดนี้ แต่เราไม่อยากระเบิดอารมณ์ทั้งๆที่บางทีมันอดกลั้น
เพราะเราไม่อยากทำให้เค้าเสียใจที่มีลูกแบบเรา
(บ้านเราพ่อแม่รักพี่มากกว่าค่ะฟังพี่มากกว่าเราทุกอย่างปล่อยพี่เราทำทุกอย่างที่เค้าอยากทำ)

ทุกวันนี้เก็บกดมาก บางทีเหมือนเล่นละครในบ้านตัวเองเพื่อเก็บอารมณ์ส่วนแย่ๆของเราไว้

อยากให้มาแสดงความคิดเห็นชี้แนะเราหน่อยค่ะ
ว่าเราทำถูกมั้ย แต่เราก็ตัดสินใจไปแล้ว แต่ถ้าคิดว่าเราทำผิด ก็ช่วยด่าเราให้ตาสว่างหน่อยเถอะค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่