ออกตัวเลยว่าผมเป็นติ่งมอยส์นะครับ ยังเชื่อในตัวแกอยู่ แต่เหตุผลคือเพราะว่าป๋าเชื่ออย่างนั้น ซึ่งมอยส์กำลังทำให้ป๋าผิดหวัง และผมก็ผิดหวังเช่นกัน กับฟอร์มการเล่นและแนวทางในการทำทีม หวังว่าหลังจากนัดนี้มอยส์คงตาสว่างและเข้าใจซักทีว่าปรัชญาของแกในการทำเอฟเวอร์ตัน กับยูไนเต็ดมันต่างกัน
กับเอฟเวอร์ตัน การเล่นแบบเน้นผลการแข่งขันแบบตีหัวเข้าบ้าน อาจจะเหมาะสมกับสภาพทีมและปัจจัยอื่นๆ แต่กับยูไนเต็ดแล้วมันต้องมากกว่านั้น การที่เป็นทีมใหญ่ และยิ่งเป็นถึงแชมป์เก่า ศักยภาพตัวผู้เล่นก็ยังนับได้เป็นอับต้นๆของลีค โอเคแม้จะเสริมทัพแบบไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่อย่างน้อยการดึงศักยภาพผู้เล่นที่มีอยู่แล้ว ก็ยังไม่ผ่านตรงจุดนี้ เพราะอย่างน้อย มอยส์น่าจะทำได้ดีกว่าที่เป้นอยู่ ณ ปัจจุบัน
โปรแกรมสุดโหดช่วงเปิดฤดูกาลมีผลอย่างมาก และส่งผลให้แนวทางที่มอยส์วางไว้แทบจะล้มไม่เป็นท่า อันนี้ก็น่าเห็นใจจริงๆ ทำทีมใหม่ก็ว่ากดดันแล้ว เปิดมาก็เจอโปรแกรมมหาโหดเลย
มอยส์จึงเลือกที่จะประคับประคองผลงานของทีมมาก่อน เห็นได้จากการจัดตัวผู้เล่นแบบหน้าเดิมๆ เกรงใจขาใหญ่ในช่วงแรกๆ อาจจะเป็นเพราะยังไม่รู้ตื่นลึกหนาบางเพียงพอว่าใครมีดีอยู่แค่ไหน และเล่นแบบเน้นผลการแข่งขันจริงๆ แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะสุดท้ายผลการแข่งขันก็ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง กลับทำให้เพิ่มความกดดันไปอีกชุดใหญ่ๆเลย
ประกอบกับสภาพทีมที่เหมือนจะยังไม่พร้อมจริงๆ ทั้งตัวผู้เล่นที่เหมือนจะยังไม่คุ้นเคยกับสไตล์ของมอยส์ รวมทั้งตัวมอยส์และทีมงานเองที่เตรียมตัวมาไม่ดีพอกับสถาณการณ์ตรงนี้ ทำให้ผมมองว่าความคิดของมอยส์เริ่มเป๋แล้ว ว่าควรจะทำผลงานของทีมให้ดี หรือว่าใช้เวลาสร้างทีมของตัวเองขึ้นมาจริงๆ เข้าใจได้ครับว่า การรับช่วงทำทีมต่อจากป๋ามันโคดยากเลย กับวัฒนธรรมที่ดำเนินมาตลอด 20 กว่าปี การจะเข้ามาแล้วปรับเปลี่ยนให้เปนของตัวเองนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน
ไม่รู้ว่าตอนนี้สิ่งที่มอยส์คิดคืออะไรนะครับ ระหว่างทำผลการแข่งขันให้ดี กับ การสร้างทีมในแบบที่ตัวเองต้องการ ไม่รู้ว่าน้ำหนักตรงส่วนไหนที่มอยส์ให้ความสำคัญมากกว่ากัน ซึ่งพอมันเริ่มสับสนก็เริ่มรวน และเหมือนจะทำได้ไม่ดีซักอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องสไตล์ทีม และผลการแข่งขัน ซึ่งแสดงออกอย่างชัดเจนในเกมส์หลังๆ เล่นแบบกล้าๆกลัวๆ เล่นแบบคนกลัวแพ้ แต่ไม่ได้เล่นแบบคนที่อยากชนะ ซึ่งตรงนี้มันต่างกันมากเลยนะครับ เพราะสำหรับผม ตลอดมา 20 กว่าปี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่อยากชนะ ไม่ใช่ทีมที่กลัวจะแพ้..
ต่อจากนี้หวังว่ามอยส์คงจะเด็ดขาดมากขึ้น และรู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรจริงซักที
เดวิด มอยส์ อย่าทำให้ป๋าผิดหวัง..
กับเอฟเวอร์ตัน การเล่นแบบเน้นผลการแข่งขันแบบตีหัวเข้าบ้าน อาจจะเหมาะสมกับสภาพทีมและปัจจัยอื่นๆ แต่กับยูไนเต็ดแล้วมันต้องมากกว่านั้น การที่เป็นทีมใหญ่ และยิ่งเป็นถึงแชมป์เก่า ศักยภาพตัวผู้เล่นก็ยังนับได้เป็นอับต้นๆของลีค โอเคแม้จะเสริมทัพแบบไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่อย่างน้อยการดึงศักยภาพผู้เล่นที่มีอยู่แล้ว ก็ยังไม่ผ่านตรงจุดนี้ เพราะอย่างน้อย มอยส์น่าจะทำได้ดีกว่าที่เป้นอยู่ ณ ปัจจุบัน
โปรแกรมสุดโหดช่วงเปิดฤดูกาลมีผลอย่างมาก และส่งผลให้แนวทางที่มอยส์วางไว้แทบจะล้มไม่เป็นท่า อันนี้ก็น่าเห็นใจจริงๆ ทำทีมใหม่ก็ว่ากดดันแล้ว เปิดมาก็เจอโปรแกรมมหาโหดเลย
มอยส์จึงเลือกที่จะประคับประคองผลงานของทีมมาก่อน เห็นได้จากการจัดตัวผู้เล่นแบบหน้าเดิมๆ เกรงใจขาใหญ่ในช่วงแรกๆ อาจจะเป็นเพราะยังไม่รู้ตื่นลึกหนาบางเพียงพอว่าใครมีดีอยู่แค่ไหน และเล่นแบบเน้นผลการแข่งขันจริงๆ แต่มันก็ไม่ได้ผล เพราะสุดท้ายผลการแข่งขันก็ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง กลับทำให้เพิ่มความกดดันไปอีกชุดใหญ่ๆเลย
ประกอบกับสภาพทีมที่เหมือนจะยังไม่พร้อมจริงๆ ทั้งตัวผู้เล่นที่เหมือนจะยังไม่คุ้นเคยกับสไตล์ของมอยส์ รวมทั้งตัวมอยส์และทีมงานเองที่เตรียมตัวมาไม่ดีพอกับสถาณการณ์ตรงนี้ ทำให้ผมมองว่าความคิดของมอยส์เริ่มเป๋แล้ว ว่าควรจะทำผลงานของทีมให้ดี หรือว่าใช้เวลาสร้างทีมของตัวเองขึ้นมาจริงๆ เข้าใจได้ครับว่า การรับช่วงทำทีมต่อจากป๋ามันโคดยากเลย กับวัฒนธรรมที่ดำเนินมาตลอด 20 กว่าปี การจะเข้ามาแล้วปรับเปลี่ยนให้เปนของตัวเองนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน
ไม่รู้ว่าตอนนี้สิ่งที่มอยส์คิดคืออะไรนะครับ ระหว่างทำผลการแข่งขันให้ดี กับ การสร้างทีมในแบบที่ตัวเองต้องการ ไม่รู้ว่าน้ำหนักตรงส่วนไหนที่มอยส์ให้ความสำคัญมากกว่ากัน ซึ่งพอมันเริ่มสับสนก็เริ่มรวน และเหมือนจะทำได้ไม่ดีซักอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องสไตล์ทีม และผลการแข่งขัน ซึ่งแสดงออกอย่างชัดเจนในเกมส์หลังๆ เล่นแบบกล้าๆกลัวๆ เล่นแบบคนกลัวแพ้ แต่ไม่ได้เล่นแบบคนที่อยากชนะ ซึ่งตรงนี้มันต่างกันมากเลยนะครับ เพราะสำหรับผม ตลอดมา 20 กว่าปี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่อยากชนะ ไม่ใช่ทีมที่กลัวจะแพ้..
ต่อจากนี้หวังว่ามอยส์คงจะเด็ดขาดมากขึ้น และรู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรจริงซักที