เรื่องนี้เล่าสู่กันฟังนะคะ อาจเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้
คือ เราเลี้ยงแมวจรไว้ตัวหนึ่ง ตอนแรกก็ไม่ได้อะไรมาก ให้ข้าวให้น้ำ เลี้ยงๆไปก็ผูกพัน
เพราะน้องเหมียวก็ขี้อ้อนด้วย
สักสองสามวันที่ผ่านมา น้องเหมียวหายไปค่ะ ปกติเราจะให้อาหารวันละสองมื้อ เช้าเย็น
ถึงเวลาจะมานั่งรอแล้ว ถ้าวันไหนลืมให้ช้า จะส่งเสียงร้องเตือนจนกว่า จะเอาให้ถึงจะเงียบ
เพราะงั้นไม่ต้องห่วงเลย ว่าจะลืมมีทวงตลอด
วันนั้น ตอนเช้า ไม่มานั่งรอ ไม่เห็นตัว ไม่ได้ยินเสียง ร้องเรียกก็ไม่ตอบ ปกติไม่ว่าอยู่ไหน
ร้องเรียกจะโกยแนบมาเลย (รักตรงนี้) ก็คิดว่าแผลหายแล้วคงหนีเที่ยว (พาไปทำหมั้นมาค่ะ
แต่พอหมอผ่าไป ไม่เจอมดลูกซะงั้น สันนิษฐานว่าคงเคยทำมาแล้ว) ก็เทอาหารไว้ คิดว่าหิว
เดี๋ยวก็มากินเอง ผ่านไปๆ ช่วงสายก็ยังไม่เห็นตัว เดินหา ร้องเรียก ก็ไม่มี แต่ก็ยังไม่รู้สึกอะไรมาก
พอบ่ายๆ ก็ยังไม่เห็น ตอนนั้นเริ่มคิดละว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า คือ ระหว่างรั้วบ้านเรา กับตัวบ้านของ
ข้างบ้านมันจะมีช่องว่างไม่ติดกัน แต่คนลงไปไม่ได้นะค่ะ เราก็คิดว่าเขาจะตกลงไปหรือเปล่า เพราะ
บางทีก็ชอบไปนอนบนรั้ว จะมองก็มองไม่เห็น เพราะมันมีกระเบี้องปิดไว้กันฝน มีช่องว่างแค่ให้ลมผ่านได้
หัวคนมุดออกไปไม่ได้ค่ะ ใจก็คิดว่าเขาอาจจะตกลงไป อาจจะเจ็บร้องไม่ไหว ยังคิดว่าถ้าตกลงไปจริงๆ
จะเอาขึ้นมายังไง คงต้องทุบกำแพง แต่มองก็มองไม่เห็น จนคิดได้เอากล้องมา ถ่ายเป็นวีดีโอดีกว่า ก็ปีนขึ้นไป
ยื่นกล้องออกไปถ่าย ถ่ายอยู่หลายรอบ จนแน่ใจว่าไม่มี ก็ดีใจไปหนึ่งเปาะ
รอจนเย็นคิดว่าถึงมื้อเย็นมาแน่ เพราะมื้อเช้าไม่ได้กิน ต้องมาแน่ ตอนนี้เริ่มกระสับกระส่าย ยิ่งใกล้เวลา ก็ไม่เห็น
ร้องเรียกก็ไม่มี เราหาเขาเรียกว่าแทบพลิกบ้านเลยนะ ปีนไปบนหลังคา เพราะบางทีเขาก็ชอบแอบไปนอนบนนั้น
เรากลัวว่าเขาเป็นอะไร ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อาจนอนรอเจ้าของอยู่ จนฟ้าเริ่มมืด เราก็เริ่มทำใจ แอบเศร้าว่า
เขาอาจจะไปหาบ้านใหม่ เพราะคิดว่าเขาเองก็คงเคยมีเจ้าของมาก่อนแน่นอน เพราะเชื่องมาก หมันก็ทำมาแล้ว
ผลตรวจเลือดก็ดี ไม่ได้เป็นโรคอะไรเลย เราเดินรอบสวนหลังบ้านที่เขาชอบไปเล่น ร้องเรียก คิดว่างวดนี้ถ้าไม่
เจอ เขาคงไปแล้ว ร้องเรียกไม่มีเสียงตอบ ผ่านไปสักพักใหญ่ เราจะกลับเข้าบ้านแล้ว เราได้ยินเสียงเขาร้องเบาๆ
เราก็ร้องเรียก เงียบ ไม่มีเสียงตอบ ยังคิดสงสัยหูแว่ว ก็เดินเข้าบ้านไป เข้าไปก็นั่งไม่ติด เดินออกมาใหม่ เข้าๆออกๆ
อยู่หลายรอบ อีกแป๊บก็ได้ยินเสียงร้องเบาๆ อีก เราร้องเรียก เงียบ จนคิดว่าเฮ้ย...สงสัยหูฝาดจริงๆ
ความรู้สึกตัวนั้น มันห่วงกังวล ว่าเขาตอนนี้ไปอยู่ไหน เป็นยังไง ถ้าออกไปข้างนอก เจอหมาจะหนีได้ไหม เพราะเพิ่งผ่า
ท้องมา หรือไปตกน้ำตกท่าที่ไหน หรือไปเจอเจ้าของใหม่แล้ว คิดไปร้อยแปด
สักพักได้ยินอีก คราวนี้เสียงเบาแต่ชัด แต่หาที่มาของเสียงไม่เจอ แต่มั่นใจแล้วว่าหูไม่ได้ฝาด คิดว่าอาจไปเที่ยวข้างบ้าน
อีกหลังที่เลี้ยงหมาไว้ แล้วไม่กล้าออกมาหรือเปล่า ก็ไปหาข้างบ้าน เขาก็ช่วยหานะ แต่ก็ไม่มี กลับมาบ้านใหม่ ระดมกันหา
นานมากก็ไม่เจอ ตอนนั้นคิดยังไงไมู่รู้ ก็บอก เจ้าที่เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ถ้าหนูกับเจ้าเหมียวยังมีวาสนาต่อกัน
ช่วยหนูหาแมวหน่อย หนูเป็นห่วงเขามาก ถ้าตอนนี้เขายังอยู่แถวนี้ ขอให้หาเจอ จะเจอแบบเป็นหรือแบบตายก็ได้
แต่ให้หนูเจอ
พักเดียว ไม่เกินนาที มีเสียงโครม เหมือนอะไรใหญ่ๆหล่น ตอนแรกคิดว่าเป็นประตูบานใหญ่ที่เพิ่งติดล้มลงมา แต่หลานๆตัวเล็กๆ
สองคน ร้องกันเสียงดัง แมวๆ เราเลยวิ่งไปดู น้องเหมียวจริงๆ ด้วย กระโดดลงจากหลังคามาด้วย สภาพหมดเรี่ยวหมดแรง มาถึง
ก็นอนแผ่ นอนอยู่สักพักใหญ่เลยค่ะ ถึงลุกมากินข้าว เราสังเกตว่าขนของเขา ตั้งแต่สะโพกลงไปแปลกๆ เหมือนมันย้อนศร แล้วก็
บางๆ หายไปเป็นย้อมๆ ไม่รู้ว่าเขาไปเจออะไรมา เพราะบ้านที่ติดกับด้านที่เขาหล่น มันเป็นตึกสูง ไม่มีหลังคาให้ปีนไปได้เลย
เล่าสู่กันฟังนะคะ ในยามคับขัน ไม่รู้จะหาทางออกยังไง สิ่งที่มองไม่เห็น ไม่รู้ว่ามีจริงไหม แต่สำหรับเราแล้ว
เชื่อว่ามีอยู่จริงคะ
ขอเจ้าที่ ขอแมวคืน
คือ เราเลี้ยงแมวจรไว้ตัวหนึ่ง ตอนแรกก็ไม่ได้อะไรมาก ให้ข้าวให้น้ำ เลี้ยงๆไปก็ผูกพัน
เพราะน้องเหมียวก็ขี้อ้อนด้วย
สักสองสามวันที่ผ่านมา น้องเหมียวหายไปค่ะ ปกติเราจะให้อาหารวันละสองมื้อ เช้าเย็น
ถึงเวลาจะมานั่งรอแล้ว ถ้าวันไหนลืมให้ช้า จะส่งเสียงร้องเตือนจนกว่า จะเอาให้ถึงจะเงียบ
เพราะงั้นไม่ต้องห่วงเลย ว่าจะลืมมีทวงตลอด
วันนั้น ตอนเช้า ไม่มานั่งรอ ไม่เห็นตัว ไม่ได้ยินเสียง ร้องเรียกก็ไม่ตอบ ปกติไม่ว่าอยู่ไหน
ร้องเรียกจะโกยแนบมาเลย (รักตรงนี้) ก็คิดว่าแผลหายแล้วคงหนีเที่ยว (พาไปทำหมั้นมาค่ะ
แต่พอหมอผ่าไป ไม่เจอมดลูกซะงั้น สันนิษฐานว่าคงเคยทำมาแล้ว) ก็เทอาหารไว้ คิดว่าหิว
เดี๋ยวก็มากินเอง ผ่านไปๆ ช่วงสายก็ยังไม่เห็นตัว เดินหา ร้องเรียก ก็ไม่มี แต่ก็ยังไม่รู้สึกอะไรมาก
พอบ่ายๆ ก็ยังไม่เห็น ตอนนั้นเริ่มคิดละว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า คือ ระหว่างรั้วบ้านเรา กับตัวบ้านของ
ข้างบ้านมันจะมีช่องว่างไม่ติดกัน แต่คนลงไปไม่ได้นะค่ะ เราก็คิดว่าเขาจะตกลงไปหรือเปล่า เพราะ
บางทีก็ชอบไปนอนบนรั้ว จะมองก็มองไม่เห็น เพราะมันมีกระเบี้องปิดไว้กันฝน มีช่องว่างแค่ให้ลมผ่านได้
หัวคนมุดออกไปไม่ได้ค่ะ ใจก็คิดว่าเขาอาจจะตกลงไป อาจจะเจ็บร้องไม่ไหว ยังคิดว่าถ้าตกลงไปจริงๆ
จะเอาขึ้นมายังไง คงต้องทุบกำแพง แต่มองก็มองไม่เห็น จนคิดได้เอากล้องมา ถ่ายเป็นวีดีโอดีกว่า ก็ปีนขึ้นไป
ยื่นกล้องออกไปถ่าย ถ่ายอยู่หลายรอบ จนแน่ใจว่าไม่มี ก็ดีใจไปหนึ่งเปาะ
รอจนเย็นคิดว่าถึงมื้อเย็นมาแน่ เพราะมื้อเช้าไม่ได้กิน ต้องมาแน่ ตอนนี้เริ่มกระสับกระส่าย ยิ่งใกล้เวลา ก็ไม่เห็น
ร้องเรียกก็ไม่มี เราหาเขาเรียกว่าแทบพลิกบ้านเลยนะ ปีนไปบนหลังคา เพราะบางทีเขาก็ชอบแอบไปนอนบนนั้น
เรากลัวว่าเขาเป็นอะไร ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อาจนอนรอเจ้าของอยู่ จนฟ้าเริ่มมืด เราก็เริ่มทำใจ แอบเศร้าว่า
เขาอาจจะไปหาบ้านใหม่ เพราะคิดว่าเขาเองก็คงเคยมีเจ้าของมาก่อนแน่นอน เพราะเชื่องมาก หมันก็ทำมาแล้ว
ผลตรวจเลือดก็ดี ไม่ได้เป็นโรคอะไรเลย เราเดินรอบสวนหลังบ้านที่เขาชอบไปเล่น ร้องเรียก คิดว่างวดนี้ถ้าไม่
เจอ เขาคงไปแล้ว ร้องเรียกไม่มีเสียงตอบ ผ่านไปสักพักใหญ่ เราจะกลับเข้าบ้านแล้ว เราได้ยินเสียงเขาร้องเบาๆ
เราก็ร้องเรียก เงียบ ไม่มีเสียงตอบ ยังคิดสงสัยหูแว่ว ก็เดินเข้าบ้านไป เข้าไปก็นั่งไม่ติด เดินออกมาใหม่ เข้าๆออกๆ
อยู่หลายรอบ อีกแป๊บก็ได้ยินเสียงร้องเบาๆ อีก เราร้องเรียก เงียบ จนคิดว่าเฮ้ย...สงสัยหูฝาดจริงๆ
ความรู้สึกตัวนั้น มันห่วงกังวล ว่าเขาตอนนี้ไปอยู่ไหน เป็นยังไง ถ้าออกไปข้างนอก เจอหมาจะหนีได้ไหม เพราะเพิ่งผ่า
ท้องมา หรือไปตกน้ำตกท่าที่ไหน หรือไปเจอเจ้าของใหม่แล้ว คิดไปร้อยแปด
สักพักได้ยินอีก คราวนี้เสียงเบาแต่ชัด แต่หาที่มาของเสียงไม่เจอ แต่มั่นใจแล้วว่าหูไม่ได้ฝาด คิดว่าอาจไปเที่ยวข้างบ้าน
อีกหลังที่เลี้ยงหมาไว้ แล้วไม่กล้าออกมาหรือเปล่า ก็ไปหาข้างบ้าน เขาก็ช่วยหานะ แต่ก็ไม่มี กลับมาบ้านใหม่ ระดมกันหา
นานมากก็ไม่เจอ ตอนนั้นคิดยังไงไมู่รู้ ก็บอก เจ้าที่เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ถ้าหนูกับเจ้าเหมียวยังมีวาสนาต่อกัน
ช่วยหนูหาแมวหน่อย หนูเป็นห่วงเขามาก ถ้าตอนนี้เขายังอยู่แถวนี้ ขอให้หาเจอ จะเจอแบบเป็นหรือแบบตายก็ได้
แต่ให้หนูเจอ
พักเดียว ไม่เกินนาที มีเสียงโครม เหมือนอะไรใหญ่ๆหล่น ตอนแรกคิดว่าเป็นประตูบานใหญ่ที่เพิ่งติดล้มลงมา แต่หลานๆตัวเล็กๆ
สองคน ร้องกันเสียงดัง แมวๆ เราเลยวิ่งไปดู น้องเหมียวจริงๆ ด้วย กระโดดลงจากหลังคามาด้วย สภาพหมดเรี่ยวหมดแรง มาถึง
ก็นอนแผ่ นอนอยู่สักพักใหญ่เลยค่ะ ถึงลุกมากินข้าว เราสังเกตว่าขนของเขา ตั้งแต่สะโพกลงไปแปลกๆ เหมือนมันย้อนศร แล้วก็
บางๆ หายไปเป็นย้อมๆ ไม่รู้ว่าเขาไปเจออะไรมา เพราะบ้านที่ติดกับด้านที่เขาหล่น มันเป็นตึกสูง ไม่มีหลังคาให้ปีนไปได้เลย
เล่าสู่กันฟังนะคะ ในยามคับขัน ไม่รู้จะหาทางออกยังไง สิ่งที่มองไม่เห็น ไม่รู้ว่ามีจริงไหม แต่สำหรับเราแล้ว
เชื่อว่ามีอยู่จริงคะ