Chocolate love -5

หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอกับอายอีก เป็นเวลาเกือบอาทิตย์แล้ว อีกอย่างหนึ่งเพราะว่าฉันปิดเทอมแล้วด้วย โอกาสเจอกันเลยเท่ากับศูนย์
รู้สึกแปลกๆนะ... แต่ไม่รู้ว่าทำไม ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่จะต้องไปค่ายอาสา แต่ฉันยังไม่ได้เก็บกระเป๋าเลย แค่ไม่อยากไปน่ะ แต่อย่าเพิ่งมองว่าฉันใจบาปนะ ฉันแค่เป็นพวกกินยากนอนยากแค่นั้นเอง อีกทั้งต้องอยู่กับคนหมู่มาก ฉันทำตัวไม่ถูก
หลังจากวันนั้น ข้าวฟ่างก็ถามฉันตลอดว่าระหว่างฉันกับอาย เรามีความสัมพันธ์กันแบบไหนกันแน่ ฉันตอบไปตามความจริงว่าแค่คนรู้จัก แต่ดูเหมือนข้าวฟ่างจะไม่ค่อยเชื่อฉันเท่าไหร่ ไม่เข้าใจว่าข้าวฟ่างจะมาสนใจเรื่องนี้ทำไม ในเมื่อพอฉันบอกความจริงไปข้าวฟ่างกลับไม่เชื่อ
ฉันออกมาเดินห้างสรรพสินค้าแถวบ้าน ว่าจะมาดูเสื้อผ้าใส่ไปค่าย ช่วงที่ไปอากาศคงเย็นพอดี รู้สึกอยากได้หมวกไหมพรมสักใบ
ตอนนี้ฉันกำลังลังเลในการเลือกหมวกไหมพรมระหว่างสีครีมกับสีชมพู คือฉันไม่ใช่ผู้หญิงหวานๆหรอก แต่บางทีสีพวกนี้มันก็เข้ากับฉันอย่างน่าประหลาด หรือจะซื้อไปทั้งสองใบดีนะ...ตัดสินใจยากชะมัด
“อย่าซื้อเลยครับ ไม่สวย” อาย?? ที่มายืนอยู่ข้างๆฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ดึงหมวกทั้งสองใบออกไปจากมือฉัน
“สวัสดี” ใช่ ฉันกำลังระงับอารมณ์โกรธอยู่ มีอย่างที่ไหน มาบอกว่าหมวกที่ฉันเลือกไม่สวย
“เอ่อ สวัสดีครับ”
“....” เงียบและอึมครึม แน่ล่ะ วันนี้เริ่มต้นบทสนทนาไมค่อยน่าพอใจ ว่ามั้ย
ฉันยังคงเดินเลือกของต่อไป แต่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะซื้อหมวกไปแล้ว เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะหมวกที่ฉันเลือกมันไม่สวยไง
อายยังคงเดินตามฉันมาอย่างเงียบๆ เกลียดสถานการณ์น่าอึดอัดแบบนี้ชะมัด
“ผมขอโทษ”
“ค่ะ” เย็นชาไปมั้ยนะ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ ฉันตัดสินใจซื้อผ้าพันคอไหมพรมลายจุดสีชมพู น่ารักดี แต่ว่าจะได้ใช้หรือเปล่านั่นก็อีกเรื่อง เฮ้อ ไม่อยากไปเลยจริงๆ
อายเดินตามฉันออกมาจากร้านอย่างเงียบๆ เงียบมากๆ เหมือนเราเป็นคู่รักที่กำลังงอนกันอยู่ แต่ประเด็นคือมันไม่ใช่!
ในเมื่อเขาก็ไม่คิดจะพูดอะไรต่อ งั้นฉันลาเขาตรงนี้เลยดีกว่า
“เอ่อ.. ไปก่อนนะคะ” ฉันหันไปลาเขาอย่างเก้ๆกังๆ คือความจริงเขาอาจจะงงก็ได้มั้งว่าฉันจะลาเขาทำไม เราไม่ได้มาด้วยกันสักหน่อย
“ครับ”  ฉันมองหน้าเขาแวบหนึ่ง ห้วนแปลกๆ... แต่ช่างเถอะ


“แอนนา เก็บของเรียบร้อยหรือยังลูก อย่าลืมเอาเสื้อแขนยาวไปเยอะๆนะลูก อากาศที่นู่นน่าจะเย็นน่าดูเลยแหละแม่ว่า” แม่เข้ามาในห้องฉัน ยืนมองฉันที่กำลังวุ่นวายกับการจัดกระเป๋าไปค่าย พรุ่งนี้เช้าฉันก็ต้องออกเดินทางแต่เช้า พรุ่งนี้แล้ว แอบตื่นเต้นเหมือนกันนะ แต่ที่แย่กว่านั้นคือ ข้าวฟ่างไม่ไป ข้าวบอกว่าไม่สบาย ไปก็คงไม่สะดวก ฉันไม่อยากซักอะไรมาก เลยได้แต่บอกให้ข้าวพักผ่อนมากๆ ฉันว่าพักหลังมานี้ข้าวฟ่างแปลกไป เราคุยกันน้อยกว่าเดิมมาก แต่อาจจะเป็นเพราะปิดเทอม ฉันพยายามคิดอย่างนั้น
ฉันมาถึงที่หน้าคณะก่อนเวลานิดหน่อย สัมภาระฉันมีแค่กระเป๋าเดินทางกับเป้ใบเล็กแค่นั้น แต่พ่อที่นานๆกลับมาทก็ยืนยันจะมาส่งฉันให้ได้
“ดูแลตัวเองดีๆนะตัวเล็ก นี่เอายามารึป่าวลูก หือ” พ่อจอดรถก่อนจะหันมาพูดกับฉัน
“เอามาค่ะ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูจะดูแลตัวเองอย่างดี ดีมากๆเลยล่ะค่ะ”  ฉันเอนหัวไปพิงไหล่พ่ออย่างออเซาะ ก็นานๆเจอกันที ขอนิดนึงละกัน
เห้อ นี่ถ้าไม่ติดว่ารันขอร้อง ฉันคงเปลี่ยนใจไปอยู่กับข้าวฟ่างที่บ้านแทนแล้วนะเนี่ย ไม่มีทางมาโดดเดี่ยวอย่างนี้เด็ดขาด
ถึงแม้จะยังไม่ถึงเวลานัด แต่คนก็มากันเกินครึ่ง ถือว่าเป็นการเริ่มต้นทริปที่ดีมากสำหับฉัน ฉันเป็นพวกตรงต่อเวลาอย่างบ้าคลั่งน่ะ
เขามาแล้ว... อาย นั่งคุยกับเพื่อนอยู่ที่โต๊ะหน้าคณะ ฉันรู้สึกแปลกๆไปตั้งแต่วันนั้น บรรยากาศระหว่างฉันกับเขา มันแย่ลงอย่างบอกไม่ถูก ฉันคิดทบทวนเรื่องนี้มาโดยตลอด ฉันแสดงออกว่าไม่พอใจเขามากไปหรือเปล่า หรือเขาก็ไม่พอใจกับท่าทางฉันด้วยเช่นกัน บางทีฉันก็แวบขึ้นมาว่า ฉันจะมาคิดมากทำไม แต่เชื่อมั้ยฉันก็ตอบตัวเองในข้อนี้ไม่ได้เหมือนกัน
“...” ฉันกับอายสบตากัน แต่ไม่มีคำพูดอะไรหลุดลอดออกมา ความรู้สึกคนแปลกหน้ากลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง ถึงแม้จะมีเสียงผิวปากแซวของเพื่อนเขาดังขึ้นเป็นระยะ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศระหว่างฉันและเขาดีขึ้น
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนรถบัสแล้ว และแน่นอนว่าฉันนั่งคนเดียว ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือว่าอะไร แต่นี่ยิ่งตอกย้ำความไม่มีเพื่อนของฉันเข้าไปใหญ่ แต่ฉันชินแล้วแหละ แบบนี้ก็ดีแล้ว..
เราใช้เวลาหลากหลายชั่วโมงกว่าจะเดินทางมาถึงที่พัก ซึ่งก็อยู่ใกล้กับที่ๆเราจะมาสร้างโรงเรียนให้เด็กๆ ที่พักนั้นเป็นบ้านของคุณลุงผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งดูแล้วคงไม่สามารถพักรวมกันได้ทั้งหมด เพราะว่าหลังไม่ใหญ่นัก พวกผู้ชายเหมือนเตรียมการมาอยู่แล้วจึงอาสาไปนอนตรงลานหน้าบ้าน เพราะต่างคนต่างเอาเต้นท์มา เอาจริงๆฉันก็อยากนอนเต้นท์นะ อากาศดีออก
ด้วยความที่นี่เป็นภาคเหนือของประเทศไทย และ ณ เวลานี้ก็คือหน้าหนาว อากาศที่นี่จึงเย็นมาก ดีนะที่ฉันเอาผ้าพันคอมากับถุงมือมา ฉันเป็นพวกขี้หนาวและดันเป็นภูมิแพ้อีก อ่อนแอชะมัดเลยว่ามั้ย
เราได้รับการต้อนรับอย่างดีจากพวกชาวบ้าน ทุกคนดูตื่นเต้นและกระตือรือร้นจนน่ารัก เรานั่งล้อมวงกันทานอาหารร่วมกับชาวบ้าน รักบรรยากาศอย่างนี้จัง ถ้ากลับไปก็คงไม่ได้สัมผัสอีก
ฉันกับอาย ตลอดระยะเวลาการเดินทางที่ยาวนานมาจนถึงตอนนี้ เราไม่ได้คุยกันอีกเลย กลายเป็นคนไม่รู้จักกันอย่างเต็มตัว ฉัน...คนที่น่าเบื่ออย่างฉัน คงไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจเข้าแล้วล่ะ ฉันคิดว่าอย่างนั้น แต่ทำไมฉันรู้สึกเสียใจก็ไม่รู้
หลังจากเก็บสัมภาระและทานข้าวเสร็จ พวกเพื่อนๆก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ในตอนแรกพวกรันชวนฉันไปนั่งคุย นั่งล้อมวงรอบกองไฟกับพวกชาวบ้าน แต่ฉันปฏิเสธ เพราะฉันเป็นพวกคุยไม่เก่งและเข้ากับคนยาก กลัวจะไปสร้างความลำบากใจให้คนอื่นเขาเปล่าๆ
ฉันแยกตัวออกมานั่งเล่นที่ชิงช้าที่ฉันคิดว่าพวกชาวบ้านทำขึ้นเอง โดยการใช้เชือกผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ทั้งสองข้าง ส่วนใหญ่มักเจอตามรีสอร์ท แต่พอมาเห็นที่นี่น่ารักกว่าเยอะเลย ตอนนี้ก็มืดแล้ว อากาศยิ่งเย็นขึ้นอย่างทวีคูณ ฉันกระชับเสื้อหนาวตัวนอกให้แนบตัวมากยิ่งขึ้น หนาวชะมัดเลย ฉันจะเป็นไข้มั้ยนะ
ระหว่างที่ฉันนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็มีหมวกปริศนาถูกสวมลงบนหัวฉัน ฉันตกใจจนรีบหันไปดู ทำให้จมูกของฉันชนเข้ากับใบหน้าของคนๆนึงเข้าอย่างจัง
“!!!” อาย... ตายละ ฉัน หอม แก้ม อาย จากอากาศที่หนาวเย็นแต่หน้าของฉันกลับร้อนฉ่าขึ้นมาซะอย่างนั้น ฉันเขิน เขินมากจริงๆ อายที่ถูกฉันขโมยหอมแก้มนั้น หลังจากที่เขาแสดงสีหน้าตกใจเฉกเช่นเดียวกับฉัน แต่ตอนนี้กลับอมยิ้มจนตาหยี ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรนะ แต่แสงไฟจางๆทำให้รู้ว่าหน้าเขาแดงพอๆกับฉันเลยล่ะ
“เอ่อ ขอโทษค่ะ” ฉันละล่ำละลักเอ่ยขอโทษ แต่ก็ยังไม่กล้าสบตาเขาอยู่ดี
“นี่คือบทลงโทษที่ผมไม่ได้เข้ามาคุยกับคุณเหรอครับ” อายถามกลับมายิ้มๆ
“คะ??”
“ผมแค่คิดว่า ถ้านี่คือการลงโทษของคุณ ผมอาจจะไม่คุยกับคุณอีกเลยก็ได้นะ”
“....” เอ่อ ฉันจะทำยังไงดี ฉันเขินจนจะเอามือวางไว้บนหัวตัวเองอยู่แล้ว มือไม้มันดูเกะกะชะมัด นี่เขากำลังทำให้ฉันสูญเสียการควบคุมตัวเองอยู่นะ
“ชอบรึเปล่า” ในขณะที่ฉันกำลังสติกระเจิดกระเจิง อายก็หันมาถามฉันด้วยสีหน้าจริงจัง
“คะ??”
“หมวก คุณชอบรึป่าว” ตายจริง ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาใส่หมวกให้ฉัน ฉันหยิบหมวกที่สวมอยู่มาดูให้ชัดๆอีกครั้ง
เป็นหมวกไหมพรมธรรมดาสีชมพูที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร เรียบๆและมีบางจุดที่ไม่ค่อยเรียบร้อย แต่ก็ทำให้รู้สึกดีแปลกๆ
“คุณให้ฉันเหรอคะ?”
“ผมให้คุณ ขอโทษที่วันนั้นผมอาจจะพูดจาไม่ค่อยดี ผมแค่ไม่อยากให้คุณซื้อหมวกใบนั้น ถึงแม้มันจะน่ารักกว่าใบนี้ก็เหอะ ถักหมวกไหมพรมนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเนอะ คุณว่ามั้ย??อมยิ้ม04
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่