นวราตรี 56
นวราตรี หรือที่คนทั่วเรียกว่าพิธีแห่เจ้าแม่วัดแขก เป็นพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวฮินดูที่มีความเชื่อว่า ในวันขึ้น 1 ถึง 9 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี พระแม่อุมาเทวีพระแม่ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาลพร้อมเหล่าทวยเทพจะเสด็จมาประทานพรให้แก่มนุษย์ และในวันสุดท้ายจะมีการแห่เทวรูปพระแม่อุมาเทวี ออกจากวัดให้ผู้ที่ศัทธาได้กราบไหว้บูชาตามความเชื่อ (อ้างอิง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง 15 ต.ค. 56)
ต่อไปนี้จะเป็นการเล่าถึงสิ่งที่ผมได้ไปรู้ไปเห็นมาโดยรวบรวมและสรุปข้อมูลด้วยตัวผมเองทั้งหมด ผมไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ความเชื่อของใครแต่อย่างใด หากผิดพลาดประการใดกรุณาชี้แจงให้ผมกระจ่างแจ้งจะเป็นพระคุณ
ตลอดสองข้างทางของขบวนแห่จะมีการตั้งโต๊ะหมู่บูชาเพื่อประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน(ผมขอเรียกว่าพิธีเติมพลังชีวิตก็แล้วกันครับ) โดยแต่ละโต๊ะบูชาจะมีผู้ที่เป็นแกนนำอยู่อย่างน้อยหนึ่งคน โดยแกนนำในที่นี้จะทำหน้าที่คล้ายๆร่างทรงสวดบูชาทวยเทพ เมื่ือโต๊ะหมู่บูชาถูกจัดเสร็จสิ้นอย่างอย่างสวยงามพร้อมแล้ว จะเริ่มการบูชาเทพเจ้าโดยผู้ทำพิธีสวดนำ มีคนในซุ้มอีกสอง-สามคนคอยเป่าแตรสังข์ สั่นกระดิ่ง เพื่ออัญเชิญทวยเทพลงมาพระทานพร ซักพักผู้ที่เป็นแกนนำในการประกอบพิธีจะมีอาการคล้ายๆได้รับพลังจากเทพ และพร้อมจะส่งมอบพลังต่อให้แก่ผู้ที่ศัทธาและเข้ามาบูชาทวยเทพด้วย แกนนำจะเดินมาหาผู้ที่มุงดูอยู่รอบๆนั้นและส่งต่อพลังโดยการจับไหล่แล้วสวดถ่ายทอดพลัง ผู้ได้รับการสวดก็จะแสดงอาการเหมือนได้รับพลังของเทพ ส่วนมากจะสั่นและกรีดร้องเพื่อปลดปล่อยพลังที่ได้รับมาอย่างมากมายจนซักพักเมื่อพลังส่วนเกินถูกระบายออกจนหมดทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ
ทั้งหมดที่เล่ามานี้หลายคนอาจจะมองว่าหลอกลวง แกล้งทำเป็นเทพเข้ามาสิง แต่ผมมองว่าเค้าตั้งใจทำโดยรู้ตัว ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวง เค้าทำเพื่อเป็นการปลุกขวัญและกำลังใจในชีวิตให้กับตัวเอง คล้ายๆการสะกดจิตตัวเองให้มีพลังและเข้มแข็ง หากใครได้มีโอกาสเข้าคอร์ส ปลุกยักษ์กับโค้ช สิริลักษณ์ ตันศิริ น่าจะเข้าใจถึงการเรียกพลังแฝงในใจของตัวเองออกมา ผมว่ามันล้ายๆกัน
ที่เล่าให้ฟังนี่ก็แค่อยากจะถ่ายทอดเรื่องแปลกๆที่เจอมา ส่วนตัวผมเองไม่ได้เชื่อและไม่ได้บูชาเทพองค์ใดๆ
นวราตรีที่วัดแขก
นวราตรี หรือที่คนทั่วเรียกว่าพิธีแห่เจ้าแม่วัดแขก เป็นพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวฮินดูที่มีความเชื่อว่า ในวันขึ้น 1 ถึง 9 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี พระแม่อุมาเทวีพระแม่ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาลพร้อมเหล่าทวยเทพจะเสด็จมาประทานพรให้แก่มนุษย์ และในวันสุดท้ายจะมีการแห่เทวรูปพระแม่อุมาเทวี ออกจากวัดให้ผู้ที่ศัทธาได้กราบไหว้บูชาตามความเชื่อ (อ้างอิง หนังสือพิมพ์บ้านเมือง 15 ต.ค. 56)
ต่อไปนี้จะเป็นการเล่าถึงสิ่งที่ผมได้ไปรู้ไปเห็นมาโดยรวบรวมและสรุปข้อมูลด้วยตัวผมเองทั้งหมด ผมไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ความเชื่อของใครแต่อย่างใด หากผิดพลาดประการใดกรุณาชี้แจงให้ผมกระจ่างแจ้งจะเป็นพระคุณ
ตลอดสองข้างทางของขบวนแห่จะมีการตั้งโต๊ะหมู่บูชาเพื่อประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน(ผมขอเรียกว่าพิธีเติมพลังชีวิตก็แล้วกันครับ) โดยแต่ละโต๊ะบูชาจะมีผู้ที่เป็นแกนนำอยู่อย่างน้อยหนึ่งคน โดยแกนนำในที่นี้จะทำหน้าที่คล้ายๆร่างทรงสวดบูชาทวยเทพ เมื่ือโต๊ะหมู่บูชาถูกจัดเสร็จสิ้นอย่างอย่างสวยงามพร้อมแล้ว จะเริ่มการบูชาเทพเจ้าโดยผู้ทำพิธีสวดนำ มีคนในซุ้มอีกสอง-สามคนคอยเป่าแตรสังข์ สั่นกระดิ่ง เพื่ออัญเชิญทวยเทพลงมาพระทานพร ซักพักผู้ที่เป็นแกนนำในการประกอบพิธีจะมีอาการคล้ายๆได้รับพลังจากเทพ และพร้อมจะส่งมอบพลังต่อให้แก่ผู้ที่ศัทธาและเข้ามาบูชาทวยเทพด้วย แกนนำจะเดินมาหาผู้ที่มุงดูอยู่รอบๆนั้นและส่งต่อพลังโดยการจับไหล่แล้วสวดถ่ายทอดพลัง ผู้ได้รับการสวดก็จะแสดงอาการเหมือนได้รับพลังของเทพ ส่วนมากจะสั่นและกรีดร้องเพื่อปลดปล่อยพลังที่ได้รับมาอย่างมากมายจนซักพักเมื่อพลังส่วนเกินถูกระบายออกจนหมดทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ
ทั้งหมดที่เล่ามานี้หลายคนอาจจะมองว่าหลอกลวง แกล้งทำเป็นเทพเข้ามาสิง แต่ผมมองว่าเค้าตั้งใจทำโดยรู้ตัว ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวง เค้าทำเพื่อเป็นการปลุกขวัญและกำลังใจในชีวิตให้กับตัวเอง คล้ายๆการสะกดจิตตัวเองให้มีพลังและเข้มแข็ง หากใครได้มีโอกาสเข้าคอร์ส ปลุกยักษ์กับโค้ช สิริลักษณ์ ตันศิริ น่าจะเข้าใจถึงการเรียกพลังแฝงในใจของตัวเองออกมา ผมว่ามันล้ายๆกัน
ที่เล่าให้ฟังนี่ก็แค่อยากจะถ่ายทอดเรื่องแปลกๆที่เจอมา ส่วนตัวผมเองไม่ได้เชื่อและไม่ได้บูชาเทพองค์ใดๆ