Memory in loveความทรงจำรักเขย่าหัวใจยัยตัวดี (ตอนที่3) :คาร่า

กระทู้สนทนา
3

   ตอนนี้เรามาถึงบ้านของครอบครัวจัสตินแล้ว บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้นที่ใหญ่และน่าอยู่มาก ภายในตัวบ้านถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทันสมัยและด้วยความที่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆเป็นสีอ่อนดูสดใสจึงทำให้ทั้งบ้านมีสีสันมากขึ้น และจุดเด่นของบ้านหลังนี้ที่ทำให้ฉันรู้สึกชอบมากๆเลยคือแปลงดอกไม้ที่อยู่รอบๆบ้านและน้ำพุด้วยล่ะ มันทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก น้าซินกับน้าภูเนี่ยชอบปลูกพวกดอกไม้ไว้รอบๆบ้านเหมือนเดิมเลยนะ
“เดี๋ยวฉันยกกระเป๋าขึ้นไปไว้บนห้องให้”  จัสตินพูดก่อนจะถือวิสาสะมาคว้ากระเป๋าฉันเอาไปถือซะเอง
“ไม่ต้องหรอก ฉันถือเองได้น่า”  ฉันพูดแทรก แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฉันพูดไปมันคงจะไม่เข้าหูเขาสักนิดเพราะตอนนี้เขาได้ถือกระเป๋าฉันขึ้นไปชั้นบนแล้ว ฉันจึงรีบวิ่งตามเขาขึ้นบันไดไปทันที จนเรามาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งซึ่งล็อดอยู่ จัสตินใช้มือข้างที่ว่างไขกุญแจเข้าไปในห้องนั้นก่อนจะเข้าไปข้างใน
         ว้าว นี่มันห้องของฉันจริงๆเหรอเนี่ย ทั้งทีวีจอใหญ่ แอร์ที่เย็นฉ่ำเปิดรอ โต๊ะเขียนหนังสือและเตียงขนาดใหญ่ลายคิตตี้แสนนุ่ม นี่ยังไม่รวมห้องน้ำในตัวด้วยนะเนี่ย ห้องนี้เป็นห้องที่ใหญ่และวิเศษมาก ต่างจากห้องนอนที่บ้านบ้านฉันลิบลับเลย ห้องแคบอย่างกับรูหนู ไม่มีทีวี ไม่มีแอร์ ไม่มีห้องน้ำในตัวเหมือนที่นี่ จะมีก็แต่พัดลมเก่าๆตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา เตียงนอนแข็งๆเล็กๆไม่มีสีสันแต่อย่างใด แค่นี้เอง
“นี่ห้องของเธอ มีปอะไรก็เรียกฉันได้”  จัสตินพูดก่อนทำท่าจะเดินออกจากห้องไป แต่ฉันก็รีบวิ่งไปคว้ามือเขาไว้ก่อนจะพูดขึ้น
“นี่มันห้องฉันจริงๆเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ หรือว่าไม่อยากอยู่”
“เปล่า ฉันชอบมันมากเลยล่ะเพียงแต่ห้องนี้มันดีเกินไปสำหรับฉันอ่ะ”
“ดีเกินไป?”
“อืม ฉันไม่เคยนอนห้องหรูๆแบบนี้มาก่อนเลยนี่นา”
“ฉันว่ามันก็เหมือนห้องธรรมดาทั่วไป ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยนี่”  เขาพูดออกมาอย่างไม่รู้สึกอะไร
อย่างนี้แหละน้า~คนรวยน่ะ เห็นอะไรก็ธรรมดาไปซะหมด ไม่เหมือนฉันที่เห็นอะไรก็อยากได้ไปหมด
“นี่เธอ”
“หืม?”
“จะปล่อยมือฉันได้รึยัง”  เขาปรายตามองไปที่แขนตัวเองซึ่งฉันกำลังจับอยู่
“อุ๊ย!โทษทีๆ”  ฉันว่าก่อนจะรีบชักมือตัวเองออกจากแขนเขาทันที
“เธอจัดของไปแล้วกัน ฉันอยู่ห้องข้างๆติดกับเธอถ้ามีอะไรก็เรียกฉันได้”
“อืม ขอบใจนะ”  ฉันส่งยิ้มให้เขา
“…”  เขาเงียบไม่พูดอะไรก่อนจะเดินออกจากห้องฉันไป ฉันคิดว่าจัสตินเป็นคนประเภทเงียบๆชอบกลแต่ยังไงเขาก็ดูเป็นคนดีเหมือนกันนะถึงจะเงียบไปหน่อยก็ตาม
   
       หัวค่ำนี้จัสตินทำดินเนอร์ให้ฉันกินและอาหารมื้อแรกนี้คือพาสต้านั่นเอง ทีแรกฉันนึกว่าเขาจะพาฉันไปกินดินเนอร์ตามร้านอาหารซะอีก ไม่นึกเลยว่าผู้ชายอย่างเขาจะทำอาหารเป็นด้วยสงสัยคงถูกน้าซินฝึกมาแน่เลย ดีจัง
อืม แต่ขอบอกเลยนะว่าพาสต้าฝีมือจัสตินนี่อร่อยมาก ฉันเพิ่งเคยกินอาหารอิตาเลียนเป็นครั้งแรกนะเนี่ยเพราะตามปกติเวลาฉันอยู่เมืองไทยก็จะกินแต่พวกข้าวราดแกงถูกๆตามร้านในตลาดประจำ ไม่มีโอกาสได้กินอาหารหรูๆพวกนี้หรอก
“เธอ”  จู่ๆจัสตินก็เรียกฉันระหว่างที่ฉันกำลังกินพาสต้าอย่างเอร็ดอร่อย
“มีอะไรเหรอ”
“แม่ฉันบอกว่าเธอจะมาเรียนเกรดสิบเอ็ดที่นี่ใช่มั้ย”
“อืม ตอนนี้ฉันขึ้นเกรดสิบเอ็ดแล้วล่ะ ถ้าเทียบกับโรงเรียนมัธยมปลายที่เมืองไทยฉันก็ขึ้นม.5...”
“ไม่ได้ถาม”
“ง่า...”  แง~นี่แสดงว่าฉันผิดอีกแล้วใช่มั้ยอ่ะ
“แล้วที่เมืองไทยอากาศตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
“...”  ฉันเงียบแล้ว
“ฉันถามเธออยู่นะ”
อะ...อ้าว นึกว่าเขาไม่ให้พูดซะอีก เมื่อกี้อุตส่าห์เงียบไปนะ
“ก็...อากาศช่วงเดือนเมษายนนี้ค่อนข้างร้อนเพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้วน่ะ”
“อืม”
“เอิ่ม...”  ตอนนี้ฉันรู้สึกกดดันมากที่ต้องสบตากับจัสตินเพราะเขาดูเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่(ที่จริงตั้งแต่มาอยู่ด้วยกันยังไม่เคยเห็นเขายิ้มด้วยซ้ำ)ไม่รู้สิ ฉันว่าบุคลิกของผู้ชายคนนี้ดูเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดกับใครและเข้าถึงยากด้วย ตามปกติฉันจะคบกับเพื่อนๆที่ร่าเริงตลอดจึงเป็นคนที่ชอบติดเพื่อน แต่ทุกครั้งที่เจอผู้ชายนิสัยเงียบขรึมหรือเย็นชาฉันก็เป็นต้องกดดันตลอด อาจเป็นเพราะฉันไม่คุ้นและชินกับคนประเภทนี้ก็ได้
“แล้วทำไมถึงตัดสินใจมาเรียนที่นี่ล่ะ ไม่อยากเรียนต่อที่เมืองไทยเหรอ”
โอ้ คำถามนี้ล่ะที่ฉันอยากจะตอบเขามากที่สุด
“ไม่ใช่ว่าไม่อยากต่อม.5ที่เมืองไทยหรอก ฉันอยากต่อมากแต่...”
“...”
“แต่...แม่ฉันบังคับให้มาที่นี่น่ะสิ ท่านบอกว่าถ้าฉันไม่มาล่ะก็จะไม่ให้ฉันจบม.6เลยนะแถมยังจะตัดญาติขาดมิตรจากฉันด้วย”  พูดแล้วก็เศร้าจนอยากจะร้องไห้ออกมาเป็นภาษาอิตาลี
“ไร้สาระ”  จัสตินทำหน้าเหมือนว่าเรื่องที่ฉันพูดออกมาทั้งหมดเมื่อกี้เป็นแค่นิทานหลอกเด็กก่อนนอนเท่านั้นเอง ขะ...เขาหาว่าฉันไร้สาระเหรอ
“ไม่นะ นี่มันเกี่ยวพันถึงความเป็นความตายและอนาคตของฉันเลยนะ”
“จะบอกให้ว่าเรื่องของเธอน่ะเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมา”
อุ๊ย!แรงอ่ะ
“นายไม่เป็นฉัน นายไม่รู้หรอก”
“ฉันก็ไม่ได้อยากรู้นี่”
กรี๊ด~แรงได้อีกแล้วอ่ะ ทำเอาคนฟังอย่างฉันน้ำตาตกในได้เลย
“…”  งอแง~พูดอย่างนี้แสดงไม่เห็นใจกันเลยสินะ
“เราเลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ฉันขี้เกียจฟังเธอพล่ามเรื่องไร้สาระเต็มทีแล้ว”
“กะ...ก็ได้”  ฉันก็ไม่อยากพูดแล้วเหมือนกัน
“เอ่อ ฉันขอถามนายเรื่องนึงได้มั้ย”
“...”  จัสตินเงียบเหมือนจะรอฟังฉันพูดอยู่
“นายอายุสิบแปดปีใช่มั้ย”
”…”  เขาพยักหน้า
“งั้นนายก็ห่างกับฉันแค่ปีเดียวสินะ ถ้าเดาไม่ผิดนายก็เรียนอยู่เกรดสิบสองแล้วใช่มั้ย”
“อืม ฉันก็เรียนอยู่ที่Inter London High schoolที่เดียวกับเธอน่ะแหละ”
“เอ๋”  ไม่อยากจะเชื่อเลย!เขาเรียนที่ Inter London High schoolที่เดียวกับฉันเหรอเนี่ย
“กินเสร็จแล้วใช่มั้ย จะได้เอาไปล้าง”
“...อืม”  เมื่อพูดจบจัสตินก็ยกจานของเขาและของฉันไปล้างโดยที่ฉันไม่ต้องช่วย
   ระหว่างที่เขาล้างจานอยู่นั้นฉันก็ขึ้นไปที่ห้องตัวเองซึ่งอยู่ชั้นบน กะว่าจะไปอาบน้ำให้สบายตัวแต่ก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าเมื่อเดินผ่านห้องนอนซึ่งเดาว่าเป็นห้องของจัสตินเพราะห้องนี้ติดอยู่ข้างๆห้องฉัน
เอ~ดูท่าห้องของจัสตินคงจะสวยน่าดู ขนาดห้องของคนอาศัยธรรมดาๆอย่างฉันยังเหมือนกับห้องของเจ้าหญิงเลย แล้วลองคิดดูสิว่าห้องของจัสตินจะสวยและกว้างขนาดไหนกันนะ นี่ฉันหักห้ามใจที่จะเห็นห้องของเขาไม่ได้จริงๆขอแอบเปิดเข้าไปดูหน่อยละกัน อิๆ
แอ๊ด!
อ๊า~แค่ได้ยินเสียงประตูและไดเกลิ่นดอกลาเวนเดอร์จากห้องนี้ก็แทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว แต่ทว่า...
หมับ!
อยู่ๆก็มีมือหนึ่งมาดึงแขนข้างที่ฉันกำลังจับลูกบิดอยู่ เมื่อฉันหันไปมองพบว่าเป็นจัสตินนี่เองที่เข้ามาจับมือฉันไว้แน่น สีหน้าของเขาในเวลานี้ช่างดูดุดันนักทำให้ฉันรีบชักมือออกจากลูกบิดทันทีก่อนที่จัสตินจะปิดประตูห้องเสียงดังปึง!
“เมื่อกี้เธอจะทำอะไร!”  จัสตินหันมาตะคอกใส่ฉัน
“เอ่อ...ฉันแค่จะเข้าไปดูห้องนายน่ะ”  ฉันตอบอย่างกลัวๆ
“เข้าไปดู!?เข้าไปดูอะไรในห้องฉัน”
”...ฉันแค่จะเข้าไปดูว่าห้องนายเป็นยังไงแค่นั้นเอง”
“แค่นั้นจริงๆเหรอ”  เสียงของจัสตินดูจะอ่อนลงจากเมื่อกี้ไปนิดแล้ว
“อืม นายคิดว่าฉันจะเข้าไปทำอะไรเหรอ”  ฉันถามเขาอย่างสงสัย จัสตินดูจะชะงักไปนิดก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเงียบขรึมและหันมาพูดกับฉันต่อ
“เปล่า ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครเข้าไปในห้องฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต”
“เอ่อ..งั้นฉันขอโทษนะที่ไม่ได้ขออนุญาตนายก่อน”
“ฟังนะ!ถ้าไม่จำเป็น ไม่ต้องเข้ามาในห้องฉัน เข้าใจมั้ย”  เขาพูดก่อนจะถลึงตาใส่ฉัน ฉันไม่เคยคิดว่าเขาจะมีมุมน่ากลัวอย่างนี้ด้วยนะเนี่ย
“อืม...ฉันจะไม่เข้าไปในห้องนายอีกแล้ว”  ฉันพูดก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องตัวเอง
ฮือ~ไม่น่าเลยลูกหว้า หาเรื่องใส่ตัวเองได้ทุกทีสิเรา ต่อไปฉันคงไม่กล้าเข้าไปในห้องนั้นอีกแล้วล่ะ โดนซะขนาดนั้น เต็มๆ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่