คนไทยอ่อนภาษาอังกฤษเรื่องจริง .... ซูม ... ไทยรัฐออนไลน์

แต่อย่าตกใจปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งที่มีการหยิบยกมาพูดถึงกันอยู่เสมอ
ในแวดวงสัมมนา หรือการพูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ก็คือ ปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษของคนไทย

จะต้องมีการฝากข้อคิด ฝากข้อห่วงใยเอาไว้แทบทุกครั้งว่า
การที่ภาษาอังกฤษของคนไทยไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนัก
อาจเป็นข้อเสียเปรียบของประเทศไทยในอนาคต

ในเวทีการประชุมสัมมนาใหญ่ประจำปี 2556 ของ สภาพัฒน์ เมื่อเดือนกันยายน
ที่ผ่านมา ในหัวข้อ “เส้นทางประเทศไทยสู่อาเซียน” ที่ศูนย์การประชุมอิมแพค
เมืองทองธานี  ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน

เริ่มจากการหยิบยกปัญหามาบอกกล่าวให้ทราบว่า ทักษะในการใช้
ภาษาอังกฤษของคนไทยอ่อนด้อยจริงๆเมื่อเทียบกับระดับสากล

อาทิ...ในการจัดอันดับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับประเทศที่มิได้ใช้
ภาษาอังกฤษเป็นหลักรวม 54 ประเทศ ปรากฏว่า ประเทศไทยอยู่อันดับ
ที่ 53 เหนือกว่าลิเบียที่เป็นอันดับ 54 เพียงประเทศเดียว

ขณะเดียวกัน คะแนนเฉลี่ยในการสอบ TOEFL ซึ่งเป็นคะแนนทดสอบ
ภาษาอังกฤษก่อนไปเรียนต่างประเทศของประเทศในอาเซียน ก็ปรากฏว่า
คะแนนเฉลี่ยของเด็กไทยยังต่ำกว่า 500 แม้ในปีหลังๆนี้

ในขณะที่มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เมียนมาร์, เวียดนาม, กัมพูชา  
สอบเฉลี่ยเกิน 500 ไปหลายปีแล้ว

จากปัญหาที่ว่านี้ สภาพัฒน์เขาก็เลยเสนอแนะเอาไว้หลายๆข้อ
โดยเฉพาะเสนอเป็นมาตรการหลักอยู่ข้อหนึ่งว่า จะต้อง
“เร่งพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม
และสาขาอาชีพ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะเดียวกัน เขาก็บอกเอาไว้ด้วยว่า วิธีแก้ปัญหาในระยะแรกนั้น ควรจะเริ่มด้วย
“การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครผู้มีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ อาทิ
วุฒิอาสา เจ้าหน้าที่ภาครัฐ เอกชน นักศึกษา ครูอาสาทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ
เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษสำหรับประชาชนและผู้สนใจตามกลุ่มเป้าหมายต่างๆ”

ผมเห็นด้วยกับข้อกังวลและข้อห่วงใยเรื่องนี้ครับ และก็ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไขว่า
คนไทยมีปัญหากับภาษาอังกฤษจริง

แต่ผมก็ไม่อยากจะให้เกิดความตระหนกตกใจ หรือเกิดความท้อถอย
ว่าเราจะไปไม่รอดหรือจะเสียเปรียบ หรือจะเก็บเกี่ยวประโยชน์ได้ไม่เต็มที่
ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเพราะภาษาอังกฤษเราอ่อน

เพราะถ้าจะพูดไปแล้ว เท่าที่เราเดินหน้าในระดับสากลมาได้จนถึงขนาดนี้
โดยเฉพาะสามารถส่งสินค้าออกไปขายทั่วโลกมากมายหลายชนิด
จนเป็นรายได้หลักของประเทศไปแล้วนั้น แสดงว่าเราได้มีการปรับปรุงและ
พัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของเราอยู่พอสมควร

แม้คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศไทยจะยังสอบภาษาอังกฤษตกอยู่ แต่คนไทยจำนวน
ไม่น้อยก็แตกฉานภาษาอังกฤษพอที่จะค้าขายหรือทำมาหากินกับต่างประเทศได้

ในช่วงหลังๆ เรามีการเรียนการสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยต่างๆเพิ่มขึ้น
มีการไปเรียนต่างประเทศ ทั้งโดยทุนรัฐบาลและทุนส่วนตัวปีหนึ่งจำนวนมาก
ซึ่งเมื่อกลับมาแล้วก็มาเป็นกำลังสำคัญในด้านการติดต่อกับต่างประเทศ
จนเป็นผลให้การค้าการขายรวมตลอดถึงการท่องเที่ยวของเราไม่แพ้ใครๆ

เมื่อจะลงไปในสนามอาเซียน ซึ่งเป็นสนามเล็กกว่า  
ผมก็ยังเชื่อว่าเราจะทำได้ดีอีกเช่นกัน

จริงๆแล้วภาษาอังกฤษของคนไทยที่ว่าแย่ๆนั้น จะแย่ก็เพราะเวลาใช้กับฝรั่งมังค่า
เจ้าของภาษาเท่านั้น...อาจจะเป็นเพราะเราขาดความมั่นใจหรืออายฝรั่ง
ทำให้ไม่ค่อยกล้าพูดกับฝรั่งอย่างที่เคยมีคนล้อเลียน

แต่พอมาพูดกับชาวเอเชียด้วยกัน ผมเห็นพูดปร๋อทุกคน

ที่เขียนมานี่ ผมมิได้ตั้งใจจะให้คนไทยประมาทนะครับ
เพียงแค่ไม่อยากให้เราวิตกเกินเหตุ

เห็นด้วยครับ  ว่าต้องปรับปรุง ต้องหาทางส่งเสริมให้คนไทยเรียนรู้
หรือฝึกทักษะการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น

แต่ก็อย่าทำแบบลนลานหรือทำแบบเหวี่ยงแห ทุ่มเทแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ...
จะเสียแรงเสียเงินเปล่าก็เท่านั้นแหละครับ ที่อยากจะฝากเป็นข้อคิดไว้วันนี้.

“ซูม”

http://www.thairath.co.th/column/pol/hehapatee/374647
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่