เสียงสะท้องและความรู้สึกผู้เคยใช้รถสองแถวแดงเชียงใหม่...ซึ่งตรงใจผมพอดี...

กระทู้ข่าว
เมล์แดง...แสลงใจ    
ผู้เขียน: กาคาบข่าว    
ผมฟังเหตุผลที่ผู้ ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่ภูเก็ตแล้วอนาถใจมาก แค่หาเงินไปจ่ายค่าเหล้า ๓๐๐ บาท กล้าทำลายภาพลักษณ์และทำลายรายได้เข้าประเทศขนาดนี้เชียวหรือ นี่เรามีประชากรที่มีกระบวนคิดแค่นี้หรือ บอกตามตรงว่าเป็น “สวะสังคม”จริงๆ                แม่ยากจนขโมยนมในร้านไปเลี้ยงลูก กับฆ่าคนอื่นเพื่อเอาเงินไปจ่ายค่าเหล้า แน่นอนว่าผิดเช่นกัน แต่มโนธรรมเราคงแยกออกว่าควรเห็นใจใคร ถ้ากรณีฆ่าแหม่ม เป็นอุบัติเหตุที่ฆ่าการท่องเที่ยวกะทันหัน ผมมีกรณีที่เป็นมะเร็งแห่งการท่องเที่ยวมาเล่าครับ..                “เชียงใหม่”เมือง นี้น่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยว แห่งเดียวกระมังที่ไม่มีรถโดยสารประจำทางในเมือง เพราะเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ อย่างภูเก็ต เขายังมีทั้งรถประจำทางวิ่งในเมืองและวิ่งเลียบชายหาด ใครจะไปที่ไหนก็นั่งรถโดยสารไป (อันนี้ไม่นับจังหวัดทั่วไป ที่เป็นจังหวัดเล็กๆ ส่วนใหญ่ก็ตุ๊กๆ มอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถสกายแล่บก็ว่ากันไป) ธรรมดารถสองแถวแดงในเมืองเชียงใหม่ ก็จะวิ่งไปมา ไม่มีท่ารถประจำ (เว้นที่จะขึ้นดอยสุเทพ) เวลาเราจะไปไหน ก็มายืนโบกเอาริมถนน คันไหนก็ได้ แล้วบอกเขาไปว่าจะไปไหน                ถ้าเป็นเส้นทางที่เขาไปส่งได้หรือมีผู้โดยสารคนอื่นที่ไปทางเดียวกันเขาก็ จะรับ แต่ถ้าออกนอกเส้นทางหรือเขาไม่ได้ไปทางนั้นเขาก็จะไม่รับ เราก็รอเรียกคันต่อไป ค่ารถมาตรฐาน 20 บาท เป็นแบบนี้มาชั่วนาตาปี คนเชียงใหม่รับรู้กันหมด แต่นักท่องเที่ยวคนไหนขึ้นลงรถแล้วถามว่าเท่าไหร่ จะไม่ได้คำตอบ 20 บาท แน่นอน                แม้ผมจะไปเชียงใหม่ทุกปี ปีละมากกว่า 2 ครั้ง แต่ก็มักเอารถไปเองเพราะต้องไปหลายแห่ง เลยไม่ค่อยรู้ว่าคนที่เขาต้องใช้รถแดงในเชียงใหม่เดินทางนั้นเจอปัญหาอะไร บ้าง มาฤดูท่องเที่ยวปีที่แล้ว หลงเชื่อ ททท.ที่ว่า “บินไป บินกลับ ขับรถเที่ยว” เลยเจอปัญหารถแดงเข้าจังเบอร์เลย       เริ่มตั้งแต่พอออกจาก สนามบิน กะว่าจะไปไหว้พระธาตุหริภุญชัยที่ลำพูนก่อน ก็ไปถามรถแท๊กซี่ที่สนามบินว่าท่ารถลำพูนในตัวเมืองอยู่ตรงไหนจะได้บอกสอง แถวแดงที่วิ่งเข้ามาในสนามบินได้ แท็กซี่จะไม่รู้ทางขึ้นมาทันทีถ้าจะไปสองแถวแดง แต่จะยุให้เหมาแท็กซี่อย่างเดียว นี่เป็นความไม่จริงใจหนึ่งอย่างที่เจอมาที่สนามบินเชียงใหม่ พอดีรถแดงวิ่งเข้ามา บอกไปท่ารถสองแถวไปลำพูน สองแถวแดงพยักหน้า สองแถวแดงก็วิ่งวนไปมาส่งคนไปเรื่อยจนกระทั่งถึงตลาดริมแม่น้ำปิงบนถนน ไปรษณีย์ (น่าจะเป็นกาดหลวง) เมียคนขับบอกถึงแล้ว ผมลงรถพอถามค่าโดยสารเท่านั้นแหละ                “50 บาท” “เฮ้ย....20 บาท”          “ไม่รู้จักท่ารถแล้วรู้ได้ยังไงว่าค่ารถ 20”                 แต่ผมก็ให้ไป 20 บาทแล้วเดินไปนั่งสองแถวลำพูนโดยไม่สนเสียงบ่นด่าตามหลังจากสองแถวแดง เชียงใหม่ ปรากฏว่าระยะทางจากท่ารถตลาดวโรรสเชียงใหม่ ไปลำพูน ค่ารถแค่ 15 บาท ผ่านวัดพระธาตุหริภุญชัยด้วย ช่างต่างกันลิบลับ                ที่สถานีขนส่งอาเขต เมื่อท่านลงรถทัวร์ก็จะได้ยินเสียงประกาศ สองแถวเข้าเมืองครับ 20 บาท ถ้าท่านเชื่อเดินไปหา เขาจะบอกให้นั่งรอก่อน ให้คนเต็มรถ แต่ถ้ามีคนสัก 5-6 คนในรถ คนขับจะเข้ามาถามว่า คนละ 40 บาท แล้วรถออกเลยเอาไหมครับ ส่วนใหญ่เพื่อซื้อเวลาก็จะเอาทั้งนั้น ไม่เช่นนั้นต้องรอจนคนเต็มคัน                แต่..เมื่อตกลงแล้วคนขับจะขอเวลาไปซื้อบุหรี่ทำโน่นทำนี่อะไรก็อ้างไป ระหว่างนั้นคนก็อาจจะมาสมทบเรื่อยๆ จนเกือบเต็ม คนขับถึงจะโผล่มาออกรถ แล้วก็เก็บคนละ 40 บาทแทนที่จะเป็น 20 บาท       ที่ท่ารถแดงขึ้นพระ ธาตุดอยสุเทพ ยิ่งแล้วใหญ่ ท่ารถอยู่ตรงใกล้ประตูสวนสัตว์เชียงใหม่ ค่ารถจะเป็น ห้วยแก้ว-วัดพระธาตุดอยสุเทพ 40 บาท ,ดอยสุเทพ-พระตำหนักภูพิงค์ 30 บาท ,ห้วยแก้ว-พระตำหนักภูพิงค์ 70 บาท ราคานี้เป็นราคาต่อเที่ยว ซึ่งก็ยุติธรรมดี ไม่แพง พอรับไหว แต่ท่านต้องนั่งรอจนคนเต็มคันราว 10 คน เขาถึงจะออก                ระหว่างนั้นถ้ามีใครมาเป็นกลุ่มสัก 4 คนขึ้นไป จะถูกต้อนให้เหมารถ(โดยพยายามไม่ให้มาสมทบกับผู้โดยสารอื่นที่รออยู่ให้คน ครบ 10 คน) แล้วจะถูกเสนอโปรแกรมเที่ยว วัดพระธาตุดอยสุเทพ-พระตำหนักภูพิงค์-บ้านม้งดอยปุย ไป-กลับคนละ 250 บาท หรือถ้าจะไปขุนช่างเคี่ยน ราคาอาจไปถึงคนละ 500 บาท                แล้วท่านจะถูกทอดทิ้งทันทีเมื่อมีรถทัวร์นักท่องเที่ยวมาจอดเพื่อต่อรถขึ้นดอย รถที่ท่านนั่งรอขึ้นดอยจะถูกเหมาไปแทน ท่านจะถูกไล่ลงมานั่งรอคันต่อไปโดยไม่สนว่าท่านรอมานานเท่าไหร่แล้ว สุดท้ายถ้าท่านรอไม่ได้ ท่านก็ต้องเหมารถเขาขึ้นไปอยู่ดี ส่วนใหญ่คนที่ไปใช้บริการรู้ฤทธิ์เดชของรถสองแถวแดงดี                วันอาทิตย์ที่มีถนนคนเดินที่ถนนท่าแพ ผมตั้งใจไปดูพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและสองแถวแดงที่มารอรับคนเลย ไม่ว่าถนนย่านนั้นในตอนเย็นๆ รถจะติดกันขนาดไหนก็ตาม แต่รถสองแถวแดงจะมีที่ของเขา 1 ช่องจราจร ตรงนั้นประจำที่เข้ามาจอดรถรับคนได้โดยตำรวจไม่จับ (เป็นที่รู้ๆกันว่าเพราะอะไร)                กลเม็ดเด็ดพรายการต้อนคน การบอกราคา การโยกโย้เพื่อเพิ่มราคานี่สุดยอด นักท่องเที่ยวบางคนรู้ทันว่าถูกโก่งราคาก็ไม่เอาใกล้หน่อยก็เดินกลับเลย แต่ก็มีหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อ บางคนรู้ตัวแต่ไม่มีทางเลือก ก็ต้องทำใจ เหล่านี้เป็นประสบการณ์ตรงที่เจอมา แล้วเสริมด้วยการถามไถ่ข้อมูลจากนักท่องเที่ยวอื่นๆ        ผมแปลกใจตรงที่ทำไม ผู้บริหารเมืองเชียงใหม่(ทั้ง อบจ. ทั้งราชการที่เกี่ยวข้อง) ทนให้เกิดสภาพอย่างนี้ และภาพลักษณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับเชียงใหม่อยู่ได้ มีหน่วยงานไหนควบคุมดูแลรถสองแถวแดงเชียงใหม่บ้าง ราคามาตรฐานเท่าไหร่ ถ้าผู้โดยสารถูกเอาเปรียบ ถูกโก่งราคาจะร้องเรียนที่ไหน มีมาตรการลงโทษอย่างไร มีให้ติดป้ายแสดงชื่อคนขับ ชื่อหมายเลขรถแบบแท็กซี่กรุงเทพมั้ย ฯลฯ คำถามเหล่านี้ผมไม่เห็น                หลายปีก่อนเคยได้ข่าวว่าทางเทศบาลจะจัดรถประจำทางให้ ก็ถูกบรรดาสองแถวแดงมาประท้วงปิดถนน แล้วเรื่องนี้ก็เงียบหาย                ทุกวันนี้ ใครไปเชียงใหม่แล้วต้องสัญจรไปมาตามวัด ตามที่เที่ยวต่างๆในเมือง บ่นกันอุบว่าค่ารถแพง ทั้งเมืองเหมือนมีปลิงคอยจ้องดูดเลือดนักท่องเที่ยว คนไทยเรารู้อย่างนี้อาจจะเอารถไปเอง แต่คนต่างบ้านต่างเมืองเขามาแล้วเขาไม่มีทางเลือก ต้องถูกปลิงสูบเลือดแบบนี้ เขาจะคิดอย่างไร เขาเอาไปบอกต่อกันในสังคมออนไลท์ที่นักท่องเที่ยวอ่านกันทั่วโลก ใครจะกล้ามาเชียงใหม่ในเมื่อมีแต่คนจ้องเอาเปรียบ                พฤติกรรมสองแถวแดงที่เชียงใหม่ ผมว่าเหมือนโรคมะเร็ง ค่อยๆ กัดกร่อนไปทีละนิด รอเวลาล้มป่วย                นี่เชียงใหม่เพิ่งได้ คุณบุญเลิศ มาเป็นนายก อบจ. คนใหม่ เห็นแกบอกว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยว ผมก็จะรอดูว่าแกพูดเรื่อยเปื่อยหรือจะทำจริงๆเริ่มจากเรื่องนี้ได้ไหม...  
วันที่ : 16 กรกฎาคม 2013 เวลา : 3:59:00 PM

พฤติกรรมของสองแถวแดงเชียงใหม่ผมว่าน่ากลัวกว่าแท๊กซี่กรุงเทพฯหลายเท่า
ไม่มีราคาแน่นอน  ยิ่งรู้ว่าเป็นคนต่างจังหวัดแล้วละก็เตรียมใจไว้เลย  ผมไม่ใช่คนเชียงใหม่
แต่ก็เป็นคนเหนือและครึ่งชีวิตก็อยู่เชียงใหม่รับรู้พฤติกรรมเรื่องสองแถวแดงมาโดยตลอด
คิดเสมอว่าทำไมหน่อยงานที่มีอำนาจเกี่ยวข้องไม่ยื่นมือเข้ามาจักการสักที  ก็ได้แต่เฝ้ารอ
หลายครั้งที่เพื่อนๆมาจากต่างจังหวัดมาเล่าให้ฟัง  ก็ได้แต่ฟังและแอบอายเขาในฐานะที่เป็นคนเมืองเหนือเหมือนกัน
แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้  อ่านเจอเรื่องแบบนี้บ่อยๆ  แต่ก็ไม่เคยเห็นได้รับการแก้ไข  ได้แต่ภาวนาว่าคงมีสักวันเท่านั้นเอง...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่