คำว่าเดรัจฉาน(ติรัจฉาน)วิชา ในความหมายที่พระพุทธเจ้าบัญญัติ เป็นคำกล่าวประนามหรือเป็นคำกลาง ๆ

กระทู้สนทนา
ที่เห็นในปัจจุบันมีการใช้คำว่า เดรัจฉาน ในพุทธศาสนาอยู่เสมอ เช่น สัตว์เดรัจฉาน กำเนิดเดรัจฉาน เดรัจฉานวิชา เป็นต้น
และที่ใช้กันมักจะเป็นไปในทางกล่าวร้าย ทำนองดูถูกว่าต่ำไม่เจริญ น่ารังเกียจ ไม่ดี ไม่งาม

คำว่าเดรัจฉานวิชาที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัตติห้ามไว้ และเป็นสิกขาของพระสงฆ์ ว่าภิกษุไม่ทำเดรัจฉานวิชา มีมากมาย
ตัวอย่างเช่น

[๑๒๐] ๗. ภิกษุเว้นขาดจากการเลี้ยงชีพ โดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่
สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วย
ติรัจฉานวิชา เห็นปานนี้ คือ ทำพิธีบนบาน ทำพิธีแก้บน ร่ายมนต์ขับผี สอนมนต์ป้องกัน
บ้านเรือน ทำกะเทยให้กลับเป็นชาย ทำชายให้กลายเป็นกะเทย ทำพิธีปลูกเรือน ทำพิธี
บวงสรวงพื้นที่ พ่นน้ำมนต์ รดน้ำมนต์ ทำพิธีบูชาไฟ ปรุงยาสำรอก ปรุงยาถ่าย ปรุงยา
ถ่ายโทษเบื้องบน ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องล่าง ปรุงยาแก้ปวดศีรษะ หุงน้ำมันหยอดหู ปรุงยาตา
ปรุงยานัตถุ์ ปรุงยาทากัด ปรุงยาทาสมาน ป้ายยาตา ทำการผ่าตัด รักษาเด็ก ใส่ยา ชะแผล
แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง.

สิ่งที่ผมสงสัยในตัวอย่างนี้ คือวิชาหมอรักษาโรคต่าง ๆ ก็เป็นเดรัจฉานวิชา แต่จะมีความหมายเป็นไปในทางดูถูกไม่เจริญน่ารังเกียจอย่างนั้นหรือ
หรือว่าที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้เพราะวิชาเหล่านี้ไม่ได้มุ่งสู่การดับทุกข์ จึงเป็นเดรัจฉานวิชา ภิกษุจึงไม่ทำ
แต่ความจริงแล้วฆาราวาสต้องทำ เพราะเป็นการช่วยเพื่อนมนุษย์และดำรงชีวิต ดังนั้นเดรัจฉานวิชาตามที่พระพุทธเเจ้าบัญญัตินี้
จึงไม่น่าจะเป็นคำที่กล่าวร้ายหรือประนามว่าน่ารังเกียจ หรือเปล่า เพราะว่าถ้าเป็นแบบนั้นสาวกของพระพุทธเจ้าคงไม่มีใครอยากเป็นหมอ

ขอท่านผู้รู้ช่วยแจงให้ทีครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่