พระพุทธเจ้าได้ทรงสรุปเรื่องความทุกข์ในอริยสัจ ๔ เอาไว้สั้นๆว่า "ความยึดมั่นในขันธ์ทั้ง ๕ (หรือในร่างกายและจิตใจ) คือตัวทุกข์"
เมื่อจำแนกความทุกข์ในอริยสัจ ๔ ออกแล้วก็สรุปได้เป็นกลุ่มดังนี้
-ความยึดมั่นว่ามีเราเกิดขึ้นแล้วมีชีวิตที่ต่ำต้อยหรือยากลำยาก เป็นต้น (ในกรณีที่ร่างกายกำลังยากลำบากหรือต่ำต้อย)
-ความยึดมั่นว่ามีเราแก่ (ในกรณีที่ร่างกายแก่)
-ความยึดมั่นว่ามีเราจะตาย(ในกรณีที่ร่างกายกำลังจะตาย)
-ความยึดมั่นว่ามีเราที่กำลังพลัดพรากจากบุคคลหรือสิ่งอันเป็นที่รัก(ในกรณีที่กำลังพลัดพรากจากสิ่งที่น่าพึงพอใจ)
-ความยึดมั่นว่ามีเราที่กำลังประสบกับบุคคลหรือสิ่งอันไม่เป็นที่รัก(ในกรณีที่กำลังประสบสิ่งที่ไม่น่าพึงพอใจ)
-ความยึดมั่นว่ามีเราที่กำลังผืดหวังอยู่(ในกรณีที่อยากได้สิ่งใดแล้วไม่ได้ตามที่อยาก)
นี่คือความทุกข์ในอริยสัจ ๔ ที่พระพุทธเจ้าสอน ซึ่งเรื่องความทุกข์นี้พระพุทธเจ้าสอนว่าเราจะต้องกำหนดรู้ให้ถูกต้องว่ามันคือความทุกข์ของจิตใจเราเองที่มันโง่(เพราะถูกอวิชชาครอบงำ) แล้วก็มายึดเอาร่างกายและจิตใจของธรรมชาติว่าเป็นตัวเรา-ของเรา และเมื่อร่างกายและจิตใจรวมทั้งสิ่งรอบๆตัวมันไม่เป็นไปตามที่เรายึดถือหรืออยากจะให้เป็น จิตโง่นี้จึงเกิดความเศร้าโศกเสียใจไปอย่างช่วยไม่ได้
ถ้าเรารู้จักตัวทุกข์นี้ถูกต้อง เราก็จะรู้จักสาเหตุของทุกข์ และรู้จักว่าเมื่อทุกข์ดับแล้วจะเป็นอย่างไร รวมทั้งก็จะรู้จักวิธีการดับทุกข์นี้ได้อย่างถูกต้องตามไปด้วย
แต่ถ้าเรารู้จักตัวทุกข์นี้ผิด คือเข้าใจผิดไปว่าเป็นเพราะการเกิดมีร่างกายขึ้นมา(จากท้องแม่)จึงเป็นทุกข์ ก็จะทำให้รู้จักสาเหตุของทุกข์ การดับทุกข์ และวิธีการดับทุกข์ที่ผิดพลาดตามไปด้วยทันที อย่างที่ชาวพุทธเกือบทั้งหมดกำลังเข้าใจผิดกันอยู่ในปัจจุบัน
อุปาทานในขันธ์ทั้ง ๕ คือตัวทุกข์
เมื่อจำแนกความทุกข์ในอริยสัจ ๔ ออกแล้วก็สรุปได้เป็นกลุ่มดังนี้
-ความยึดมั่นว่ามีเราเกิดขึ้นแล้วมีชีวิตที่ต่ำต้อยหรือยากลำยาก เป็นต้น (ในกรณีที่ร่างกายกำลังยากลำบากหรือต่ำต้อย)
-ความยึดมั่นว่ามีเราแก่ (ในกรณีที่ร่างกายแก่)
-ความยึดมั่นว่ามีเราจะตาย(ในกรณีที่ร่างกายกำลังจะตาย)
-ความยึดมั่นว่ามีเราที่กำลังพลัดพรากจากบุคคลหรือสิ่งอันเป็นที่รัก(ในกรณีที่กำลังพลัดพรากจากสิ่งที่น่าพึงพอใจ)
-ความยึดมั่นว่ามีเราที่กำลังประสบกับบุคคลหรือสิ่งอันไม่เป็นที่รัก(ในกรณีที่กำลังประสบสิ่งที่ไม่น่าพึงพอใจ)
-ความยึดมั่นว่ามีเราที่กำลังผืดหวังอยู่(ในกรณีที่อยากได้สิ่งใดแล้วไม่ได้ตามที่อยาก)
นี่คือความทุกข์ในอริยสัจ ๔ ที่พระพุทธเจ้าสอน ซึ่งเรื่องความทุกข์นี้พระพุทธเจ้าสอนว่าเราจะต้องกำหนดรู้ให้ถูกต้องว่ามันคือความทุกข์ของจิตใจเราเองที่มันโง่(เพราะถูกอวิชชาครอบงำ) แล้วก็มายึดเอาร่างกายและจิตใจของธรรมชาติว่าเป็นตัวเรา-ของเรา และเมื่อร่างกายและจิตใจรวมทั้งสิ่งรอบๆตัวมันไม่เป็นไปตามที่เรายึดถือหรืออยากจะให้เป็น จิตโง่นี้จึงเกิดความเศร้าโศกเสียใจไปอย่างช่วยไม่ได้
ถ้าเรารู้จักตัวทุกข์นี้ถูกต้อง เราก็จะรู้จักสาเหตุของทุกข์ และรู้จักว่าเมื่อทุกข์ดับแล้วจะเป็นอย่างไร รวมทั้งก็จะรู้จักวิธีการดับทุกข์นี้ได้อย่างถูกต้องตามไปด้วย
แต่ถ้าเรารู้จักตัวทุกข์นี้ผิด คือเข้าใจผิดไปว่าเป็นเพราะการเกิดมีร่างกายขึ้นมา(จากท้องแม่)จึงเป็นทุกข์ ก็จะทำให้รู้จักสาเหตุของทุกข์ การดับทุกข์ และวิธีการดับทุกข์ที่ผิดพลาดตามไปด้วยทันที อย่างที่ชาวพุทธเกือบทั้งหมดกำลังเข้าใจผิดกันอยู่ในปัจจุบัน