ว่าจะเอาไปเล่า วันอาทิตย์ ตามปรกติ แต่ มันจะช้าไปนะครับ
อันที่จริงมันก็ช้ามากว่า 80 ปีแล้วครับ
ผมไม่อาจเอื้อม อ้างว่าเป็นคน เดือน ตุลา เหมือนกับ หลายท่าน ที่
บอกว่า เป็นคนในเดือนนั้น แต่พฤติกรรม ในภายหลัง มันเปลี่ยนไป
ครับ เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน ลองฟังดูนะครับ
จำได้ ว่าวันที่ 13 ตุลา 16 ก่อนวัน นั้น 1 วัน ผมสอบ ปลายภาคเรียนที่ 1
ของ สจพ สอบมาหลายวันแล้วครับ วันที่ 13 เป็นวันสอบวันสุดท้าย
มีข่าว จาก ศูนย์กลาง นิสิต ฯ ที่มี นายธีระยุทธิ บุญมี บอกให้ไปรวมตัวกัน
ที่ราชดำเนิน ผ่านมาทาง ประธานนักศึกษา สจพ ผมไม่ได้สนใจมากนัก
เพราะใจหมกมุ่น อยู่กับ การสอบ ที่ลงเรียน ซ้ำ ไว้ 2 วิชา ตามประสา คนเรียนช้า
ละครับ สู้เด้ก รุ่น ๆไม่ได้ ทีมของผม มี 6 คน เป็นเด็กรุ่นใหม่ 3 คน ผมต้องเกาะ
พวกนี้ไว้ครับ เขาเรียนเก่ง ต้องอาศัยทีมเวอร์ค ท่านที่เรียนมาแล้ว คงทราบดี
ผมสอบ ต่ออีก 2 วิชา กับเพื่อน 2 คน ก็ครู ที่ มาเรียน ด้วยกัน จาก เทคนิค น่าน
ทีมผมสอบเสร็จ 4 คน เขา ก้ไปรวมตัว กันที่ ราชดำเนิน ตามคำเชิญชวน ตอนนั้น
กำลังคึกครับ
เรื่องราว ที่เกิดขึ้น จาก การเรียกร้อง รัฐธรรมนูญ ที่ร่างกันมา 8 ปีแล้ว แล้วประจวบเหมาะ
ตอนนั้น มีข้าราชการเอา คอปเตอร์ ไปล่าสัตว์ แล้ว ตกที่ทุ่งใหญ่ พวก น.ศ. ก็ล้อเลียนกัน
ช่วงนั้น นายธีระยุทธิ บุญมี เป็นเลขา ศูนย์กลาง นิสิต ฯ ครับ จำได้ว่าถูกจับไป ทั้งหมด
13 คน มีตัวเลขา ฯ คุณใขแสง สุกใส วิภูแถลง แล้ว อีกหลายคนจำไม่ได้ครับ
พวกน.ศ. ก็เดินขบวนให้ปล่อยตัว รัฐบาลสมัยนั้น มาปล่อยเอาวันที่ 10 หรือ 11 นี่แหละ
ทีนี้ ก็นัดเดินขบวนใหญ่กัน ทื่ ราชดำเนิน วันที่ 13 นี่เขารวมตัวกัน ตั้งแต่ วันที่ 11 แล้วครับ
พอดีตอนนั้น มหาลัย ต่าง ๆสอบกัน เหมือนผม เลยนัด กันวันที่ 13 เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
เด็ก ๆสอบเสร็จ ก็รีบ ไปรวมตัว ไอ้แก่ แบบผม อีกคน ต้องสอบซ่อมก่อน นัดเจอกันที่
โรงเรียน สตรีวิทย์ หน้าศรแดง ผมสอบเสร็จ 5 โมง เย็นกว่า ก็ไปขึ้นรถเมล์ ไปลงแค่ เทเวศน์
แล้วมีทหารกั้น ไว้หมด ห้ามเข้า ผมเดิน อ้อมไป ตรง ที่ทำการสหประชาชาติ ก้ติด ตำรวจ ไม่ยอมให้เข้า
ตอนนี้ คนเต็มราชดำเนินแล้วครับ พวกที่ อยู่ข้างใน ออกมาบอกว่า เต็มตั้งแต่ ผ่านฟ้า ไปยัน
สนามหลวง เต็มสองฝั่งถนนนะครับ ไม่ใช่เต็ม แต่หน้าเวที ตรง ป้อมมหากาฬ ส่วนข้างนอก
มีแต่ร้านขายของ เหมือนสมัยนี้
เขาเล่าว่า คนแถวนั้น ส่งข้าว ส่งน้ำ ใส่ถุง มาให้ น.ศ. ดื่มกินกัน ผมเห็นเข้าไม่ได้ ก็กลับ
วัด ตั้งใจ กันว่า จะไปใหม่ วันรุ่งขึ้น ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ผมฟังวิทยุ ตอน ประมาณ ตี 4 ข่าว
บอกว่า มีการตกลงกันได้แล้ว จะมีการเชียนรัฐธรรมนูญ ให้เสร็จ และประกาศใช้ ใน 6 เดือน
ผม ก็โล่งอก ทั้ง ๆที่ นอนไม่หลับในคืนนั้น คุยกับ เพื่อน เป็นห่วงเด็ก ทั้ง 4 คนจนยัน เช้า วิทยุบอก ให้ น.ศ. กลับบ้านได้
และ ทะยอยกันกลับ ตามทางที่ ตกลงไว้ ผมก็ เตรียม ไปสตรีวิทย์ ตามนัด
พอซัก ประมาณ 6 โมงเช้านิด ๆ ข่าวบอกมีการปะทะ กันระหว่างตำรวจกับ น.ศ. ที่หน้า วังสวนจิตร
ข่าว บอก น.ศ. หนี ตายเข้าวัง เพราะในหลวง ท่านทรง สั่งให้เปิดรับ น.ศ. ส่วนทางอื่น ก็มีการเอาทหาร
ออกมายิง น.ศ. กัน จนตาย เป็นสิบ แล้ว ครับ ผมนั่งฟังข่าว บอกมีการเผา กองสลาก กับ กรมประชา ฯ
และ สถานที่ราชการอีกหลายแห่ง ผม เลยออกจากวัดกับเพื่อน นั่งรถเมล์ มาลง แค่ เทเวศน์ เหมือนเดิม
เห็นรถพยาบาล วี่งรับ คนเจ็บ ไปที่ วชิรพยาบาล แทบไม่ขาดสาย นึกเป็นห่วงเพื่อนมาก จะเข้าไปที่ราชดำเนิน
ตอนนั้น เขาปิดหมด ห้ามคนเข้า ออก กว่าจะลัดเลาะ ไปถึง ศรแดง ก็บ่าย สามกว่า ครับ ตอนนี้เงียบ แล้วครับ
เห็นแต่ ซากรถ ที่ถูก เผา ผมรอจนถึง 6 โมง จึงเจอ เพื่อน อีก สองคน ที่ศรแดง บอก หนีทหาร ไปหลบ แถววัด
ภูเขาทอง ส่วน ณรงค์ ป้องเกตุ กับ
สุรชัย ธรรมานุวัตร ไม่เห็น พลัดกันตอนชุลมุน ไม่เห็น แม้กระทั่งบัดนี้ ผมเสียเพื่อนไป 2 คน ไปหา พ่อ และแม่ของณรงค์ ที่แปดรี้ว
พาแกมา กรุงเทพ ตามกันจนเหนื่อย ก็ไม่เห็น สุรชัย บ้าน อยู่กรุงเทพ ตรงวัดจักรวรรดิ เป็นเชื้อจีน เหมือนกันครับ
ผม พา พ่อ แม่ เพื่อนไปร้องเรียน กับ ท่าน สัญญา ธรรมศักดิ์ ที่เป็นนายก ก็ ตามหาไม่เห็น
เวลาผ่านไป เกือบ 40 ปี แล้ว พ่อ และแม่ ของเพื่อน เสียชีวิต ไปก่อนหน้านั้น 10 ปีเห็นจะได้ ผมก็ยังตามหา
ไม่เห็น ผมเสียดาย ชีวิต ของเพื่อนทั้เงสอง ที่ไปตามหาประชาธิปไตย จน ต้อง สละชีวิต ให้กับ
ความโหดร้ายของ เผด็จการ แม้อีก 30 กว่ารปีผ่านมา ผมก็ยังสานงานของเพื่อนทั้งสอง อยู่ ไม่ลืม
สี่งที่เราคุย กันไว้ ผมไม่ เคยหวังว่า คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ด้วยจะ รู้จักเราทั้ง 6 คน แต่เรา ก้เป็นส่วนหนึ่งของ
ประวัติศาสตร์ ที่เราเขียน ขึ้นมาเอง ผมไม่ได้นับ ว่าตนเอง เป็นคนเดือนตุลา เพราะผมไม่ได้ เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น
ณรงค์ กับ สุรชัย สองคนเป็นคนเดือนตุลา ที่บรรดา ที่ได้ดิบ ได้ดี ตอนนี้ ไม่รู้จัก เขาหรอกครับ
ทั้งสองเป็นแค่ ธุลี เล็ก ที่ เคย ไปเปื้อน ราชดำเนิน มาเท่านั้น แล้วมัน ก็ ลืมเลือนไป กระดูก ของเขา ยังไม่เห็นเลยครับ
ฝาก ชื่อ ทั้งสองคนไว้หน่อยครับ ณรงค์ ป้องเกตุ และ สุรชัย ธรรมวิทย์
นึกถึงเมื่อใด น้ำตาไหล เมื่อนั้นครับ
คุยถึงความหลัง เมื่อ 40 ปีก่อน
อันที่จริงมันก็ช้ามากว่า 80 ปีแล้วครับ
ผมไม่อาจเอื้อม อ้างว่าเป็นคน เดือน ตุลา เหมือนกับ หลายท่าน ที่
บอกว่า เป็นคนในเดือนนั้น แต่พฤติกรรม ในภายหลัง มันเปลี่ยนไป
ครับ เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน ลองฟังดูนะครับ
จำได้ ว่าวันที่ 13 ตุลา 16 ก่อนวัน นั้น 1 วัน ผมสอบ ปลายภาคเรียนที่ 1
ของ สจพ สอบมาหลายวันแล้วครับ วันที่ 13 เป็นวันสอบวันสุดท้าย
มีข่าว จาก ศูนย์กลาง นิสิต ฯ ที่มี นายธีระยุทธิ บุญมี บอกให้ไปรวมตัวกัน
ที่ราชดำเนิน ผ่านมาทาง ประธานนักศึกษา สจพ ผมไม่ได้สนใจมากนัก
เพราะใจหมกมุ่น อยู่กับ การสอบ ที่ลงเรียน ซ้ำ ไว้ 2 วิชา ตามประสา คนเรียนช้า
ละครับ สู้เด้ก รุ่น ๆไม่ได้ ทีมของผม มี 6 คน เป็นเด็กรุ่นใหม่ 3 คน ผมต้องเกาะ
พวกนี้ไว้ครับ เขาเรียนเก่ง ต้องอาศัยทีมเวอร์ค ท่านที่เรียนมาแล้ว คงทราบดี
ผมสอบ ต่ออีก 2 วิชา กับเพื่อน 2 คน ก็ครู ที่ มาเรียน ด้วยกัน จาก เทคนิค น่าน
ทีมผมสอบเสร็จ 4 คน เขา ก้ไปรวมตัว กันที่ ราชดำเนิน ตามคำเชิญชวน ตอนนั้น
กำลังคึกครับ
เรื่องราว ที่เกิดขึ้น จาก การเรียกร้อง รัฐธรรมนูญ ที่ร่างกันมา 8 ปีแล้ว แล้วประจวบเหมาะ
ตอนนั้น มีข้าราชการเอา คอปเตอร์ ไปล่าสัตว์ แล้ว ตกที่ทุ่งใหญ่ พวก น.ศ. ก็ล้อเลียนกัน
ช่วงนั้น นายธีระยุทธิ บุญมี เป็นเลขา ศูนย์กลาง นิสิต ฯ ครับ จำได้ว่าถูกจับไป ทั้งหมด
13 คน มีตัวเลขา ฯ คุณใขแสง สุกใส วิภูแถลง แล้ว อีกหลายคนจำไม่ได้ครับ
พวกน.ศ. ก็เดินขบวนให้ปล่อยตัว รัฐบาลสมัยนั้น มาปล่อยเอาวันที่ 10 หรือ 11 นี่แหละ
ทีนี้ ก็นัดเดินขบวนใหญ่กัน ทื่ ราชดำเนิน วันที่ 13 นี่เขารวมตัวกัน ตั้งแต่ วันที่ 11 แล้วครับ
พอดีตอนนั้น มหาลัย ต่าง ๆสอบกัน เหมือนผม เลยนัด กันวันที่ 13 เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
เด็ก ๆสอบเสร็จ ก็รีบ ไปรวมตัว ไอ้แก่ แบบผม อีกคน ต้องสอบซ่อมก่อน นัดเจอกันที่
โรงเรียน สตรีวิทย์ หน้าศรแดง ผมสอบเสร็จ 5 โมง เย็นกว่า ก็ไปขึ้นรถเมล์ ไปลงแค่ เทเวศน์
แล้วมีทหารกั้น ไว้หมด ห้ามเข้า ผมเดิน อ้อมไป ตรง ที่ทำการสหประชาชาติ ก้ติด ตำรวจ ไม่ยอมให้เข้า
ตอนนี้ คนเต็มราชดำเนินแล้วครับ พวกที่ อยู่ข้างใน ออกมาบอกว่า เต็มตั้งแต่ ผ่านฟ้า ไปยัน
สนามหลวง เต็มสองฝั่งถนนนะครับ ไม่ใช่เต็ม แต่หน้าเวที ตรง ป้อมมหากาฬ ส่วนข้างนอก
มีแต่ร้านขายของ เหมือนสมัยนี้
เขาเล่าว่า คนแถวนั้น ส่งข้าว ส่งน้ำ ใส่ถุง มาให้ น.ศ. ดื่มกินกัน ผมเห็นเข้าไม่ได้ ก็กลับ
วัด ตั้งใจ กันว่า จะไปใหม่ วันรุ่งขึ้น ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ผมฟังวิทยุ ตอน ประมาณ ตี 4 ข่าว
บอกว่า มีการตกลงกันได้แล้ว จะมีการเชียนรัฐธรรมนูญ ให้เสร็จ และประกาศใช้ ใน 6 เดือน
ผม ก็โล่งอก ทั้ง ๆที่ นอนไม่หลับในคืนนั้น คุยกับ เพื่อน เป็นห่วงเด็ก ทั้ง 4 คนจนยัน เช้า วิทยุบอก ให้ น.ศ. กลับบ้านได้
และ ทะยอยกันกลับ ตามทางที่ ตกลงไว้ ผมก็ เตรียม ไปสตรีวิทย์ ตามนัด
พอซัก ประมาณ 6 โมงเช้านิด ๆ ข่าวบอกมีการปะทะ กันระหว่างตำรวจกับ น.ศ. ที่หน้า วังสวนจิตร
ข่าว บอก น.ศ. หนี ตายเข้าวัง เพราะในหลวง ท่านทรง สั่งให้เปิดรับ น.ศ. ส่วนทางอื่น ก็มีการเอาทหาร
ออกมายิง น.ศ. กัน จนตาย เป็นสิบ แล้ว ครับ ผมนั่งฟังข่าว บอกมีการเผา กองสลาก กับ กรมประชา ฯ
และ สถานที่ราชการอีกหลายแห่ง ผม เลยออกจากวัดกับเพื่อน นั่งรถเมล์ มาลง แค่ เทเวศน์ เหมือนเดิม
เห็นรถพยาบาล วี่งรับ คนเจ็บ ไปที่ วชิรพยาบาล แทบไม่ขาดสาย นึกเป็นห่วงเพื่อนมาก จะเข้าไปที่ราชดำเนิน
ตอนนั้น เขาปิดหมด ห้ามคนเข้า ออก กว่าจะลัดเลาะ ไปถึง ศรแดง ก็บ่าย สามกว่า ครับ ตอนนี้เงียบ แล้วครับ
เห็นแต่ ซากรถ ที่ถูก เผา ผมรอจนถึง 6 โมง จึงเจอ เพื่อน อีก สองคน ที่ศรแดง บอก หนีทหาร ไปหลบ แถววัด
ภูเขาทอง ส่วน ณรงค์ ป้องเกตุ กับ
สุรชัย ธรรมานุวัตร ไม่เห็น พลัดกันตอนชุลมุน ไม่เห็น แม้กระทั่งบัดนี้ ผมเสียเพื่อนไป 2 คน ไปหา พ่อ และแม่ของณรงค์ ที่แปดรี้ว
พาแกมา กรุงเทพ ตามกันจนเหนื่อย ก็ไม่เห็น สุรชัย บ้าน อยู่กรุงเทพ ตรงวัดจักรวรรดิ เป็นเชื้อจีน เหมือนกันครับ
ผม พา พ่อ แม่ เพื่อนไปร้องเรียน กับ ท่าน สัญญา ธรรมศักดิ์ ที่เป็นนายก ก็ ตามหาไม่เห็น
เวลาผ่านไป เกือบ 40 ปี แล้ว พ่อ และแม่ ของเพื่อน เสียชีวิต ไปก่อนหน้านั้น 10 ปีเห็นจะได้ ผมก็ยังตามหา
ไม่เห็น ผมเสียดาย ชีวิต ของเพื่อนทั้เงสอง ที่ไปตามหาประชาธิปไตย จน ต้อง สละชีวิต ให้กับ
ความโหดร้ายของ เผด็จการ แม้อีก 30 กว่ารปีผ่านมา ผมก็ยังสานงานของเพื่อนทั้งสอง อยู่ ไม่ลืม
สี่งที่เราคุย กันไว้ ผมไม่ เคยหวังว่า คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ด้วยจะ รู้จักเราทั้ง 6 คน แต่เรา ก้เป็นส่วนหนึ่งของ
ประวัติศาสตร์ ที่เราเขียน ขึ้นมาเอง ผมไม่ได้นับ ว่าตนเอง เป็นคนเดือนตุลา เพราะผมไม่ได้ เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น
ณรงค์ กับ สุรชัย สองคนเป็นคนเดือนตุลา ที่บรรดา ที่ได้ดิบ ได้ดี ตอนนี้ ไม่รู้จัก เขาหรอกครับ
ทั้งสองเป็นแค่ ธุลี เล็ก ที่ เคย ไปเปื้อน ราชดำเนิน มาเท่านั้น แล้วมัน ก็ ลืมเลือนไป กระดูก ของเขา ยังไม่เห็นเลยครับ
ฝาก ชื่อ ทั้งสองคนไว้หน่อยครับ ณรงค์ ป้องเกตุ และ สุรชัย ธรรมวิทย์
นึกถึงเมื่อใด น้ำตาไหล เมื่อนั้นครับ