ทะเลสีขุ่นกับวันครึ้มฝน
ท่ามกลางบรรยากาศอันร้อนระอุของการเมืองที่มีปัญหาความขัดแย้งเริ่มมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้จึงงดเว้นการรับรู้ข่าวสาร
ขอออก ไปสูดอากาศในฤดูฝนซึ่งมาเยือนเร็วกว่าทุกปี ทะเลเป็นทางออกสุดฮิตเสมอไม่ว่าฤดูไหน หาดแม่รำพึงจังหวัดระยองเป้าหมายหลัก
มีบังกะโล บ้านเช่า ไว้คอยบริการตลอดเส้นทางเลียบหาดและห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 179 กม. ครั้นอยากข้ามไปเกาะเล็กเกาะน้อยก็เกรงฟ้า
ฝนไม่เป็นใจจึงขอวนเวียนเลียบชายฝั่งดีที่สุด อากาศก่อนออกเดินทางขมุกขมัวไร้แสงแดดแรงกล้าช่วยให้การเดินทางไม่ร้อนนักออกจะเย็น
สบายด้วยซ้ำ ถึงบ้านพักช่วงบ่ายแก่ ๆ หลังจากโยนสัมภาระเข้าที่แล้วฉันไม่รอรีรีบลงเล่นน้ำก่อนใครปล่อยเพื่อนร่วมทริปขับรถเข้าตลาดซึ่ง
ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรหาอาหารทะเลสด ๆ มาปิ้ง ย่าง ในมื้อค่ำ และฉันจะตามไปสมทบทีหลัง อากาศยังคงครึ้มดีใจไม่ต้องกลัวแดด
มาระคายผิวแต่คิดผิดถนัดแดดไม่มีแต่แมงกะพรุนนะพรึ่บ..! เที่ยวทะเลหลายครั้งหลายหนยังไม่เคยลิ้มลองพิษสงของมันซักทีครั้งนี้โชคดีกว่า
ใครหลังดำผุดดำว่ายได้ไม่นานใต้น้ำคล้ายมีเศษผ้าพลิ้วไหวผ่านขาไปอาการปวดแสบปวดร้อนก่อตัวทันที ใช่แล้ว!!..เจ้าแมงกะพรุนน้อย
นั่นเอง.! อย่างว่าเสน่ห์ไม่แรงจริงแมงกะพรุนไม่โผเข้าหาหรอกนะ พิษของมันคล้ายโดนของร้อนลวกวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นใช้ทรายขัดให้ขน
พิษหลุดออกแล้วนำผักบุ้งทะเลขยี้แล้วโปะบนแผลหรือว่านหางจระเข้ก็ได้นำส่วนเป็นวุ้นทาบริเวณบาดแผลก็ช่วยบรรเทาอาการได้อักโข
ตลาดห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรมีอาหารทะเลสด ๆ หลากหลาย เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึกตัวเขื่องในราคาสบายกระเป๋า ไข่
ปลาหมึกเสียบไม้บนเตาร้อน ๆ ส่งกลิ่นยั่วน้ำลายหลังจากชิมแล้วต้องยกนิ้วโป้งให้เลย ทุเรียนรสล้ำ มังคุดรสเลิศ ก็มีให้ซื้อหาในราคากันเองมี
หลากสายพันธุ์ทั้งชะนี หมอนทอง รวมถึงเงาะสีแดงสดยกมาขายเป็นพวงเหมือนเพิ่งปลิดกิ่งจากต้นสด ๆ ร้อน ๆ เลยทีเดียว
คืนแรกพวกเรา ปิ้ง ย่าง อาหารทะเลอย่างเอร็ดอร่อย เนื้อปลาหมึกกับกุ้งตัวอวบหวานนุ่มลิ้นเพราะความสดกับน้ำจิ้มซีฟู้ดของเพื่อนสาวยอดแม่
บ้านสู้อุตส่าห์ปรุงรสโขลกน้ำพริกแพ็คติดกระเป๋ามาด้วยช่วยให้อาหารรสแซ่บกว่าที่เป็น รุ่งเช้าอากาศคงเส้นคงวาอึมครึมเช่นเดิม คลื่นลมทะเล
คงแรงต่อเนื่องทะเลสีขุ่นแต่ยังมีเสน่ห์ชวนให้ลงเล่นอีกครั้งไม่หวั่นแม้แผลยังไม่ตกสะเก็ด(เข้าข่ายไม่เข็ดหลาบ) ยามโพล้เพล้พวกเรานั่งรถ
เลียบชายฝั่งไปถึงสวนสนซึ่งอยู่ในเขตอำเภอบ้านเพนับเป็นหาดธรรมชาติแห่งหนึ่งรวมถึงมีบังกะโล บ้านเช่า และอุปกรณ์การเล่นน้ำไว้คอย
บริการนักท่องเที่ยว เมื่อเท้าแตะลงบนพื้นทรายต้องสะดุดกับชายหาดซึ่งกลาดเกลื่อนไปด้วยเศษขยะส่งผลให้ทัศนียภาพหมองไปถนัดตาทั้งที่
โลเกชั่นนั้นร่มรื่นอยู่แล้วหนำซ้ำเบื้องหน้าคือเกาะแก้วพิสดารแห่งวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีหรือเกาะเสม็ดนั่นเอง สำหรับคนชอบกีฬาทางน้ำมี
เรือเร็ว และบานาน่าโบ๊ทไว้คอยบริการ สวนสนถือว่าเป็นจุดผ่านทางที่ทัวร์ไหน ๆ อดใจไม่แวะไม่ได้เชียวละ หากรักษาความสะอาดอีกนิด
รับรองได้เลยต้องเป็นชายหาดที่น่าเอนหลังรับโอโซนไม่แพ้หาดไหน ๆ เลย
ค่ำนี้พวกเราขับรถเลียบหาดแม่รำพึงซึ่งมีความยาว 10 กม. เกือบตลอดหาดเรียงรายไปด้วยร้านอาหารทะเลสด ๆ ให้เลือกสรรได้
ตามอัธยาศัย จอดรถไว้ข้างทางก่อนเดินไปหาร้านถูกใจจนขาเริ่มเมื่อยจึงเดินย้อนกลับมาอีกทีแล้วลงมติเป็นเอกฉันท์ “ร้านป้าชู” นี่แหล่ะน่าจะ
เวิร์ก ระหว่างรออาหารอดลุ้นไม่ได้ว่าอาหารจะถูกปากรสชาติถูกใจหรือไม่ เมื่ออาหารถูกลำเลียงผ่านลิ้นลงคอก่อนไหลลงสู่กระเพาะทุกคนพยัก
หน้าหงึกหงักลงความเห็นว่าเอาไปเลยห้าดาวในสนนราคาย่อมเยา
ก่อนกลับแวะบ้านเพแหล่งรวมของฝากมีให้เลือกหลากหลาย ปลาหมึกแห้ง ปลาหมึกกรอบ ปลาหมึกหวาน กุ้งแห้ง และอาหาร
ทะเลแห้งสารพัดชนิด หรือทุเรียนทอดกรอบโรยเกลือร้อน ๆ จากเตา จนเลือกไม่ถูกบางครั้งต้องใช้สมาธิอย่างหนักในการตัดสินใจซื้อเพราะ
อยากได้ไปหมดเข้าข่ายรักพี่เสียดายน้องยังไงยังงั้นเลย
เข้าสู่กรุงเทพฯ ฝนเริ่มปรอยลงมาเป็นการต้อนรับสู่มาตุภูมิชุ่มฉ่ำนัก อย่างว่าไปทะเลบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนได้อารมณ์ไปอีก
แบบ...ฝนตกลงมาแล้วไม่รู้ว่าช่วยดับดีกรีความร้อนแรงของการเมืองได้หรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ต้องติดตามตอนต่อไป..ว่าไหม
ทะเลสีขุ่นกับวันครึ้มฝน
ท่ามกลางบรรยากาศอันร้อนระอุของการเมืองที่มีปัญหาความขัดแย้งเริ่มมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้จึงงดเว้นการรับรู้ข่าวสาร
ขอออก ไปสูดอากาศในฤดูฝนซึ่งมาเยือนเร็วกว่าทุกปี ทะเลเป็นทางออกสุดฮิตเสมอไม่ว่าฤดูไหน หาดแม่รำพึงจังหวัดระยองเป้าหมายหลัก
มีบังกะโล บ้านเช่า ไว้คอยบริการตลอดเส้นทางเลียบหาดและห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 179 กม. ครั้นอยากข้ามไปเกาะเล็กเกาะน้อยก็เกรงฟ้า
ฝนไม่เป็นใจจึงขอวนเวียนเลียบชายฝั่งดีที่สุด อากาศก่อนออกเดินทางขมุกขมัวไร้แสงแดดแรงกล้าช่วยให้การเดินทางไม่ร้อนนักออกจะเย็น
สบายด้วยซ้ำ ถึงบ้านพักช่วงบ่ายแก่ ๆ หลังจากโยนสัมภาระเข้าที่แล้วฉันไม่รอรีรีบลงเล่นน้ำก่อนใครปล่อยเพื่อนร่วมทริปขับรถเข้าตลาดซึ่ง
ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรหาอาหารทะเลสด ๆ มาปิ้ง ย่าง ในมื้อค่ำ และฉันจะตามไปสมทบทีหลัง อากาศยังคงครึ้มดีใจไม่ต้องกลัวแดด
มาระคายผิวแต่คิดผิดถนัดแดดไม่มีแต่แมงกะพรุนนะพรึ่บ..! เที่ยวทะเลหลายครั้งหลายหนยังไม่เคยลิ้มลองพิษสงของมันซักทีครั้งนี้โชคดีกว่า
ใครหลังดำผุดดำว่ายได้ไม่นานใต้น้ำคล้ายมีเศษผ้าพลิ้วไหวผ่านขาไปอาการปวดแสบปวดร้อนก่อตัวทันที ใช่แล้ว!!..เจ้าแมงกะพรุนน้อย
นั่นเอง.! อย่างว่าเสน่ห์ไม่แรงจริงแมงกะพรุนไม่โผเข้าหาหรอกนะ พิษของมันคล้ายโดนของร้อนลวกวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นใช้ทรายขัดให้ขน
พิษหลุดออกแล้วนำผักบุ้งทะเลขยี้แล้วโปะบนแผลหรือว่านหางจระเข้ก็ได้นำส่วนเป็นวุ้นทาบริเวณบาดแผลก็ช่วยบรรเทาอาการได้อักโข
ตลาดห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรมีอาหารทะเลสด ๆ หลากหลาย เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึกตัวเขื่องในราคาสบายกระเป๋า ไข่
ปลาหมึกเสียบไม้บนเตาร้อน ๆ ส่งกลิ่นยั่วน้ำลายหลังจากชิมแล้วต้องยกนิ้วโป้งให้เลย ทุเรียนรสล้ำ มังคุดรสเลิศ ก็มีให้ซื้อหาในราคากันเองมี
หลากสายพันธุ์ทั้งชะนี หมอนทอง รวมถึงเงาะสีแดงสดยกมาขายเป็นพวงเหมือนเพิ่งปลิดกิ่งจากต้นสด ๆ ร้อน ๆ เลยทีเดียว
คืนแรกพวกเรา ปิ้ง ย่าง อาหารทะเลอย่างเอร็ดอร่อย เนื้อปลาหมึกกับกุ้งตัวอวบหวานนุ่มลิ้นเพราะความสดกับน้ำจิ้มซีฟู้ดของเพื่อนสาวยอดแม่
บ้านสู้อุตส่าห์ปรุงรสโขลกน้ำพริกแพ็คติดกระเป๋ามาด้วยช่วยให้อาหารรสแซ่บกว่าที่เป็น รุ่งเช้าอากาศคงเส้นคงวาอึมครึมเช่นเดิม คลื่นลมทะเล
คงแรงต่อเนื่องทะเลสีขุ่นแต่ยังมีเสน่ห์ชวนให้ลงเล่นอีกครั้งไม่หวั่นแม้แผลยังไม่ตกสะเก็ด(เข้าข่ายไม่เข็ดหลาบ) ยามโพล้เพล้พวกเรานั่งรถ
เลียบชายฝั่งไปถึงสวนสนซึ่งอยู่ในเขตอำเภอบ้านเพนับเป็นหาดธรรมชาติแห่งหนึ่งรวมถึงมีบังกะโล บ้านเช่า และอุปกรณ์การเล่นน้ำไว้คอย
บริการนักท่องเที่ยว เมื่อเท้าแตะลงบนพื้นทรายต้องสะดุดกับชายหาดซึ่งกลาดเกลื่อนไปด้วยเศษขยะส่งผลให้ทัศนียภาพหมองไปถนัดตาทั้งที่
โลเกชั่นนั้นร่มรื่นอยู่แล้วหนำซ้ำเบื้องหน้าคือเกาะแก้วพิสดารแห่งวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีหรือเกาะเสม็ดนั่นเอง สำหรับคนชอบกีฬาทางน้ำมี
เรือเร็ว และบานาน่าโบ๊ทไว้คอยบริการ สวนสนถือว่าเป็นจุดผ่านทางที่ทัวร์ไหน ๆ อดใจไม่แวะไม่ได้เชียวละ หากรักษาความสะอาดอีกนิด
รับรองได้เลยต้องเป็นชายหาดที่น่าเอนหลังรับโอโซนไม่แพ้หาดไหน ๆ เลย
ค่ำนี้พวกเราขับรถเลียบหาดแม่รำพึงซึ่งมีความยาว 10 กม. เกือบตลอดหาดเรียงรายไปด้วยร้านอาหารทะเลสด ๆ ให้เลือกสรรได้
ตามอัธยาศัย จอดรถไว้ข้างทางก่อนเดินไปหาร้านถูกใจจนขาเริ่มเมื่อยจึงเดินย้อนกลับมาอีกทีแล้วลงมติเป็นเอกฉันท์ “ร้านป้าชู” นี่แหล่ะน่าจะ
เวิร์ก ระหว่างรออาหารอดลุ้นไม่ได้ว่าอาหารจะถูกปากรสชาติถูกใจหรือไม่ เมื่ออาหารถูกลำเลียงผ่านลิ้นลงคอก่อนไหลลงสู่กระเพาะทุกคนพยัก
หน้าหงึกหงักลงความเห็นว่าเอาไปเลยห้าดาวในสนนราคาย่อมเยา
ก่อนกลับแวะบ้านเพแหล่งรวมของฝากมีให้เลือกหลากหลาย ปลาหมึกแห้ง ปลาหมึกกรอบ ปลาหมึกหวาน กุ้งแห้ง และอาหาร
ทะเลแห้งสารพัดชนิด หรือทุเรียนทอดกรอบโรยเกลือร้อน ๆ จากเตา จนเลือกไม่ถูกบางครั้งต้องใช้สมาธิอย่างหนักในการตัดสินใจซื้อเพราะ
อยากได้ไปหมดเข้าข่ายรักพี่เสียดายน้องยังไงยังงั้นเลย
เข้าสู่กรุงเทพฯ ฝนเริ่มปรอยลงมาเป็นการต้อนรับสู่มาตุภูมิชุ่มฉ่ำนัก อย่างว่าไปทะเลบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนได้อารมณ์ไปอีก
แบบ...ฝนตกลงมาแล้วไม่รู้ว่าช่วยดับดีกรีความร้อนแรงของการเมืองได้หรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ต้องติดตามตอนต่อไป..ว่าไหม