1 AM ตอนที่ 3

กระทู้สนทนา
CHAPTER 3


Confessions of a Dangerous Mind


สายน้ำจากก๊อกกระทบผิวน้ำดังกังวาลไปทั่วห้อง ล่วงเลยจนพลบค่ำ แก๊บบีบยาสีฟันใส่ปลายขนแปรงขนาดเท่าปลายก้อย น้ำยังคงไหลเพิ่งถึงค่อนถัง ข้างๆกันมีถังน้ำที่เขาซื้อมาใหม่จากร้านชำ อ่างล้างหน้าเกรอะกรังที่ก๊อกใช้การไม่ได้ ข้างบนคือฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบจากความชิ้นปรากฏสีดำเป็นจ้ำๆเหมือนศิลปะแนวเอ็กซ์เพรสชันนิสซึม แก๊บหวนนึกถึงพ่อแม่ที่โคราช ไม่รู้ว่าเวลานี้พวกเขากำลังทำอะไร อาจกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับจอย น้องสาวอีกคนที่เพิ่งเข้าเรียนมอปลาย

โทรศัพท์จากปอนด์นัดกินข้าวที่ร้านข้าวมันไก่หน้าซอย ระหว่างที่แก๊บเดินออกมาจากตึกหอพัก โลกก็กลับเข้าสู่ความเคลื่อนไหว เสียงจอแจของคน รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ แก๊บหยิบหูฟังเครื่องเล่น mp3 เปิดเพลงในเพลย์ลิสท์

The Haunted House [Part Time Musicians]

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ




เบื้องหน้าคือฝูงชนที่ต่างเดินกันไม่สนใจใคร แก๊บมองไปเห็นสาวผมสั้นผมน้ำตาลทอง กำลังยิ้มให้หนุ่มที่เธอควงแขนอยู่ ทั้งสองเดินมุ่งหน้าไปด้วยกัน พลันเธอก็เอื้อมมือไปแตะที่ก้นเขาเบาๆ แก๊บได้แต่มองไปที่มือข้างนั้นที่แนบสนิทกับก้นของชายผู้โชคดีคนนั้น

"เอ่ออออออ" เสียงเรอออกมาเบาๆของปอนด์ แก๊บเหลือกตามมอง

บนจานของปอนด์มีแตงกวาเหลือทิ้งไว้ ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน ทั้งคู่นั่งกันอยู่ที่ร้านข้าวมันไก่ริมถนนที่แม้ไม่ได้ขายดีเป็นเทน้ำ แต่ก็มีคนมานั่งอยู่เรื่อยๆไม่ขาด บนถนนมีรถขับผ่านไปมา รถทัวร์คันใหญ่ขับแนบมาเลียบเคียงฟุตบาธที่แก๊บและปอนด์นั่งอยู่ ปอนด์ยกมือขึ้นโบกทักทาย แก๊บมองตามโดยพยายามสังเกตว่ามีใครในรถโบกมือทักกลับมาไหม เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปก็เห็นท้องฟ้ายามค่ำอมสีแดงระเรื่อเหมือนเจือไปด้วยเลือด

เสียงลมพัดกับเสียงของเศษถุงพลาสติคที่ปลิวว่อน แก๊บยืนอยู่หน้าร้าน ACDC ลมแรงปะทะหน้า ให้นึกถึงตอนที่อยู่ในห้องเช่าช่วงกลางวัน หลังตื่นขึ้นมาในช่วงบ่ายสามที่อากาศค่อนข้างร้อน เขาชันตัวขึ้นรับลมจากพัดลมตั้งพื้นที่ปะทะเข้าหน้า บางครั้งก็แหงนมองไปที่หลอดไฟนีออนที่ดับอยู่ ในความเงียบงันของตึกปูนนี้ จะมีใครรับรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน ต่างห้องที่มีผนังเป็นเครื่องกั้น ใช้ชีวิตในรูปแบบต่างกันไปและอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมจำนวนมากมายนี้

แก๊บกลับเข้าสู่โลกความเป็นจริง เดินกลับเข้ามายังร้าน ACDC นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ หันไปหาปอนด์ที่แคชเชียร์

"พี่เอาบัตรทรู 90 ดิ"
"มีแต่สลิปว่ะ"
"เออใช่ ลืมไป เปลี่ยนเอาสลิปแค่ 50 ก็พอ"

แก๊บรับสลิปจากมือปอนด์ พร้อมยื่นแบงค์ 50 ให้ เขาเดินเข้าไปหลังร้าน ถัดจากห้องสต็อกมีล็อคเกอร์เก่าๆอยู่ แก๊บย่อตัวลงเปิดล็อกเกอร์ ข้างในมีเสื้อกันหนาวแบบมีฮู้ดเผื่อไว้ใส่ตอนเช้าที่อากาศหนาว แต่กรุงเทพกลับไม่เคยหนาวสักวัน ร่มคันหนึ่ง และกระเป๋าสะพายสีดำ แก๊บเปิดกระเป๋าออก หยิบโทรศัพท์มือถือโนเกียหน้าจอขาวดำ ไม่ปรากฏว่ามีสายใดโทรเข้า ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาอย่างทุกวัน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องพกมันใส่กางเกง สำหรับแก๊บมือถือมีไว้ใช้เพื่อโทรหาคนอื่นเท่านั้น เขากดรหัสเติมเงินที่เห็นจากสลิป ซักพักจำนวนเงินคงเหลือแสดงที่หน้าจอ 52.25 บาท

เสียงฟ้าร้องครืนใหญ่ดังเข้ามาถึงในร้าน มองนาฬิกาเวลาเที่ยงคืนสี่สิบหกนาที ภายนอกฝนค่อยๆลงเม็ด วงกลมเล็กๆปรากฏรอยน้ำขึ้นบนพื้นคอนกรีตจำนวนมากมาย ก่อนจะกลายเป็นเสียงฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอัดแน่นเหมือนเสียงซ่าของทีวี ปอนด์เดินเข้ามาหยิบกระดาษลังที่หลงเหลืออยู่มาปูตรงทางเข้าหน้าร้าน ให้คนที่เข้ามาเช็ดก่อนที่จะเหยียบเข้าร้าน พื้นจะได้ไม่เปื้อนมาก แก๊บทำท่าจะหยิบมาวางอีกอัน

"เฮ้ย ไม่ต้อง อันเดียวพอ"

แก๊บพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เขามองปอนด์กำลังนั่งยองๆเอากระดาษกางออกวางตรงภายนอกร้านที่ประตูทางเข้า สักพักก็หยุดนิ่ง แล้วหันมาพูดกับแก๊บ

"กินข้าวมันไก่แล้วปวดขี้ว่ะ"
"ผมไม่เห็นปวดเลย" แก๊บพูดพลางเลิกคิ้ว
"เฝ้าไว้นะ ไปขี้ก่อน" พูดจบก็เดินหายเข้าหลีงร้าน เลี้ยวเข้าไปยังห้องน้ำ

เสียงฝนที่ตกกระหน่ำยังคงดังทึบๆอยู่ในร้านแม้ว่าประตูจะปิดสนิท เมื่อหันมองไปด้านนอกก็แทบจะไม่เห็นอะไรเลยนอกจากม่านสายฝนบดบังแสงจากรถที่เห็นเป็นครั้งคราว ในความมืดนั้นร่างหนึ่งก็ผุดเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มุ่งหน้ามาที่ประตูทางเข้าร้าน ประตูเปิดออกพลันเสียงฝนก็เสียดแทงเข้ามา กลบเสียงเพลงจากลำโพงเครื่องเล่นในร้าน ที่กำลังเล่นเพลงของมัลคอม แมคลาเลน

About Her [Malcolm Mclaren]

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ




"ACDC ยินดี...ต้อนรับ" เสียงแก๊บแผ่วลงเรื่อยๆ จนขาดช่วงและกลืนหายไปในลำคอ

เบื้องหน้าคือหญิงสาวคนนั้น แขกประจำร้านที่มักจะมาตอนกลางดึก แต่ครั้งนี้เธอโผล่มาในสภาพเปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำ สีหน้าของเธอดูราวกับคนสิ้นหวัง มือที่กำลังกอดกระเป๋าถือสีขาวไว้แน่น ผมยาวเปียกชุ่มจนหยดน้ำร่วงลงพื้น เสื้อสายเดี่ยวสีดำที่ดูไม่คุ้นตาขณะนี้เปียกชุ่ม เรือนร่างที่หายใจหอบจากที่วิ่งหลบฝนเข้ามากำลังสั่นเทาเล็กๆเพราะกระทบกับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ พลันสายตาของเธอมองมาที่แก๊บอย่างตระหนกระคนกับขอความช่วยเหลือ แก๊บไม่ทันตั้งตัว หลบสายตาเพราะคิดว่าจะดูเป็นการละลาบละล้วงที่จ้องมองเธออยู่ตอนนี้

"โอ๊ะ ขอโทษค่ะ"

ประโยคแรกที่เอื้อนเอ่ยจากปากของเธอ ทำให้แก๊บมองกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวพยายามถอยเท้ากลับไปที่แผ่นกระดาษลังที่วางอยู่หน้าทางเข้า แก๊บรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดให้เขาเดินออกจากช่องแคชเชียร์ไปหาเธอ

"อ๋อ ไม่เป็นไรครับ เข้ามาเลย" แก๊บเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ พลางหันไปมองที่กระดาษลังที่วางอยู่ที่มีเพียงรอยเท้าเพียงก้าวเดียว

เขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่แผ่วเบาของหญิงสาว ซึ่งขณะนี้กำลังก้มหน้ามองพื้น แก๊บที่สูงกว่า มองใบหน้าเธอและปอยผมที่มีน้ำหยดแหมะๆ พวงแก้มมีร่องรอยของเครื่องสำอางค์ที่ยังเช็ดออกไม่หมดและริมฝีปากที่เจือลิปสติค เธอเงยหน้ามาสบตาแก๊บ

"ขอโทษนะ ทำพื้นเปียก" สาวเจ้าพยายามกลั้วหัวเราะท้ายประโยค ให้รู้สึกว่าเป็นความไม่จงใจและอ่อนเดียงสา

สายตาที่มองมายังแก๊บเหมือนขออภัยจากความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ แก๊บมองตามไปที่พื้นมีน้ำเจิ่งนองขนาดย่อมๆ และเรียวขาขาวผุดผ่องที่สวมอยู่บนรองเท้าสีครีมเปิดข้างที่ยกส้นขึ้นมาเล็กน้อย

"ไม่เป็นไรครับ อืม เดี๋ยวผมเอาไม้มาถูเอง เข้าไปซื้อได้นะครับ"

หญิงสาวยังคงยืนนิ่ง แก๊บรู้สึกไม่ควรมายืนกดดันเธอตรงนี้ อันที่จริงเขาไม่ควรเดินออกมาจากแคชเชียร์เลยด้วยซ้ำ ขณะที่เขาหันกลับพยายามจะก้าวเท้าเดินออกไป ก็มีบางสิ่งกระชากตัวเขากลับมาอย่างแรง


ภาพจากกล้อง cctv เผยให้เห็นชั่วขณะนั้น เป็นภาพมุมสูงที่บันทึกเหตุการณ์ในจุดที่แก๊บกับหญิงสาวยืนอยู่ ห่างจากหน้าประตูเพียงไม่กี่เมตร เธอกำลังก้าวเท้าแล้วเกิดเสียหลัก ปลายเท้าข้างขวาไถลไปข้างหลังกับพื้นกระเบื้องด้วยความลื่นจากน้ำที่นอง ร่างของเธอพุ่งเตลิดไปข้างหน้าเข้าหาแก๊บ ขณะที่แก๊บกำลังเดินฉากออก ด้วยสัญชาติญาณการเอาตัวรอดของเธอ เธอทะยานคว้าเสื้อแก๊บสุดแรง มือคว้าหมับเข้าที่ไหล่ค่อนไปข้างหลัง แก๊บรู้สึกได้ถึงแรงกระชากโดยไม่ทันตั้งตัวจนเกือบเสียหลัก แต่ก็ยังทรงตัวอยู่ได้เพราะทิ้งน้ำหนักไปข้างหน้าจากการก้าวพอดี เขาหันกลับไปมองอย่างงุนงง เห็นมือของเธอกำลังขยุ้มที่เสื้อของเขาจนตัวเขาถูกรั้งเอนไปด้านหลัง

หญิงสาวตั้งหลักได้โดยไม่ล้มหน้าคะมำ พอรู้สึกตัวเธอรีบกระชากมือกลับ กุมมือทั้งสองข้างแนบอกไว้ สีหน้าเธอประหวั่นพรั่นพรึง ต่างจากแก๊บที่กำลังฉงนในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

"โอ๊ย ตายแล้ว เจ็บไหมคะ" หญิงสาวร้องทัก ตีสีหน้าเหยเก มองไปที่หลังของแก๊บ

แก๊บมองเผยอปากค้าง ไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไรและทำอะไรกับเขา

"อ่ะ..เอ่อ ไม่เป็นไรครับ" เขาหันหลังกลับ เดินมุ่งหน้าไปเหมือนไม่มีอะไร

ขณะที่หญิงสาวยังคงนิ่งเงียบ มองแผ่นหลังของแก๊บที่เดินหายไปยังประตูห้องสต็อก ที่เสื้อเขายังคงมีรอยยับที่เกิดจากน้ำมือเธอ เธอยิ้มแหยๆแล้วก้มมองมือตัวเอง เล็บทาสีแดงฉานที่ยาวเป็นทรงกลีบบัวที่เมื่อสักครู่ได้ข่วนชายคนนั้นไปสุดแรง

เมื่อหันกลับมองไปที่ข้างนอก ฝนยังคงตกกระหน่ำโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือซาลง เธอค่อยๆเอื้อมมือเช็ดคราบน้ำที่แขนทั้งสองข้าง หันหลังมือเช็ดที่คางและลำคอ เมื่อมองไปที่แคชเชียร์ที่ว่างเปล่า และเชลฟ์ที่เต็มไปด้วยสินค้ามากมายแต่กลับไม่รู้จะซื้ออะไร อีกทั้งยังรู้สึกหนาววาบเข้าไปถึงกระดูกเมื่อถูกแอร์เป่า ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วมุ่งเข้าไปสู่ประตู หวังจะเรียกหาแท็กซี่ซักคัน

"เดี๋ยวก่อนครับ" เสียงของแก๊บขัดจังหวะที่จะก้าวออกไป เธอหันมาทางต้นเสียง
"เอาร่มผมไปก็ได้ วันหลังค่อยเอามาคืน"

แก๊บเดินย่างเข้ามาพร้อมกับร่มที่อยู่ในมือ เธอมองเขาที่กำลังย่างกรายเข้ามาเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวในยามนี้ เขาเข้าไปเอาร่มมาให้ฉัน ก่อนที่จะไปเอาไม้ถูพื้นเสียด้วยซ้ำ เธอยืนตัวแข็งไม่ขยับไปไหน รอให้แก๊บเข้ามาใกล้เรื่อยๆ  จนเธอรู้สึกว่าควรเดินไปรับร่มจากเขา ทั้งคู่มาหยุดยืนที่เชลฟ์ของช็อกโกแล็ต ระหว่างทั้งสองมีช็อคโกแล็คที่เขียนว่า bitter sweet

"ถ้าไม่รังเกียจ ใส่เสื้อผมก็ได้ เดี๋ยวข้างนอก..." แก๊บเหมือนนึกคำพูดต่อไม่ออก เขาเลยละสายตาจากเธอและยื่นร่มให้ มืออีกข้างถือเสื้อกันหนาวอยู่

ขณะที่เธอตกอยู่ในห้วงความคิดที่มีใครสักคนได้หยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ ก่อนจะได้สติให้รับร่มที่ยื่นส่งมา

"ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวมองที่ร่มอย่างเกรงอกเกรงใจ ต่างจากแก๊บที่มองเธออย่างเป็นห่วงและสงสาร เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีทีท่าจะปฏิเสธอะไร เขาจีงยกเสื้อกันหนาวชูขึ้นเหมือนจะสวมให้ แต่ก็ยั้งมือไว้หรือจะส่งให้เธอไปใส่เองดีกว่า

"เอ่อ..เอาเสื้อคลุมไว้ละกันนะครับ" แก๊บงกๆเงิ่นๆพยายามปล่อยเสื้อลงคลุมไหล่ทั้งสองข้างของเธอ โดยไม่ให้เหมือนการลวนลาม

"เดี๋ยวมันเปียกนะคะ"

"ไม่เป็นไรครับ ใส่ไปดีกว่า"

เมื่อเห็นดังนั้น หญิงสาวจึงคว้าแขนสวมเสื้อเข้าไปเอง

"ขอบคุณนะ" เธอหันกลับมายิ้มหวาน เสียงเธอสั่นเครืออยู่นิดๆ

แก๊บยังคงยืนนิ่ง พยายามมองรอบๆว่าจะมีอะไรหยิบฉวยเพื่อช่วยได้อีก ขณะที่สายตาที่เธอมองกลับมาหาเขาในความรู้สึกตื้นตัน แก๊บหันมาสบตาเธออีกครั้ง เธอรู้สึกเขินจนทำตัวไม่ถูก

"อืม เราส้มนะ" เธอพูดไปยิ้มไป แก๊บจ้องมองเธอด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า
"........."
"ผมแก๊บครับ"
"แก๊บ" เสียงของส้มย้ำเบาๆอีกครั้ง

เธอยังคงมีรอยยิ้มเจืออยู่บนใบหน้า แก๊บยิ้มตอบ เธอพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แล้วหันหลังกลับเดินไปที่ประตู แก๊บยังคงมองเธออยู่โดยไม่ละสายตาไป จนกระทั่งเธอหยุดนิ่งที่หน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์

"แก๊บ"

เสียงของส้มแว่วอย่างแผ่วเบา แต่ยังพอที่จะได้ยิน เธอก้มหน้าพูดอยู่โดยไม่เงยหน้ามอง แล้วทั้งร้านก็อยู่ในความเงียบงัน

"แล้วเจอกันอีกนะ" เธอหันมาพูดกับแก๊บ

รอยยิ้มของเธอช่างแสนเศร้าต่างจากรอยยิ้มเมื่อสักครู่ก่อนหน้า คำพูดในน้ำเสียงที่กลั่นออกมานั้นทำให้แก๊บสัมผัสได้ถึงความอ้างว้างในจิตใจของเธอ ไม่ต่างจากที่เขาเองเคยเผชิญ ความโดดเดี่ยวที่ยาวนานได้กัดกร่อนลึกลงข้างใน จนอยากจะทะนุถนอมผู้หญิงคนนี้ให้นานที่สุด ที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้พูดคุยกับใครนอกจากปอนด์ และไม่ได้เอ่ยคำพูดที่มากไปกว่า ยินดีต้อนรับ และโอกาสหน้าเชิญใหม่ เมื่อส้มก้าวพ้นประตูออกไป เสียงสาดซัดของฝนก็เข้าปะทะโสตประสาทจนอื้ออึงไปหมด

แก๊บได้แต่นิ่งงันอยู่อย่างนั้น ไม่มีคำพูดใดๆที่จะเอ่ยกับส้ม แต่ความรู้สึกกลับพรั่งพรูเปี่ยมล้นทั้งเศร้าและสุขจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ จนส้มเดินหายลับไปกลางสายฝน

ทันใดนั้นปอนด์ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ขยับสายเข็มขัดให้เข้าที่ เมื่อเงยหน้ามามองแก๊บ สีหน้าของปอนด์ก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก เขาแผดร้อง

"เฮ้ย ไอ้แก๊บ"  แก๊บสะดุ้งเฮือก หันไปหาต้นเสียง ปอนด์กำลังชี้มือมาที่หลังของแก๊บ

"เลือด"

แก๊บทำหน้าเหวอ แล้วหันขวับไปข้างหลังตามที่ปอนด์ชี้ แต่กลับไม่เห็นอะไร ปอนด์คว้าตัวแก๊บลากไปที่กระจกนูนที่ติดอยู่มุมบนของร้าน ใกล้ตู้ขายเครื่องดื่ม แก๊บรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้น ก่อนจะเห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดในกระจก
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่