บรรทัดฐาน ศาล ต่อการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ปี 2554 กับปี 2556
ทั้งๆ ที่
รายละเอียดของคำสั่งที่ 4/2554 เรื่องพิจารณาที่ 4/2554 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 ของศาลรัฐธรรมนูญมีความแจ่มชัดอย่างยิ่ง
แจ่มชัดในบทบาทของมาตรา 154 ของรัฐธรรมนูญว่ามีแค่ไหน เพียงใด
แล้วเหตุใดพรรคประชาธิปัตย์จึงมองข้าม แล้วเหตุใดกลุ่ม 40 ส.ว.จึงทำเสมือนว่าไม่เคยมีคำสั่งอย่างนี้ออกมาจากศาลรัฐธรรมนูญ
จึงพยายามที่จะอาศัยช่องทางมาตรา 154
เป็นความพยายามสกัดขัดขวางและยับยั้งมิให้ร่างพ.ร.บ.รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยที่มาของ ส.ว.ซึ่งผ่านวาระ 3 จากที่ประชุมรัฐสภาไปแล้ว สามารถเดินหน้าไปได้
รู้ทั้งรู้จากคำสั่งที่ 4/2554 แต่ก็ยังไม่ยอมรับ
ทั้งเคลื่อนไหวโดยยื่นเรื่องผ่านประธานรัฐสภา ทั้งเคลื่อนไหวโดยยื่นเรื่องร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง
เหตุปัจจัยใดจึงเป็นไปเช่นนั้นได้
น่าเศร้าก็ตรงที่
คำร้องของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ก็เพื่อจะสกัดขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในยุครัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
คำสั่งที่ 4/2554 ไม่รับคำร้อง
จากนั้น รัฐสภาในยุคที่ นายชัย ชิดชอบ เป็นประธานก็ส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีก็นำร่างแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
เป็นเรื่องตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554
เป็นไปได้หรือที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่รู้ เป็นไปได้หรือไม่ที่ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ไม่รู้ เป็นไปได้หรือที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่รู้ เป็นไปได้หรือที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ไม่รู้ เป็นไปได้หรือที่ นายสมชาย แสวงการ ไม่รู้
รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังทำ
แท้จริงแล้ว บทบาทของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ในฐานะประธานรัฐสภา บทบาทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี
ก็ทำไปตามที่รัฐธรรมนูญ “อนุญาต” ให้ทำ
นั่นก็คือ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมตามช่องทางของมาตรา 291 ผ่านวาระ 3 ในที่ประชุมรัฐสภาก็ถือว่าสมบูรณ์
ก็ต้องส่งเรื่องให้ “นายกรัฐมนตรี”
นั่นก็คือ เมื่อนายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องจากประธานรัฐสภา ก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 150 และ 151 นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
ทำตามกฎหมาย ทำตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อเดือน
กุมภาพันธ์ 2554 ศาลรัฐธรรมนูญยึดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด
น่าติดตามว่าใน
เดือนตุลาคม 2556 ศาลรัฐธรรมนูญจะยึดหลักการเดียวกันกับที่เคยยึดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 หรือไม่
อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ
ข่าวสดออนไลน์3 ตุลาคม พ.ศ. 2556
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE1EY3lOVGd4TXc9PQ==§ionid=
????????????????????????????????????????
"...... เมื่อเดือน
กุมภาพันธ์ 2554 ศาลรัฐธรรมนูญยึดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด
น่าติดตามว่าใน
เดือนตุลาคม 2556 ศาลรัฐธรรมนูญจะยึดหลักการเดียวกันกับที่เคยยึดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 หรือไม่
อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ....."
อย่าฝันว่าจะรอดสายตาสังคมไปได้
ทำอะไร ทำให้เนียน....นะ จำอวดหลงยุค
อำนาจใครก็อำนาจของคนนั้น อย่าก้าวก่ายกัน....
วลีเด็ดของวันนี้และตลอดไปอีกนาน......
“
คราวนั้นให้เกียรติ คราวนี้ไม่ให้เกียรติแล้ว คราวนี้ผมทำได้อย่างเดียว เดินตามกรอบรัฐธรรมนูญเท่านั้น
คุณใช้อำนาจอะไร ผมใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญสั่งผม รัฐธรรมนูญบอกว่าพ้น 15 วัน ต้องลงมติวาระที่สาม
รัฐธรรมนูญสั่ง แล้วคุณเอาอะไรมาสั่ง ทำไมผมต้องฟังคุณ”
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา พูดดังๆออกอากาศไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ
http://pantip.com/topic/31050599
จากข่าวสด..บรรทัดฐาน ศาล ต่อการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ปี 2554 กับปี 2556...จะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ประชาชนจับตาดูอยู่
ทั้งๆ ที่รายละเอียดของคำสั่งที่ 4/2554 เรื่องพิจารณาที่ 4/2554 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 ของศาลรัฐธรรมนูญมีความแจ่มชัดอย่างยิ่ง
แจ่มชัดในบทบาทของมาตรา 154 ของรัฐธรรมนูญว่ามีแค่ไหน เพียงใด
แล้วเหตุใดพรรคประชาธิปัตย์จึงมองข้าม แล้วเหตุใดกลุ่ม 40 ส.ว.จึงทำเสมือนว่าไม่เคยมีคำสั่งอย่างนี้ออกมาจากศาลรัฐธรรมนูญ
จึงพยายามที่จะอาศัยช่องทางมาตรา 154
เป็นความพยายามสกัดขัดขวางและยับยั้งมิให้ร่างพ.ร.บ.รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยที่มาของ ส.ว.ซึ่งผ่านวาระ 3 จากที่ประชุมรัฐสภาไปแล้ว สามารถเดินหน้าไปได้
รู้ทั้งรู้จากคำสั่งที่ 4/2554 แต่ก็ยังไม่ยอมรับ
ทั้งเคลื่อนไหวโดยยื่นเรื่องผ่านประธานรัฐสภา ทั้งเคลื่อนไหวโดยยื่นเรื่องร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง
เหตุปัจจัยใดจึงเป็นไปเช่นนั้นได้
น่าเศร้าก็ตรงที่คำร้องของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ก็เพื่อจะสกัดขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในยุครัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
คำสั่งที่ 4/2554 ไม่รับคำร้อง
จากนั้น รัฐสภาในยุคที่ นายชัย ชิดชอบ เป็นประธานก็ส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีก็นำร่างแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
เป็นเรื่องตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554
เป็นไปได้หรือที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่รู้ เป็นไปได้หรือไม่ที่ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ไม่รู้ เป็นไปได้หรือที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่รู้ เป็นไปได้หรือที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ไม่รู้ เป็นไปได้หรือที่ นายสมชาย แสวงการ ไม่รู้
รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังทำ
แท้จริงแล้ว บทบาทของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ในฐานะประธานรัฐสภา บทบาทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี
ก็ทำไปตามที่รัฐธรรมนูญ “อนุญาต” ให้ทำ
นั่นก็คือ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมตามช่องทางของมาตรา 291 ผ่านวาระ 3 ในที่ประชุมรัฐสภาก็ถือว่าสมบูรณ์
ก็ต้องส่งเรื่องให้ “นายกรัฐมนตรี”
นั่นก็คือ เมื่อนายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องจากประธานรัฐสภา ก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 150 และ 151 นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
ทำตามกฎหมาย ทำตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ศาลรัฐธรรมนูญยึดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด
น่าติดตามว่าในเดือนตุลาคม 2556 ศาลรัฐธรรมนูญจะยึดหลักการเดียวกันกับที่เคยยึดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 หรือไม่
อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ
ข่าวสดออนไลน์3 ตุลาคม พ.ศ. 2556
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE1EY3lOVGd4TXc9PQ==§ionid=
????????????????????????????????????????
"...... เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ศาลรัฐธรรมนูญยึดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด
น่าติดตามว่าในเดือนตุลาคม 2556 ศาลรัฐธรรมนูญจะยึดหลักการเดียวกันกับที่เคยยึดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 หรือไม่
อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ....."
อย่าฝันว่าจะรอดสายตาสังคมไปได้
ทำอะไร ทำให้เนียน....นะ จำอวดหลงยุค
อำนาจใครก็อำนาจของคนนั้น อย่าก้าวก่ายกัน....
วลีเด็ดของวันนี้และตลอดไปอีกนาน......
“คราวนั้นให้เกียรติ คราวนี้ไม่ให้เกียรติแล้ว คราวนี้ผมทำได้อย่างเดียว เดินตามกรอบรัฐธรรมนูญเท่านั้น
คุณใช้อำนาจอะไร ผมใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญสั่งผม รัฐธรรมนูญบอกว่าพ้น 15 วัน ต้องลงมติวาระที่สาม
รัฐธรรมนูญสั่ง แล้วคุณเอาอะไรมาสั่ง ทำไมผมต้องฟังคุณ”
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา พูดดังๆออกอากาศไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ
http://pantip.com/topic/31050599