โดนเพื่อนว่าว่าไม่มีความพยายาม เพราะเรียนจบมาจะกลับไปทำงานที่บ้าน...
ตอนนี้เรียนอยู่ปี4 แล้ว เป็นช่วงเวลาที่หลายๆคนเริ่มสมัครงาน เพื่อนบางส่วนในเซคก็ได้งานเป็นที่เรียบร้อย
เราในฐานะเพื่อนก็แสดงความยินดีด้วยจริงๆ เพราะแต่ละบริษัทที่ได้ทำก็ระดับบิ๊กทั้งนั้น
พัดเองเรียนสายบัญชี ปิดเทอมที่ผ่านมาก็ฝึกงานใน BIG4 และสอบเข้าที่นั่นเช่นกัน
สอบไปแบบงงๆไม่คิดว่าจะถูกเรียกสัมภาษณ์ แต่แล้ววันหนึ่งบริษัทนั้นก็โทรมาเรียกตัวไปสัมภาษณ์
...แต่พัดเลือกที่จะไม่ไป
โดยที่พัดเป็นคนไม่ได้ชอบป่าวประกาศกับเพื่อนว่าเฮ้ย เราถูกเรียกสัมภาษณ์นะ อะไรทำนองนี้
เพราะมีเพื่อนหลายคนไปสอบ และพัดทราบมาว่าบางคนก็ไม่ถูกเรียก ถ้าเราพูดไปมันอาจจะทำให้เพื่อนรู้สึกไม่ดีได้
แล้ววันนึงมีเพื่อนมาถามว่าพัดไปสัมภาษณ์มารึยัง....พัดก็ตอบสั้นๆว่า 'ไม่ไป'
ไม่รู้เพื่อนนำไปตีความหมายว่าอย่างไร อาจจะเข้าใจไปว่าสอบไม่ติดก็ได้
เอาจริงๆจะคิดอะไรก็คิดไป เพราะถึงสอบติดไม่ติด คำตอบสุดท้ายก็คือไม่ไปนั่นเอง
ถามว่าไม่ไปทำงานที่นั่นแล้วจะทำอะไร?
ทั้งๆที่บริษัทให้เงินเดือนค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับคนที่จบปริญญาตรีใหม่ๆ (ประมาณ 20K ยังไม่รวมสวัสดิการ)
แต่เหตุผลเพราะบ้านพัดอยู่ไกลจากบริษัทมาก และเป็นอาชีพที่เลิกงานไม่ตรงเวลา ไหนจะต้องเดินทางไปไหนต่อไหน
การเดินทางไป-กลับจากบ้านก็คงไม่ไหว ครั้นจะให้เช่าห้องพักอยู่ แถวนั้นก็มีแต่แพงๆ
หลายคนอาจจะคิดว่าห้องถูกๆ 4,000-6,000 ก็มี มันก็ใช่ พัดก็เคยไปหาห้องพักแถวนั้น
ราคา 4,000 นี่ต้องเข้าซอยไปอีกค่อนข้างลึก ถ้าเลิกงานดึกๆ(แค่ฝึกงานก็เลิกจะสี่ทุ่มแล้ว)คิดว่ามันดูเปลี่ยวและอันตรายเกินไป
ส่วนห้องราคา 6K สภาพก็ไม่ค่อยต่างจากโรงแรมผีสิงเท่าไหร่นัก นอกจากจะกลัวเรื่องคนแล้ว ยังต้องกลัวผีอีก
สรุปถ้าพัดจะทำงานที่นั่น พัดต้องหาห้องเช่าที่สะดวกกับการเดินทางทุกเวลา
ง่ายๆก็คืออยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า และนั่นเป็นอะไรที่แพงมากกกกก
คร่าวๆค่าห้อง+ค่าน้ำค่าไฟ อย่างถูกก็น่าจะ 15,000 แล้วเงินเดือนฉันสองหมื่นนิดๆ หักลบแล้วแทบไม่เหลืออะไร ไหนจะค่าแต่งตัว ค่ากิน
แม้ว่าบริษัทจะมีค่า OT หรือ expense ต่างๆให้ แต่พัดก็รู้สึกว่ามันน้อยเกินไป (เห็นรุ่นพี่ทำงานหามรุ่งหามค่ำได้ expense มา 4,000เอง)
พอคำนวณอะไรเสร็จสรรพ พัดเลยตัดสินใจที่จะทำงานที่บ้าน...และนั่นเป็นสาเหตุของคำพูดที่ว่า
"เธอไม่มีความพยายาม"
ฉันไม่มีความพยายาม?...ประโยคนี้ก้องอยู่ในหัววันละหลายรอบ
อาจจะจริงอย่างเพื่อนพูดก็ได้ในแง่ของการที่ฉันไม่ลองไปทำงานดูซะก่อน ไม่ลองหาประสบการณ์
แต่อยากจะบอกว่าเป้าหมายในชีวิตของคนเรามันต่างกัน ตอนนี้พัดมองไปที่เป้าหมายของตัวเองและคำตอบมันไม่ใช่การเป็นมนุษย์เงินเดือน
พัดแค่อยากจะทำงานอะไรก็ได้ที่ทำเงินให้เราได้(อย่างคุ้มค่า) รวมทั้งพัดต้องมีเวลาอยู่กับพ่อแม่ด้วย
เพราะฉะนั้นการไปทำงานในบริษัทใหญ่โตมันเลยไม่ตอบสนองความต้องการได้เท่าที่ควร
มันอาจจะมีหน้ามีตาเวลาคนถามเราว่าทำงานที่ไหน มันอาจจะง่ายเวลาเราขอวีซ่าไปประเทศต่างๆ
มันคงจะดูดีกว่าคำตอบที่บอกว่า "จบปริญญาตรีมาเป็นแม่ค้า"
ค่ะ พัดคงจะกลับไปเป็นแม่ค้า ขายของชำบ้าบอของพัดไป มันดูไม่มีตำแหน่ง ไม่ค่อยมีหน้ามีตาในสังคมอะไร
แต่มีเงิน....
คนเราทำงานก็เพื่อหาเงินไม่ใช่หรอ ที่ไปทำงานหนักๆบริษัทดีๆก็เพื่อเงิน ถามว่าเขาไม่ให้เงินจะทำไหม ก็คงไม่มีใครไปทำ
เพราะฉะนั้น อาชีพอะไรก็แล้วแต่ถ้าทำแล้วตอบสนองความต้องการได้พัดก็ทำอ่ะ
บางทีก็ไม่เข้าใจที่บางคนมองว่า "ก็แค่แม่ค้า" จ่ะ ก็แค่แม่ค้า เป็นอิป้า เป็นอิเจ้ขายของ รายได้ก็ไม่เท่าไหร่
แค่หักค่าใช้จ่าย(แบบฟุ่มเฟือยทั้งหลาย)ก็เหลือเงินหกหลักไว้นอนกอด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้หกหลักคงน้อยสำหรับบางคน แต่ ณ ที่นี้เทียบกับการที่พัดต้องไปทำงานไกลบ้านและมีค่าใช้จ่ายมากกมาย
พูดถึงเรื่องความพยายาม....พัดเชื่อว่าทุกอาชีพต้องอาศัยความพยายามกันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็น Firm ที่พัดไปสอบ ก็ต้องใช้ความพยายามในการทำข้อสอบให้ได้
หรือแม้กระทั่งการเป็นสาว KFC (ที่พัดเคยทำ) ก็ต้องใช้ความพยายามเช่นกัน
แต่ความพยายามของแต่ละอาชีพมันก็ต่างกันไป การกลับมาเป็นแม่ค้าก็ต้องใช้ความพยายาม
เราทั้งต้องซื้อของ แบกของ ขายของ ทนกับพนักงาน รวมทั้งคิดที่จะทำยังไงให้สู้คู่แข่งขาใหญ่อย่าง 7-11 ได้
ทุกอย่างล้วนใช้ความพยายามทั้งสิ้น
พัดอาจจะโชคดีที่ที่บ้านมีทุน มีกิจการเดิมอยู่แล้ว บางคนมองว่าแกสบายแล้วนี่พ่อแม่มีเงินให้
ก็แล้วแต่จะคิด เพราะคนเราไม่ใช่เกิดมาร่ำรวยมีเงินทองกันทุกคน พ่อแม่พัดก็เคยลำบากมาก่อน
พ่อต้องบวชเรียน แม่เป็นเด็กสลัมเรียนไม่จบป.3
ตอนทั้งคู่มีพัด พ่อก็ลาออกจากพนักงานขับรถเงินเดือนสองพันไปขับ taxi ชีวิตกำลังจะดีก็เจอปัญหาปี 40
ทั้งบ้านเหลือเงินสิบบาท เรียกได้ว่าลำบ๊ากลำบาก พัดต้องหาของไปขายที่โรงเรียนตั้งแต่เด็ก
ย้ายมาอยู่ห้องเช่าที่สภาพไม่ต่างจากสลัม และพัดเองนี่แหละที่ผลักดันใหม่แม่ขายของชำ
เพราะฉะนั้นถ้าจะพูดเรื่องความพยายาม พัดคงมีมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ใช่แค่วัยทำงาน
...
กระทู้นี้ไม่มีใจความสำคัญอะไร อารมณ์แค่อยากระบายเบาๆ เบื่อกับคำดูถูกของบางคน
จบป.ตรีมาเป็นแม่ค้า...เพื่อนบอกว่าแกเป็นคนไม่มีความพยายาม
ตอนนี้เรียนอยู่ปี4 แล้ว เป็นช่วงเวลาที่หลายๆคนเริ่มสมัครงาน เพื่อนบางส่วนในเซคก็ได้งานเป็นที่เรียบร้อย
เราในฐานะเพื่อนก็แสดงความยินดีด้วยจริงๆ เพราะแต่ละบริษัทที่ได้ทำก็ระดับบิ๊กทั้งนั้น
พัดเองเรียนสายบัญชี ปิดเทอมที่ผ่านมาก็ฝึกงานใน BIG4 และสอบเข้าที่นั่นเช่นกัน
สอบไปแบบงงๆไม่คิดว่าจะถูกเรียกสัมภาษณ์ แต่แล้ววันหนึ่งบริษัทนั้นก็โทรมาเรียกตัวไปสัมภาษณ์
...แต่พัดเลือกที่จะไม่ไป
โดยที่พัดเป็นคนไม่ได้ชอบป่าวประกาศกับเพื่อนว่าเฮ้ย เราถูกเรียกสัมภาษณ์นะ อะไรทำนองนี้
เพราะมีเพื่อนหลายคนไปสอบ และพัดทราบมาว่าบางคนก็ไม่ถูกเรียก ถ้าเราพูดไปมันอาจจะทำให้เพื่อนรู้สึกไม่ดีได้
แล้ววันนึงมีเพื่อนมาถามว่าพัดไปสัมภาษณ์มารึยัง....พัดก็ตอบสั้นๆว่า 'ไม่ไป'
ไม่รู้เพื่อนนำไปตีความหมายว่าอย่างไร อาจจะเข้าใจไปว่าสอบไม่ติดก็ได้
เอาจริงๆจะคิดอะไรก็คิดไป เพราะถึงสอบติดไม่ติด คำตอบสุดท้ายก็คือไม่ไปนั่นเอง
ถามว่าไม่ไปทำงานที่นั่นแล้วจะทำอะไร?
ทั้งๆที่บริษัทให้เงินเดือนค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับคนที่จบปริญญาตรีใหม่ๆ (ประมาณ 20K ยังไม่รวมสวัสดิการ)
แต่เหตุผลเพราะบ้านพัดอยู่ไกลจากบริษัทมาก และเป็นอาชีพที่เลิกงานไม่ตรงเวลา ไหนจะต้องเดินทางไปไหนต่อไหน
การเดินทางไป-กลับจากบ้านก็คงไม่ไหว ครั้นจะให้เช่าห้องพักอยู่ แถวนั้นก็มีแต่แพงๆ
หลายคนอาจจะคิดว่าห้องถูกๆ 4,000-6,000 ก็มี มันก็ใช่ พัดก็เคยไปหาห้องพักแถวนั้น
ราคา 4,000 นี่ต้องเข้าซอยไปอีกค่อนข้างลึก ถ้าเลิกงานดึกๆ(แค่ฝึกงานก็เลิกจะสี่ทุ่มแล้ว)คิดว่ามันดูเปลี่ยวและอันตรายเกินไป
ส่วนห้องราคา 6K สภาพก็ไม่ค่อยต่างจากโรงแรมผีสิงเท่าไหร่นัก นอกจากจะกลัวเรื่องคนแล้ว ยังต้องกลัวผีอีก
สรุปถ้าพัดจะทำงานที่นั่น พัดต้องหาห้องเช่าที่สะดวกกับการเดินทางทุกเวลา
ง่ายๆก็คืออยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า และนั่นเป็นอะไรที่แพงมากกกกก
คร่าวๆค่าห้อง+ค่าน้ำค่าไฟ อย่างถูกก็น่าจะ 15,000 แล้วเงินเดือนฉันสองหมื่นนิดๆ หักลบแล้วแทบไม่เหลืออะไร ไหนจะค่าแต่งตัว ค่ากิน
แม้ว่าบริษัทจะมีค่า OT หรือ expense ต่างๆให้ แต่พัดก็รู้สึกว่ามันน้อยเกินไป (เห็นรุ่นพี่ทำงานหามรุ่งหามค่ำได้ expense มา 4,000เอง)
พอคำนวณอะไรเสร็จสรรพ พัดเลยตัดสินใจที่จะทำงานที่บ้าน...และนั่นเป็นสาเหตุของคำพูดที่ว่า
"เธอไม่มีความพยายาม"
ฉันไม่มีความพยายาม?...ประโยคนี้ก้องอยู่ในหัววันละหลายรอบ
อาจจะจริงอย่างเพื่อนพูดก็ได้ในแง่ของการที่ฉันไม่ลองไปทำงานดูซะก่อน ไม่ลองหาประสบการณ์
แต่อยากจะบอกว่าเป้าหมายในชีวิตของคนเรามันต่างกัน ตอนนี้พัดมองไปที่เป้าหมายของตัวเองและคำตอบมันไม่ใช่การเป็นมนุษย์เงินเดือน
พัดแค่อยากจะทำงานอะไรก็ได้ที่ทำเงินให้เราได้(อย่างคุ้มค่า) รวมทั้งพัดต้องมีเวลาอยู่กับพ่อแม่ด้วย
เพราะฉะนั้นการไปทำงานในบริษัทใหญ่โตมันเลยไม่ตอบสนองความต้องการได้เท่าที่ควร
มันอาจจะมีหน้ามีตาเวลาคนถามเราว่าทำงานที่ไหน มันอาจจะง่ายเวลาเราขอวีซ่าไปประเทศต่างๆ
มันคงจะดูดีกว่าคำตอบที่บอกว่า "จบปริญญาตรีมาเป็นแม่ค้า"
ค่ะ พัดคงจะกลับไปเป็นแม่ค้า ขายของชำบ้าบอของพัดไป มันดูไม่มีตำแหน่ง ไม่ค่อยมีหน้ามีตาในสังคมอะไร
แต่มีเงิน....
คนเราทำงานก็เพื่อหาเงินไม่ใช่หรอ ที่ไปทำงานหนักๆบริษัทดีๆก็เพื่อเงิน ถามว่าเขาไม่ให้เงินจะทำไหม ก็คงไม่มีใครไปทำ
เพราะฉะนั้น อาชีพอะไรก็แล้วแต่ถ้าทำแล้วตอบสนองความต้องการได้พัดก็ทำอ่ะ
บางทีก็ไม่เข้าใจที่บางคนมองว่า "ก็แค่แม่ค้า" จ่ะ ก็แค่แม่ค้า เป็นอิป้า เป็นอิเจ้ขายของ รายได้ก็ไม่เท่าไหร่
แค่หักค่าใช้จ่าย(แบบฟุ่มเฟือยทั้งหลาย)ก็เหลือเงินหกหลักไว้นอนกอด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
พูดถึงเรื่องความพยายาม....พัดเชื่อว่าทุกอาชีพต้องอาศัยความพยายามกันทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็น Firm ที่พัดไปสอบ ก็ต้องใช้ความพยายามในการทำข้อสอบให้ได้
หรือแม้กระทั่งการเป็นสาว KFC (ที่พัดเคยทำ) ก็ต้องใช้ความพยายามเช่นกัน
แต่ความพยายามของแต่ละอาชีพมันก็ต่างกันไป การกลับมาเป็นแม่ค้าก็ต้องใช้ความพยายาม
เราทั้งต้องซื้อของ แบกของ ขายของ ทนกับพนักงาน รวมทั้งคิดที่จะทำยังไงให้สู้คู่แข่งขาใหญ่อย่าง 7-11 ได้
ทุกอย่างล้วนใช้ความพยายามทั้งสิ้น
พัดอาจจะโชคดีที่ที่บ้านมีทุน มีกิจการเดิมอยู่แล้ว บางคนมองว่าแกสบายแล้วนี่พ่อแม่มีเงินให้
ก็แล้วแต่จะคิด เพราะคนเราไม่ใช่เกิดมาร่ำรวยมีเงินทองกันทุกคน พ่อแม่พัดก็เคยลำบากมาก่อน
พ่อต้องบวชเรียน แม่เป็นเด็กสลัมเรียนไม่จบป.3
ตอนทั้งคู่มีพัด พ่อก็ลาออกจากพนักงานขับรถเงินเดือนสองพันไปขับ taxi ชีวิตกำลังจะดีก็เจอปัญหาปี 40
ทั้งบ้านเหลือเงินสิบบาท เรียกได้ว่าลำบ๊ากลำบาก พัดต้องหาของไปขายที่โรงเรียนตั้งแต่เด็ก
ย้ายมาอยู่ห้องเช่าที่สภาพไม่ต่างจากสลัม และพัดเองนี่แหละที่ผลักดันใหม่แม่ขายของชำ
เพราะฉะนั้นถ้าจะพูดเรื่องความพยายาม พัดคงมีมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ใช่แค่วัยทำงาน
...
กระทู้นี้ไม่มีใจความสำคัญอะไร อารมณ์แค่อยากระบายเบาๆ เบื่อกับคำดูถูกของบางคน