ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ทีมใหญ่ๆ ลงเตะพร้อมหน้า ขาดแค่ลิเวอร์พูลเพียงทีมเดียว แน่นอนว่าข่าวใหญ่ ไม่ใช่การที่อาร์เซน่อลบุกไปชนะสวอนซี 2-1 ทำให้ยังนำเป็นจ่าฝูง, แมนฯ ซิตี้ ออกไปพ่าย แอสตัน วิลล่า 2-3 หรือ ดาร์บี้แมตช์ กรุงลอนดอน ที่สเปอร์สเสมอเชลซี 1-1 แต่เป็นเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดท่าพ่ายเวสต์บรอมวิช 1-2 เป็นการแพ้นัดที่สาม ทั้งที่จะลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ไปแค่ 6 นัด
''โกลเด้นโจ''
การพ่ายแพ้ต่อเวสต์บรอมวิชคาบ้าน 1-2 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บได้เพียงแค่ 7 แต้ม จากหกนัดแรกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือว่าเป็นการออกสตาร์ตแย่ที่สุด นับตั้งแต่ฤดูกาล 1989-90 นอกจากนั้น ''ผีแดง'' ยังเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษทีมที่สองต่อจาก แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในฤดูกาล 1995-96 ที่ออกสตาร์ตในการป้องกันแชมป์ ด้วยการแพ้ไปแล้ว 3 จาก 6 เกมแรก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ เมื่อแพ้ 3 นัด หลังจากที่เกมผ่านไป 6 นัด นอกจากนั้น ทีมสุดท้ายที่ได้แชมป์ หลังจากที่แพ้ 3 จาก 6 นัดแรกของฤดูกาลคือพอร์ทสมัธ แต่ต้องย้อนหลังไปถึงฤดูกาล 1949/50 ดังนั้น
คำถามสำคัญคือเกิดอะไรขึ้นกับทีมแชมป์เก่า หลังจากที่พวกเขารั้งอยู่ในอันดับที่ 12 ของตาราง มี 7 แต้ม มากกว่าทีมที่อยู่ในโซนตกชั้นอย่าง ฟูแล่ม แค่สามคะแนน ดังนั้น เชื่อว่าตอนนี้ แฟนบอล ''ผีแดง'' ส่วนใหญ่คงจะเลิกพูดถึงการป้องกันแชมป์
ขอให้ติดสี่อันดับแรกไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าก็พอแล้ว และครั้งสุดท้ายที่ทีมตกลงไปอยู่อันดับ 12 เมื่อปี 1986 พวกเขาก็จัดการปลด รอน แอตกินสัน และดึง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามาคุมทีมแทน ทำให้ตอนนี้แฟนบอลใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เริ่มร้องเรียกชื่อ อเล็กซ์ให้กลับมาคุมทีมอีกครั้งแล้ว
แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหาทั้งเกมรับและเกมรุก โดยฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาก็เสียประตูง่ายในช่วงแรก แต่สามารถยิงประตูได้มากกว่าคู่แข่ง แต่ปีนี้ หลังจากเกมที่บุกไปชนะสวอนซีในนัดแรก ''ผีแดง'' ไม่สามารถทำประตูจากการเล่นปกติ (ไม่ใช่เตะมุม, ฟรีคิก หรือ ลูกจุดโทษ) ได้อีกเลยเป็นเวลามากกว่าหกสัปดาห์
ซึ่งทาง เดลี่ เมล ได้วิเคราะห์ปัญหาของแชมป์เก่าเอาไว้หลายประเด็นดังนี้
1.ความผิดพลาดในเรื่องการซื้อนักเตะมาเสริมทัพ โดยเฉพาะมิดฟิลด์ตัวทำเกม
การเปลี่ยนเอา อัดนาน ยานูซาจ ลงไปเล่นแทน ชินจิ คางาวะ แสดงให้เห็นว่า เดวิด มอยส์ ยังมีปัญหาในการแก้เกมที่ไม่สามารถช่วยพลิกสถานการณ์ให้ทีมได้
การขาด พอล สโคลส์ ทำให้ยูไนเต็ดขาดมิดฟิลด์ที่จะควบคุมเกม และสร้างสรรค์ในแดนกลาง ซึ่งพวกเขาก็ไม่สามารถคว้าผู้เล่นอย่าง เชส ฟาเบรกาส, เมซุต โอซิล หรือ ลูก้า โมดริช เข้ามาทดแทนได้ ส่วนตัวที่มีอยู่อย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่กำลังจะย่างเข้า 32 ปี ดูเหมือนว่าฟอร์มจะทดถอยลงในขณะที่ อันแดร์สัน, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ก็ชั้นไม่ถึง สำหรับ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ซื้อมาใหม่ ก็เหมือนว่าจะเป็นการซื้อตัวที่ผิดพลาด
2. ตัวผู้จัดการทีม
การที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือที่ได้รับการยกย่องว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลสหราชอาณาจักรวางมือ ย่อมจะส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยแม้ว่า เดวิด มอยส์ จะกล้าหาญมากที่เขามาทำหน้าที่นี้
แต่มีไม่กี่คนที่จะเชื่อว่า เขามีความสามารถมากพอที่จะทำได้ ดังนั้น เมื่อเวลาทีมเล่นแย่ แฟนๆ ของ ''ผีแดง'' จะมีปฏิกริยาในทางลบอย่างรวดเร็ว และทีมยูไนเต็ดชุดนี้ ก็ไม่ได้เล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนาน และรวดเร็ว อย่างที่แฟนๆ ต้องการจะเห็น
มอยส์เคยคุมเอฟเวอร์ตันที่มีตัวจริง 11 คน และตัวสำรองหลักอีก 5 คน ที่คอยผลัดเปลี่ยนกันลงสนาม แต่ในทีมยูไนเต็ดเขามีผู้เล่นระดับชาติ 25 คน ทำให้มีปัญหาในการจัดทีม รวมทั้งในจังหวะแก้เกมในสนาม ดังนั้น มอยส์อาจจะต้องอาศัยเวลาในการปรับตัว แต่เขาจะมีเวลามากพออย่างที่ต้องการหรือไม่
3. นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด
ริโอ เฟอร์ดินานด์ โชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่ในเกมนี้ เช่นเดียวกับ เนมานย่า วิดิช ที่หมดฟอร์มในเกมออกไปพ่าย แมนฯ ซิตี้
ส่วนที่เหลือก็ไม่มีใครที่จะขึ้นมาเป็นตัวหลัก รวมทั้ง เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ที่ทำให้บรรยากาศของทีมย่ำแย่ในช่วงออกสตาร์ต เนื่องจากพยายามที่จะขอย้ายทีม ส่วน ไรอัน กิ๊กส์ ที่ลงมาจุดประกายพาทีมเอาชนะลิเวอร์พูลในเกมลีก คัพ นัดกลางสัปดาห์ ก็ใกล้จะสี่สิบแล้ว
ดังนั้น เขาคงจะไม่สามารถแบกทีมได้อีกต่อไป นอกจากนั้น สปิริตจอมคัมแบ็กที่พวกเขาเคยสร้างเอาไว้นับไม่ถ้วน สมัยที่เฟอร์กูสันคุมทีม ก็ไม่มีให้เห็นได้ฤดูกาลนี้ เมื่อทีมพ่ายทั้งสามนัด ที่เป็นฝ่ายตามหลัง
คะแนนจาก เดลี่ เมล
แมนฯ ยูฯ : ดาบิด เด เคอา 6, ฟิล โจนส์ 6, ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5, จอนนี่ อีแวนส์ 6, อเล็กซานเดอร์ บุทท์เนอร์ 5, นานี่ 6, ไมเคิ่ล คาร์ริค 6, อันแดร์สัน 5, ชินจิ คางาวะ 6, เวย์น รูนี่ย์ 7, ชิชาริโต้ 5
เวสต์บรอมวิช : โบอาซ มายฮิลล์ 6, บิลลี่ โจนส์ 7, โยนาส โอลส์สัน 7, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์ 7, เลียม ริดจ์เวลล์ 6, เคลาดิโอ ยาค็อบ 6, ยุสซุฟ มูลุมบู 6, มอร์กก็อง อามาลฟิตาโน่ 7, สเตฟาน แซสเซอญง 8, สกอตต์ ซินแคลร์ 6, วิคเตอร์ อนิเชเบ้ 6
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : สเตฟาน แซสเซอญง (เวสต์บรอมวิช)
credit : www.siamsport.co.th คอลัมน์ : สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา โดย.. โกลเด้นโจ
[บทความผีแดง 2013-10-02] มอยส์ไร้ฝีมือ หรือ แข้งผีหมดไฟ
''โกลเด้นโจ''
การพ่ายแพ้ต่อเวสต์บรอมวิชคาบ้าน 1-2 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บได้เพียงแค่ 7 แต้ม จากหกนัดแรกในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือว่าเป็นการออกสตาร์ตแย่ที่สุด นับตั้งแต่ฤดูกาล 1989-90 นอกจากนั้น ''ผีแดง'' ยังเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษทีมที่สองต่อจาก แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในฤดูกาล 1995-96 ที่ออกสตาร์ตในการป้องกันแชมป์ ด้วยการแพ้ไปแล้ว 3 จาก 6 เกมแรก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ เมื่อแพ้ 3 นัด หลังจากที่เกมผ่านไป 6 นัด นอกจากนั้น ทีมสุดท้ายที่ได้แชมป์ หลังจากที่แพ้ 3 จาก 6 นัดแรกของฤดูกาลคือพอร์ทสมัธ แต่ต้องย้อนหลังไปถึงฤดูกาล 1949/50 ดังนั้น
คำถามสำคัญคือเกิดอะไรขึ้นกับทีมแชมป์เก่า หลังจากที่พวกเขารั้งอยู่ในอันดับที่ 12 ของตาราง มี 7 แต้ม มากกว่าทีมที่อยู่ในโซนตกชั้นอย่าง ฟูแล่ม แค่สามคะแนน ดังนั้น เชื่อว่าตอนนี้ แฟนบอล ''ผีแดง'' ส่วนใหญ่คงจะเลิกพูดถึงการป้องกันแชมป์
ขอให้ติดสี่อันดับแรกไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าก็พอแล้ว และครั้งสุดท้ายที่ทีมตกลงไปอยู่อันดับ 12 เมื่อปี 1986 พวกเขาก็จัดการปลด รอน แอตกินสัน และดึง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามาคุมทีมแทน ทำให้ตอนนี้แฟนบอลใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เริ่มร้องเรียกชื่อ อเล็กซ์ให้กลับมาคุมทีมอีกครั้งแล้ว
แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหาทั้งเกมรับและเกมรุก โดยฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาก็เสียประตูง่ายในช่วงแรก แต่สามารถยิงประตูได้มากกว่าคู่แข่ง แต่ปีนี้ หลังจากเกมที่บุกไปชนะสวอนซีในนัดแรก ''ผีแดง'' ไม่สามารถทำประตูจากการเล่นปกติ (ไม่ใช่เตะมุม, ฟรีคิก หรือ ลูกจุดโทษ) ได้อีกเลยเป็นเวลามากกว่าหกสัปดาห์
ซึ่งทาง เดลี่ เมล ได้วิเคราะห์ปัญหาของแชมป์เก่าเอาไว้หลายประเด็นดังนี้
1.ความผิดพลาดในเรื่องการซื้อนักเตะมาเสริมทัพ โดยเฉพาะมิดฟิลด์ตัวทำเกม
การเปลี่ยนเอา อัดนาน ยานูซาจ ลงไปเล่นแทน ชินจิ คางาวะ แสดงให้เห็นว่า เดวิด มอยส์ ยังมีปัญหาในการแก้เกมที่ไม่สามารถช่วยพลิกสถานการณ์ให้ทีมได้
การขาด พอล สโคลส์ ทำให้ยูไนเต็ดขาดมิดฟิลด์ที่จะควบคุมเกม และสร้างสรรค์ในแดนกลาง ซึ่งพวกเขาก็ไม่สามารถคว้าผู้เล่นอย่าง เชส ฟาเบรกาส, เมซุต โอซิล หรือ ลูก้า โมดริช เข้ามาทดแทนได้ ส่วนตัวที่มีอยู่อย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่กำลังจะย่างเข้า 32 ปี ดูเหมือนว่าฟอร์มจะทดถอยลงในขณะที่ อันแดร์สัน, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ ก็ชั้นไม่ถึง สำหรับ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ซื้อมาใหม่ ก็เหมือนว่าจะเป็นการซื้อตัวที่ผิดพลาด
2. ตัวผู้จัดการทีม
การที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือที่ได้รับการยกย่องว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลสหราชอาณาจักรวางมือ ย่อมจะส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยแม้ว่า เดวิด มอยส์ จะกล้าหาญมากที่เขามาทำหน้าที่นี้
แต่มีไม่กี่คนที่จะเชื่อว่า เขามีความสามารถมากพอที่จะทำได้ ดังนั้น เมื่อเวลาทีมเล่นแย่ แฟนๆ ของ ''ผีแดง'' จะมีปฏิกริยาในทางลบอย่างรวดเร็ว และทีมยูไนเต็ดชุดนี้ ก็ไม่ได้เล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนาน และรวดเร็ว อย่างที่แฟนๆ ต้องการจะเห็น
มอยส์เคยคุมเอฟเวอร์ตันที่มีตัวจริง 11 คน และตัวสำรองหลักอีก 5 คน ที่คอยผลัดเปลี่ยนกันลงสนาม แต่ในทีมยูไนเต็ดเขามีผู้เล่นระดับชาติ 25 คน ทำให้มีปัญหาในการจัดทีม รวมทั้งในจังหวะแก้เกมในสนาม ดังนั้น มอยส์อาจจะต้องอาศัยเวลาในการปรับตัว แต่เขาจะมีเวลามากพออย่างที่ต้องการหรือไม่
3. นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด
ริโอ เฟอร์ดินานด์ โชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่ในเกมนี้ เช่นเดียวกับ เนมานย่า วิดิช ที่หมดฟอร์มในเกมออกไปพ่าย แมนฯ ซิตี้
ส่วนที่เหลือก็ไม่มีใครที่จะขึ้นมาเป็นตัวหลัก รวมทั้ง เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ที่ทำให้บรรยากาศของทีมย่ำแย่ในช่วงออกสตาร์ต เนื่องจากพยายามที่จะขอย้ายทีม ส่วน ไรอัน กิ๊กส์ ที่ลงมาจุดประกายพาทีมเอาชนะลิเวอร์พูลในเกมลีก คัพ นัดกลางสัปดาห์ ก็ใกล้จะสี่สิบแล้ว
ดังนั้น เขาคงจะไม่สามารถแบกทีมได้อีกต่อไป นอกจากนั้น สปิริตจอมคัมแบ็กที่พวกเขาเคยสร้างเอาไว้นับไม่ถ้วน สมัยที่เฟอร์กูสันคุมทีม ก็ไม่มีให้เห็นได้ฤดูกาลนี้ เมื่อทีมพ่ายทั้งสามนัด ที่เป็นฝ่ายตามหลัง
คะแนนจาก เดลี่ เมล
แมนฯ ยูฯ : ดาบิด เด เคอา 6, ฟิล โจนส์ 6, ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5, จอนนี่ อีแวนส์ 6, อเล็กซานเดอร์ บุทท์เนอร์ 5, นานี่ 6, ไมเคิ่ล คาร์ริค 6, อันแดร์สัน 5, ชินจิ คางาวะ 6, เวย์น รูนี่ย์ 7, ชิชาริโต้ 5
เวสต์บรอมวิช : โบอาซ มายฮิลล์ 6, บิลลี่ โจนส์ 7, โยนาส โอลส์สัน 7, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์ 7, เลียม ริดจ์เวลล์ 6, เคลาดิโอ ยาค็อบ 6, ยุสซุฟ มูลุมบู 6, มอร์กก็อง อามาลฟิตาโน่ 7, สเตฟาน แซสเซอญง 8, สกอตต์ ซินแคลร์ 6, วิคเตอร์ อนิเชเบ้ 6
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : สเตฟาน แซสเซอญง (เวสต์บรอมวิช)
credit : www.siamsport.co.th คอลัมน์ : สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา โดย.. โกลเด้นโจ