
(ภาพจากวัดแห่งหนึ่งจังหวัดนครราชสิมา อำเภอเมือง ตำบลในเมือง ภาพที่ชาวบ้านชุมชนหนึ่งแถวๆ นั้นหลงเชื่องมงายโงหัวไม่ขึ้น)
เรื่องนี้เกิดกับชีวิตจริงของผมเลย ผมอยู่กับแม่สองคนที่หมู่บ้างแห่งหนึ่ง(ขอปิดเป็นความลับ) ซึ่งตัวหมู่บ้านก็อยู่ในเมืองนะ
เรื่องมันเกิดเมื่อวานนี้ตอนประมาณเที่ยงๆ บ่ายๆ ถ้าจำไม่ผิด เริ่มเรื่องมาคือแม่ผมโทรเข้าเครื่องพี่ผมแล้วบอกให้แอดเฟสคนๆ หนึ่งที่ถ่ายรูปนี้มาให้(เป็นคนของวัดนั้น) และหลังจากแอดคนๆ นั้นเข้ามาในเฟสพี่ผมเขาก็ได้ส่งรูปนี้มาให้ บอกตรงๆ ผมเห็นแว๊บเดียว ผมรู้เลยภาพตัดต่อเพราะผมอยู่กับพวกเทคโนโลยีมานาน เรื่องแค่นี้คนทั่วไปดูออกง่ายๆ อยู่แล้ว แต่ผมก็ยังไม่ได้ทำอะไรไม่พูดอะไรกลัวมันจะไปหักหน้าแม่ของตัวเอง จึงรอเวลาชาวบ้านแยกย้ายกันกลับบ้านก่อนซึ่งผมไม่รีบร้อนอะไรเพราะ แม่เคยบอกว่าช่วงนี้เครียดๆ ปวดหัวมากอยากหาอะไรที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นจนมีคนในหมู่บ้านแนะนำไอ้วัดผีแม่ตะบงตะไบx่าอะไรนี้มาให้แม่ผมรู้ ผมสังหรณ์ใจตั้งแต่ตอนคุยในโทรศัทพ์ล่ะ ว่าเข้าไปดูไม่ได้มีแต่คนของวัดเท่านั้นที่เข้าไปดูได้
ผมไม่ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ผมลบหลู่คนเลวในผ้าเหลืองกลุ่มนี้และขอสาปแช่งให้ตายยกโคตรยกตระกูล
ผมบอกแม่ผมแล้วแม่ผมพูดประมาณผมยังเด็กไม่รู้อะไร ผมจะ 19 ปีนี้แล้วนะ ผมเด็กใช่ ผมทำงานส่งตัวเองเรียน ผมเด็กมากเลยสินะ OK ผมดีใจที่หน้าผมยังเด็กอยู่
แต่ผมดีใจที่คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านนี้มีสติไม่เชื่องมงายไปกับภาพตัดต่อหัวxวยนี้
แต่ประมาณ 30%(กะประมาณโดยผมเอง)ของที่นี่ก็งมงายไปเยอะแล้ว
เจอกับตัวถึงรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ แต่ไม่เป็นไรผมปล่อยเลยตามเลยแล้วจะเชื่อก็เชื่อ แต่ผมบอกแม่ไปแล้วว่ามันเป็นภาพตัดต่อ ถ้ามีสติคิดได้ผมก็ ok ดีใจ แต่ถ้ายังคิดไม่ได้กันอีกผมก็ปลงแล้ว
และอรุณสวัสดิ์ยามเช้าครับ
ดราม่าความงมงายที่เกิดกับชีวิตจริงของผม!!!
(ภาพจากวัดแห่งหนึ่งจังหวัดนครราชสิมา อำเภอเมือง ตำบลในเมือง ภาพที่ชาวบ้านชุมชนหนึ่งแถวๆ นั้นหลงเชื่องมงายโงหัวไม่ขึ้น)
เรื่องนี้เกิดกับชีวิตจริงของผมเลย ผมอยู่กับแม่สองคนที่หมู่บ้างแห่งหนึ่ง(ขอปิดเป็นความลับ) ซึ่งตัวหมู่บ้านก็อยู่ในเมืองนะ
เรื่องมันเกิดเมื่อวานนี้ตอนประมาณเที่ยงๆ บ่ายๆ ถ้าจำไม่ผิด เริ่มเรื่องมาคือแม่ผมโทรเข้าเครื่องพี่ผมแล้วบอกให้แอดเฟสคนๆ หนึ่งที่ถ่ายรูปนี้มาให้(เป็นคนของวัดนั้น) และหลังจากแอดคนๆ นั้นเข้ามาในเฟสพี่ผมเขาก็ได้ส่งรูปนี้มาให้ บอกตรงๆ ผมเห็นแว๊บเดียว ผมรู้เลยภาพตัดต่อเพราะผมอยู่กับพวกเทคโนโลยีมานาน เรื่องแค่นี้คนทั่วไปดูออกง่ายๆ อยู่แล้ว แต่ผมก็ยังไม่ได้ทำอะไรไม่พูดอะไรกลัวมันจะไปหักหน้าแม่ของตัวเอง จึงรอเวลาชาวบ้านแยกย้ายกันกลับบ้านก่อนซึ่งผมไม่รีบร้อนอะไรเพราะ แม่เคยบอกว่าช่วงนี้เครียดๆ ปวดหัวมากอยากหาอะไรที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นจนมีคนในหมู่บ้านแนะนำไอ้วัดผีแม่ตะบงตะไบx่าอะไรนี้มาให้แม่ผมรู้ ผมสังหรณ์ใจตั้งแต่ตอนคุยในโทรศัทพ์ล่ะ ว่าเข้าไปดูไม่ได้มีแต่คนของวัดเท่านั้นที่เข้าไปดูได้
ผมไม่ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ผมลบหลู่คนเลวในผ้าเหลืองกลุ่มนี้และขอสาปแช่งให้ตายยกโคตรยกตระกูล
ผมบอกแม่ผมแล้วแม่ผมพูดประมาณผมยังเด็กไม่รู้อะไร ผมจะ 19 ปีนี้แล้วนะ ผมเด็กใช่ ผมทำงานส่งตัวเองเรียน ผมเด็กมากเลยสินะ OK ผมดีใจที่หน้าผมยังเด็กอยู่
แต่ผมดีใจที่คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านนี้มีสติไม่เชื่องมงายไปกับภาพตัดต่อหัวxวยนี้
แต่ประมาณ 30%(กะประมาณโดยผมเอง)ของที่นี่ก็งมงายไปเยอะแล้ว
เจอกับตัวถึงรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ แต่ไม่เป็นไรผมปล่อยเลยตามเลยแล้วจะเชื่อก็เชื่อ แต่ผมบอกแม่ไปแล้วว่ามันเป็นภาพตัดต่อ ถ้ามีสติคิดได้ผมก็ ok ดีใจ แต่ถ้ายังคิดไม่ได้กันอีกผมก็ปลงแล้ว
และอรุณสวัสดิ์ยามเช้าครับ