ว๊าว ๆ
'เรืองไกร'จี้ DSI สอบ '5ตลก.ศาล รธน.'
'เรืองไกร' ยื่นคำร้อง 'ดีเอสไอ' สอบ 5 ตุลาการศาลรธน. ระบุมีมติกลับไปกลับมาส่อผิดอาญา ม.116 ด้าน 'ธาริต' รับลูก ชี้หากมีมูลความผิดจะเสนอเป็นคดีพิเศษ
27 ก.ย.56 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้ตรวจสอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คน ซึ่งมีมติรับคำร้องของพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาการโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่มา ส.ว. วาระ 3 โดยระบุว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกลับไปกลับมา ก่อนหน้านี้เคยมีมติเสียงข้างมาวินิจฉัยยกคำร้องของนายบวร ยสินธร แต่ล่าสุดกลับมีมติเสียงข้างมากรับคำร้องของพล.อ.สมเจตน์ ทั้งๆที่เนื้อหาคำร้องของพล.อ.สมเจตน์ และนายบวรเป็นเรื่องเดียวกัน การมีมติของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นการก้าวล่วงฝ่ายนิติบัญญัติ
นอกจากนี้กฎหมายยังบัญญัติให้ส.ส.มีเอกสิทธิในการลงคะแนนโดยผู้ใดไม่มีสิทธิ์นำไปฟ้องร้องได้ ทั้งนี้การที่ร้องทุกข์กล่าวโทษกับดีเอสไอเพราะคดีไม่อยู่ในอำนาจของกองบังคับการกองปราบปราม และป.ป.ช. ได้ แต่หากคดีมีมูลความผิดดีเอสไอต้องเสนอขออนุมัติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เพื่อมีมติรับเป็นคดีพิเศษเช่นเดียวกับการเสนอให้บอร์ดมีมติรับคดีเงินบริจาคอีสวอเตอร์เป็นคดีพิเศษเช่นกัน
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า เบื้องต้นตนเห็นว่าการกระทำของตุลาการรัฐธรรมนูญเข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และพ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 104 ว่าด้วยพรรคการเมืองใดหรือผู้ใดสมคบ รู้เห็นเป็นใจ หรือสนับสนุนให้บุคคลใดดำเนินการใด เพื่อให้บุคคลอื่นหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งหลงเชื่อหรือเข้าใจว่าพรรคการเมืองอื่นหรือบุคคลใดกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้โดยปราศจากมูลความจริงต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนด
“คดีมีความจำเป็นต้องพิจารณาเพราะการกระทำของตุลาการทั้ง 5 คน ส่อเจตนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางกฎหมายหรือรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งอาจเข้าลักษณะเป็นคดีที่มีความสลับซับซ้อน สมควรเสนอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ” นายเรืองไกร กล่าว
ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เบื้องต้นต้องตรวจสอบก่อนว่ามีการทำผิดกฎหมายหรือไม่ หากเป็นการทำโดยไม่ผิดกฎหมายก็ต้องสั่งยุติเรื่อง เพราะดีเอสไอคงไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากตรวจพบมีการกระทำผิดต้องเสนอบอร์ดพิจารณาว่าสมควรรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่
ลิงค์ข่าว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.komchadluek.net/detail/20130927/169193/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%89DSI%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A5%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%81.%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%99..html#.UkWwun-aNIs
"เรืองไกร"ยื่นร้อง"DSI" สอบ 5 ตลก.ศาล รธน. มีมติกลับไปกลับมาส่อผิดอาญา ม.116 "ธาริต"รับลูก ชี้หากมีมูลความผิดรับคดีพิเศษ
ว๊าว ๆ
'เรืองไกร'จี้ DSI สอบ '5ตลก.ศาล รธน.'
'เรืองไกร' ยื่นคำร้อง 'ดีเอสไอ' สอบ 5 ตุลาการศาลรธน. ระบุมีมติกลับไปกลับมาส่อผิดอาญา ม.116 ด้าน 'ธาริต' รับลูก ชี้หากมีมูลความผิดจะเสนอเป็นคดีพิเศษ
27 ก.ย.56 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้ตรวจสอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คน ซึ่งมีมติรับคำร้องของพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาการโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่มา ส.ว. วาระ 3 โดยระบุว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกลับไปกลับมา ก่อนหน้านี้เคยมีมติเสียงข้างมาวินิจฉัยยกคำร้องของนายบวร ยสินธร แต่ล่าสุดกลับมีมติเสียงข้างมากรับคำร้องของพล.อ.สมเจตน์ ทั้งๆที่เนื้อหาคำร้องของพล.อ.สมเจตน์ และนายบวรเป็นเรื่องเดียวกัน การมีมติของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นการก้าวล่วงฝ่ายนิติบัญญัติ
นอกจากนี้กฎหมายยังบัญญัติให้ส.ส.มีเอกสิทธิในการลงคะแนนโดยผู้ใดไม่มีสิทธิ์นำไปฟ้องร้องได้ ทั้งนี้การที่ร้องทุกข์กล่าวโทษกับดีเอสไอเพราะคดีไม่อยู่ในอำนาจของกองบังคับการกองปราบปราม และป.ป.ช. ได้ แต่หากคดีมีมูลความผิดดีเอสไอต้องเสนอขออนุมัติคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เพื่อมีมติรับเป็นคดีพิเศษเช่นเดียวกับการเสนอให้บอร์ดมีมติรับคดีเงินบริจาคอีสวอเตอร์เป็นคดีพิเศษเช่นกัน
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า เบื้องต้นตนเห็นว่าการกระทำของตุลาการรัฐธรรมนูญเข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และพ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 104 ว่าด้วยพรรคการเมืองใดหรือผู้ใดสมคบ รู้เห็นเป็นใจ หรือสนับสนุนให้บุคคลใดดำเนินการใด เพื่อให้บุคคลอื่นหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งหลงเชื่อหรือเข้าใจว่าพรรคการเมืองอื่นหรือบุคคลใดกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้โดยปราศจากมูลความจริงต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนด
“คดีมีความจำเป็นต้องพิจารณาเพราะการกระทำของตุลาการทั้ง 5 คน ส่อเจตนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางกฎหมายหรือรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งอาจเข้าลักษณะเป็นคดีที่มีความสลับซับซ้อน สมควรเสนอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ” นายเรืองไกร กล่าว
ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เบื้องต้นต้องตรวจสอบก่อนว่ามีการทำผิดกฎหมายหรือไม่ หากเป็นการทำโดยไม่ผิดกฎหมายก็ต้องสั่งยุติเรื่อง เพราะดีเอสไอคงไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากตรวจพบมีการกระทำผิดต้องเสนอบอร์ดพิจารณาว่าสมควรรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่
ลิงค์ข่าว [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้