ท่านที่เคารพรักครับ ปราชญ์โบราณท่านเคยว่าไว้ว่า ตามตำบลแห่งหนใดที่มีคนจีนอยู่กับคับคั่ง
ยิ่งหากว่าระแวกนั้น หลังเกิดเพลิงไหม้ ไม่กี่วัน กุลีพึ่งปราบและลำดับอิฐปูนที่สลักหักพังลงเรียบ ไม่เหลือเชื้อไฟให้ปะทุเสียอีกแล้ว
สถานที่นั้นเราจะพบการหากินหลากหลายอย่าง ที่เรียกกันว่า ปาหี่
บางคนขายกอเอี๊ยะ บางคนร่ายรำดาบ กระบี่ ทวนพู่แดง บางคน ปีนป่ายบรรไดมีด บางคนเดินเหินลุยไฟเหยียบย่ำเถ้าถ่านแดงฉาน
บางคนถึงกับล้วงมือในกระทะทองแดงที่น้ำเดือดพล่านโดยไม่ขมวดคิ้ว และมีบ้างที่เล่นกลเต๋า หรือ ไพ่สามใบ
ทารก ทาริการ่างอ้วนแก้มแดงที่ร้องไห้จ้าก็หยุดเงียบ เปลี่ยนมาเป็นหัวเราะชอบใจ บุรุษต่างก็ตะลึงในความสามารถ สตรีปากอ้า ตาเพ่ง
ในจำนวนอาชีพปาหี่เบ็ดเตล็ด ยังมีอาชีพหนึ่ง ที่ใช้ " ความรู้ ความทรงจำ " เป็นเครื่องมือหากินหลัก และเครื่องมือรองอีกสักสองสามอย่าง เช่นตะเกียงให้แสงริบหรี่ ผ้าแดงปูพื้น และพัดที่ถือโบกไปมา อีกอย่างคือกาน้ำชา ไว้คอยจิบยามเล่าเรื่องแล้วคอแห้ง
อาชีพนี้คือการ " เล่าเรื่อง " ซึ่งผู้เล่ามักเป็นคนสูงอายุ
ส่วนมากสังคมคนจีนสมัยเก่า ไม่ค่อยได้เล่าเรียน ขาดความรู้ จึงมักชอบใจกันมาก ที่จะได้รับฟังเรื่องราว หรือข่าวคราวต่างๆ ที่มีคนเล่าให้ฟัง พื้นฐานของมนุษย์ไม่ว่าจะชนชาติใด ล้วนสนใจความเป็นไปของบ้านเมือง และต้องการใฝ่รู้ ใฝ่ดี
....การดูหมิ่น ดูแคลานว่ารากหญ้า ไร้ความคิดนั้น เป็นการผิดพลาดอย่างมหันต์ มีเจ้าสัวจำนวนมาก ที่มาจากเสื่อผืน หมอนใบ และมีปราชญ์ หรือขุนศึกจำนวนมาก ที่มีพื้นเพชาติตระกูลมาจากสามัญชนคนธรรมดาสามัญ...
คนเล่าเรื่องที่ส่วนมากเป็นซินแสตามแถวตลาดเก่า ตามวัดเล่งเน้ยยี่ ที่กลางวันรับจ้างเขียนจดหมายโต้ตอบไปเมืองจีน
หรือเขียนฮู้ ( ยันต์ ) ตามศาลเจ้า แต่พอตกกลางคืนจะออกตั้งโต๊ะ เล่าเรื่อง และเรื่องที่นิยมเล่ากันมากก็คือ สามก๊ก ผลงานของ ล่อกวนตง เพราะสามก๊กมีครบทุกอรรถรส แทบทุกรุ่นหลายชั่วอายุคน ต่างก็ถือเอาสามก๊ก เป็นคัมภีร์ชี้นำชีวิตอย่างหนึ่ง จนมีคำพูดไว้ว่า
" อย่าริคิดการใหญ่ หากยังไม่ได้อ่าน สามก๊ก "
" ขุมทรัพย์ " ในสามก๊ก ยังคงมีไว้ให้ผู้มีสติปัญญา มาขุดไปไม่รู้จักจบ จักสิ้น อนุชนคนรุ่นหลัง รุ่นแล้ว รุ่นเล่าต่างสนใจหามาอ่าน
สามก๊กเป็นศาสตร์ใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่รวบรวมศาสตร์เล็กๆแขนงต่างๆไว้มากมาย อยู่ที่ว่าใครจะมองเห็นบางคนบอกว่า ใครอ่านสามก๊กสามจบ คบไม่ได้ แต่นั่นก็เพียงคำเปรียบเปรย
ตอนวัยเด็ก อ่านสามก๊ก หลงใหลชื่นชม กระบวนท่าการสู้รบในสามก๊ก
ตอนวัยรุ่น อ่านสามก๊ก ชื่นชมคุณธรรมน้ำมิตร ความเสียสละกล้าหาญของมิตรสหาย
ตอนวัยผู้ใหญ่ อ่านสามก๊ก เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงของมนุษย์ และสามารถพลิกแพลงไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ตอนย่างเข้าสู่วัยชรา อ่านสามก๊ก แล้วเข้าใจว่ากลอุบายคือ การเอาชนะศัตรูและชีวิตทั้งปวง
ตอนวัยแก่เฒ่า ฉีกสามก๊กทิ้ง ปลงได้ว่าทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ล้วนเป็นเรื่องเหลวไหล มีลาภเสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ แก่งแย่งช่วงชิงกัน สุดท้ายตกตายเป็นผีกันหมด....
สมัยโบราณคนที่ประสบความสำเร็จ คนที่มีไหวพริบปฏิภาณ คนที่มีสติปัญญา พูดจาได้ประโยชน์ คนจีนเรียกคนชนิดนี้กันว่า "ซำก๊กนั้ง "
การเล่าเรื่องสามก๊ก บ่อยเข้าคนฟังก็พอจำได้ พอทายออก กับเรื่องแนวพงศาวดารจีน คนเล่าจึงต้องมีเรื่องอีกเรื่องไว้เล่า แน่นอนนิยายกำลังภายในที่นิยมเล่ากันมากที่สุด ได้รับความนิยมฟังมากที่สุด อันเป็นผลงานจากปลายปากกาของ ท่านกิมย้ง ผู้ได้รับการยกย่องว่า โด่งดังพอๆกับล่อกวนตง นิยายกำลังภายในเรื่องนั้นก็คือ " มังกรหยก "
ด้วยฝีมือการประพันธ์ของท่านกิมย้ง คนฟัง ฟังถึงตอนนางหลีเพี้ยสอนก๊วยเจ๋ง ก่อนนางจะแทงตัวตาย คนฟังก็อดไม่ได้ ที่จะเหมือนมีอะไรมาจุกที่ลำคอ บ่อน้ำตาตื้น สะอื้นรินไหลด้วยความสะเทือนใจ
หรือคนอ่าน คนฟัง ย่อมอดที่จะนิยมชมชอบความรัก ที่สัตย์ซื่อถือมั่น ของบุรุษโง่งมอย่างก๊วยเจ๋ง ที่มีต่อสตรีที่ชาญฉลาด อย่างย้งยี้ หรืออึ้งย้ง
ท่านที่เคยอ่านผ่านตา " มังกรหยก " ย่อมจะทราบว่า การต่อสู้ระหว่าง ก๊วยเจ๋ง และ เอี๊ยะคัง เป็นการต่อสู้แบบตัวแทน
ก๊วยเจ๋งเป็นตัวแทน เจ็ดตัวประหลาด เอี๊ยะคัง เป็นตัวแทน คูชูกี
กาลเวลาผ่านมา ก๊วยเจ๋งเป็นตัวแทนซ้อง เอี๊ยะคังเป็นตัวแทน ไต้กิมก๊ก
กาลเวลาผ่านไป ก๊วยเจ๋งเป็นตัวแทนธรรมะ เอี๊ยะคังเป็นตัวแทน อธรรม
สงครามตัวแทนมีมาตลอด จวบจนแม้ปัจจุบัน การทำสงครามการเมือง ระหว่างคุณปู และมาร์ค อภิสิทธิ์ ก็คือสงครามตัวแทน ตัวแทนระบอบ ตามแต่จะเรียกว่าระบอบใด
สมัยก่อนมีการต่อสู้
คณะราษฏร กับ ฝ่ายอิงเจ้า
สมัยก่อนมีการต่อสู้ระหว่าง ขวาตกขอบ กับซ้ายจัด
ต่อมาเป็น เทพ กับ มาร
ต่อมาเป็น ไพร่ กับ อำมาตย์ ประชาธิปไตย กับเผด็จการ
สามก๊กแพร่หลาย จนคนไทยนิยมเทียบเปรียบเปรยตัวละครเช่น ขงเบ้ง เล่าปี่ สุมาอี้ โจโฉ เป็นนักการเมืองไทย เช่นขงเบ้ง คนนิยมเรียกขาน ชวลิตว่า ขงเบ้งแห่งกองทัพ ส่วน สุมาอี้ เรียกสุจินดา
ส่วน มังกรหยก คนก็นิยมแพร่หลายไม่แพ้กัน ตัวละครอย่าง จิวแป๊ะทง เฒ่าทารกเคยมีคนเปรียบเป็นนักการเมืองไทยแห่งซอยสวนพลู หรือ อีกเรื่อง ของกิมย้ง เช่นเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร ตัวละครอย่าง งักปุ๊กคุ้ง จ้อแนเซี้ยง คนไทยล้วนเปรียบเทียบกับนักการเมืองไทยหลายคน ตามแต่ใครจะจินตนาการ หรือเห็นว่าพฤติกรรม นักการเมืองคนใด เข้าข่ายบทบาทใด
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ถึงกับมีตัวละครหนึ่ง ซึ่งคนเรียกขานเปรมว่า ตงฟานปุป้าย ไม่ทราบเริ่มต้นจากที่ใดกันครับ ( ฮา )
ตงฟานปุป้าย เป็นสุดยอดฝีมือ สองเพศในร่างเดียว ท่านทักษิณเคยโฟนอินหลังจาก ตลก. รับเรื่องให้ชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านโฟนอินกล่าวถึงชายก็ไม่ใช่ หญิงก็ไม่เชิงคนหนึ่งว่าอยู่เบื้องหลัง
ซึ่งคำถามทางการเมือง หากท่านเป็นคนเล่าเรื่องให้ประชาชนฟัง ถึงมหากาพย์ความขัดแย้งของเปรม กับ ท่านทักษิณ
ท่านจะเล่าว่า เปรมกับท่านทักษิณ ขัดแย้งกัน เพราะอะไร
เริ่มต้นจริงๆ จากเรื่องอะไรครับ ท่านที่เคารพรักเสมอมาครับ
ยิ่งลักษณ์ ยิ้มเย้ยยุทธจักร ทักษิณ เปรม สามก๊ก มังกรหยก ( หนึ่ง )
ยิ่งหากว่าระแวกนั้น หลังเกิดเพลิงไหม้ ไม่กี่วัน กุลีพึ่งปราบและลำดับอิฐปูนที่สลักหักพังลงเรียบ ไม่เหลือเชื้อไฟให้ปะทุเสียอีกแล้ว
สถานที่นั้นเราจะพบการหากินหลากหลายอย่าง ที่เรียกกันว่า ปาหี่
บางคนขายกอเอี๊ยะ บางคนร่ายรำดาบ กระบี่ ทวนพู่แดง บางคน ปีนป่ายบรรไดมีด บางคนเดินเหินลุยไฟเหยียบย่ำเถ้าถ่านแดงฉาน
บางคนถึงกับล้วงมือในกระทะทองแดงที่น้ำเดือดพล่านโดยไม่ขมวดคิ้ว และมีบ้างที่เล่นกลเต๋า หรือ ไพ่สามใบ
ทารก ทาริการ่างอ้วนแก้มแดงที่ร้องไห้จ้าก็หยุดเงียบ เปลี่ยนมาเป็นหัวเราะชอบใจ บุรุษต่างก็ตะลึงในความสามารถ สตรีปากอ้า ตาเพ่ง
ในจำนวนอาชีพปาหี่เบ็ดเตล็ด ยังมีอาชีพหนึ่ง ที่ใช้ " ความรู้ ความทรงจำ " เป็นเครื่องมือหากินหลัก และเครื่องมือรองอีกสักสองสามอย่าง เช่นตะเกียงให้แสงริบหรี่ ผ้าแดงปูพื้น และพัดที่ถือโบกไปมา อีกอย่างคือกาน้ำชา ไว้คอยจิบยามเล่าเรื่องแล้วคอแห้ง
อาชีพนี้คือการ " เล่าเรื่อง " ซึ่งผู้เล่ามักเป็นคนสูงอายุ
ส่วนมากสังคมคนจีนสมัยเก่า ไม่ค่อยได้เล่าเรียน ขาดความรู้ จึงมักชอบใจกันมาก ที่จะได้รับฟังเรื่องราว หรือข่าวคราวต่างๆ ที่มีคนเล่าให้ฟัง พื้นฐานของมนุษย์ไม่ว่าจะชนชาติใด ล้วนสนใจความเป็นไปของบ้านเมือง และต้องการใฝ่รู้ ใฝ่ดี
....การดูหมิ่น ดูแคลานว่ารากหญ้า ไร้ความคิดนั้น เป็นการผิดพลาดอย่างมหันต์ มีเจ้าสัวจำนวนมาก ที่มาจากเสื่อผืน หมอนใบ และมีปราชญ์ หรือขุนศึกจำนวนมาก ที่มีพื้นเพชาติตระกูลมาจากสามัญชนคนธรรมดาสามัญ...
คนเล่าเรื่องที่ส่วนมากเป็นซินแสตามแถวตลาดเก่า ตามวัดเล่งเน้ยยี่ ที่กลางวันรับจ้างเขียนจดหมายโต้ตอบไปเมืองจีน
หรือเขียนฮู้ ( ยันต์ ) ตามศาลเจ้า แต่พอตกกลางคืนจะออกตั้งโต๊ะ เล่าเรื่อง และเรื่องที่นิยมเล่ากันมากก็คือ สามก๊ก ผลงานของ ล่อกวนตง เพราะสามก๊กมีครบทุกอรรถรส แทบทุกรุ่นหลายชั่วอายุคน ต่างก็ถือเอาสามก๊ก เป็นคัมภีร์ชี้นำชีวิตอย่างหนึ่ง จนมีคำพูดไว้ว่า
" อย่าริคิดการใหญ่ หากยังไม่ได้อ่าน สามก๊ก "
" ขุมทรัพย์ " ในสามก๊ก ยังคงมีไว้ให้ผู้มีสติปัญญา มาขุดไปไม่รู้จักจบ จักสิ้น อนุชนคนรุ่นหลัง รุ่นแล้ว รุ่นเล่าต่างสนใจหามาอ่าน
สามก๊กเป็นศาสตร์ใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่รวบรวมศาสตร์เล็กๆแขนงต่างๆไว้มากมาย อยู่ที่ว่าใครจะมองเห็นบางคนบอกว่า ใครอ่านสามก๊กสามจบ คบไม่ได้ แต่นั่นก็เพียงคำเปรียบเปรย
ตอนวัยเด็ก อ่านสามก๊ก หลงใหลชื่นชม กระบวนท่าการสู้รบในสามก๊ก
ตอนวัยรุ่น อ่านสามก๊ก ชื่นชมคุณธรรมน้ำมิตร ความเสียสละกล้าหาญของมิตรสหาย
ตอนวัยผู้ใหญ่ อ่านสามก๊ก เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงของมนุษย์ และสามารถพลิกแพลงไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ตอนย่างเข้าสู่วัยชรา อ่านสามก๊ก แล้วเข้าใจว่ากลอุบายคือ การเอาชนะศัตรูและชีวิตทั้งปวง
ตอนวัยแก่เฒ่า ฉีกสามก๊กทิ้ง ปลงได้ว่าทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ล้วนเป็นเรื่องเหลวไหล มีลาภเสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ แก่งแย่งช่วงชิงกัน สุดท้ายตกตายเป็นผีกันหมด....
สมัยโบราณคนที่ประสบความสำเร็จ คนที่มีไหวพริบปฏิภาณ คนที่มีสติปัญญา พูดจาได้ประโยชน์ คนจีนเรียกคนชนิดนี้กันว่า "ซำก๊กนั้ง "
การเล่าเรื่องสามก๊ก บ่อยเข้าคนฟังก็พอจำได้ พอทายออก กับเรื่องแนวพงศาวดารจีน คนเล่าจึงต้องมีเรื่องอีกเรื่องไว้เล่า แน่นอนนิยายกำลังภายในที่นิยมเล่ากันมากที่สุด ได้รับความนิยมฟังมากที่สุด อันเป็นผลงานจากปลายปากกาของ ท่านกิมย้ง ผู้ได้รับการยกย่องว่า โด่งดังพอๆกับล่อกวนตง นิยายกำลังภายในเรื่องนั้นก็คือ " มังกรหยก "
ด้วยฝีมือการประพันธ์ของท่านกิมย้ง คนฟัง ฟังถึงตอนนางหลีเพี้ยสอนก๊วยเจ๋ง ก่อนนางจะแทงตัวตาย คนฟังก็อดไม่ได้ ที่จะเหมือนมีอะไรมาจุกที่ลำคอ บ่อน้ำตาตื้น สะอื้นรินไหลด้วยความสะเทือนใจ
หรือคนอ่าน คนฟัง ย่อมอดที่จะนิยมชมชอบความรัก ที่สัตย์ซื่อถือมั่น ของบุรุษโง่งมอย่างก๊วยเจ๋ง ที่มีต่อสตรีที่ชาญฉลาด อย่างย้งยี้ หรืออึ้งย้ง
ท่านที่เคยอ่านผ่านตา " มังกรหยก " ย่อมจะทราบว่า การต่อสู้ระหว่าง ก๊วยเจ๋ง และ เอี๊ยะคัง เป็นการต่อสู้แบบตัวแทน
ก๊วยเจ๋งเป็นตัวแทน เจ็ดตัวประหลาด เอี๊ยะคัง เป็นตัวแทน คูชูกี
กาลเวลาผ่านมา ก๊วยเจ๋งเป็นตัวแทนซ้อง เอี๊ยะคังเป็นตัวแทน ไต้กิมก๊ก
กาลเวลาผ่านไป ก๊วยเจ๋งเป็นตัวแทนธรรมะ เอี๊ยะคังเป็นตัวแทน อธรรม
สงครามตัวแทนมีมาตลอด จวบจนแม้ปัจจุบัน การทำสงครามการเมือง ระหว่างคุณปู และมาร์ค อภิสิทธิ์ ก็คือสงครามตัวแทน ตัวแทนระบอบ ตามแต่จะเรียกว่าระบอบใด
สมัยก่อนมีการต่อสู้
คณะราษฏร กับ ฝ่ายอิงเจ้า
สมัยก่อนมีการต่อสู้ระหว่าง ขวาตกขอบ กับซ้ายจัด
ต่อมาเป็น เทพ กับ มาร
ต่อมาเป็น ไพร่ กับ อำมาตย์ ประชาธิปไตย กับเผด็จการ
สามก๊กแพร่หลาย จนคนไทยนิยมเทียบเปรียบเปรยตัวละครเช่น ขงเบ้ง เล่าปี่ สุมาอี้ โจโฉ เป็นนักการเมืองไทย เช่นขงเบ้ง คนนิยมเรียกขาน ชวลิตว่า ขงเบ้งแห่งกองทัพ ส่วน สุมาอี้ เรียกสุจินดา
ส่วน มังกรหยก คนก็นิยมแพร่หลายไม่แพ้กัน ตัวละครอย่าง จิวแป๊ะทง เฒ่าทารกเคยมีคนเปรียบเป็นนักการเมืองไทยแห่งซอยสวนพลู หรือ อีกเรื่อง ของกิมย้ง เช่นเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร ตัวละครอย่าง งักปุ๊กคุ้ง จ้อแนเซี้ยง คนไทยล้วนเปรียบเทียบกับนักการเมืองไทยหลายคน ตามแต่ใครจะจินตนาการ หรือเห็นว่าพฤติกรรม นักการเมืองคนใด เข้าข่ายบทบาทใด
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ถึงกับมีตัวละครหนึ่ง ซึ่งคนเรียกขานเปรมว่า ตงฟานปุป้าย ไม่ทราบเริ่มต้นจากที่ใดกันครับ ( ฮา )
ตงฟานปุป้าย เป็นสุดยอดฝีมือ สองเพศในร่างเดียว ท่านทักษิณเคยโฟนอินหลังจาก ตลก. รับเรื่องให้ชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านโฟนอินกล่าวถึงชายก็ไม่ใช่ หญิงก็ไม่เชิงคนหนึ่งว่าอยู่เบื้องหลัง
ซึ่งคำถามทางการเมือง หากท่านเป็นคนเล่าเรื่องให้ประชาชนฟัง ถึงมหากาพย์ความขัดแย้งของเปรม กับ ท่านทักษิณ
ท่านจะเล่าว่า เปรมกับท่านทักษิณ ขัดแย้งกัน เพราะอะไร
เริ่มต้นจริงๆ จากเรื่องอะไรครับ ท่านที่เคารพรักเสมอมาครับ