เรื่องยาว : ป่าอุ่นใจไออุ่นรัก ( ตอนที่ ๓ )

กระทู้สนทนา
ป่าอุ่นใจไออุ่นรัก
หญ้าเจ้าชู้

ตอนที่ ๓

หนังสือส่งตัววางอยู่ตรงหน้า อัลยานั่งเท้าคางเคาะโต๊ะ แล้วค่อยๆ พลิกเอกสารทีละแผ่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อม สิ่งที่ต้องปฏิบัติ และอื่นๆ ที่จำเป็นเกี่ยวข้อง นั่นไม่สำคัญนักสำหรับอัลยาเพราะจากประสบการณ์ที่เคยฝึกวิชาทหารเธอรู้ว่าสิ่งใดที่ควรเตรียมไปด้วย แต่ที่ขาดไม่ได้สำหรับอัลยาคือระบบสื่อสาร ทั้งมือถือและอินเทอร์เน็ต นอกจากนั้นยังมีดีวีดี แผ่นเอ็มพีสามอีกเป็นตั้ง หนังสือที่ชอบอ่านอีกหนึ่งนับสิบเล่ม ทั้งยังเครื่องประทินผิว ชุดแต่งหน้าและข้าวของเครื่องใช้ที่มีขายเฉพาะที่ห้างสรรพสินค้าไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ ที่ขาดไม่ได้นอกจากเครื่องแบบที่ต้องใส่ทำงานแล้วยังมีเสื้อผ้าทันสมัยอีกหลายชุด

พูดถึงสื้อผ้าสวยๆ อัลยาอดนึกถึงเรื่องที่ออกเดทกับพิชญะไม่ได้... เธอเลือกสวมเสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบให้ดูเชยที่สุด หน้าไม่แต่ง ปากไม่ทา ขนตาไม่ปัด ทำเอาพิชญะถึงกับไม่อยากเดินเคียงข้าง นั่นเป็นการพิสูจน์เล็กๆ น้อยๆ ว่าเขาจะมองเธอที่หน้าตาหรือว่านิสัยใจคอ และถึงแม้ลูกชายเพื่อนพ่อจะยังไว้หน้าด้วยการไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลงกับเธออยู่หลายหน แต่ทุกครั้งอัลยาก็จะไปค้นเอาเสื้อผ้าเก่าๆ เชยๆ มาใส่ทุกครั้ง แม้ตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดูคลุมเครือเพราะพิชญะไม่เคยแสดงออกให้เห็นว่าเป็นคนรัก ขณะที่เธอเองก็ไม่เคยถามว่าเขาวางเธอไว้ในสถานะใดของมิตรภาพ แต่อย่างน้อยทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงออกให้อีกฝ่ายเห็นว่าไม่ชอบหน้ากัน ทั้งเขาและเธอก็ยังใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองเป็นปกติ

และเมื่อถึงวันเดินทาง กระเป๋าเดินทางใบโหญ่ (มาก) สามใบ กองอยู่ตรงหน้า ทางหน่วยบอกว่าจะมีรถมารับ หลังจากปิดประตูลงกลอนแน่นหนาดีแล้ว อัลยาก็ลากกระเป๋าเดินทางมาวางเรียงกันอยู่ริมทางรอรถหน่วยที่จะมารับ... แต่หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะมีรถจากหน่วยใดมารับ เธอจึงหยิบเอกสารขึ้นมาอีกครั้งเพื่อหาเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่เธอจะต้องประสานด้วย

“ฮัลโหลคะ... เอ่อที่บอกว่าจะมีรถมารับเนี่ย ตอนนี้เก้าโมงแล้วยังไม่เห็นมีรถมารับเลย ไม่ทราบว่าจำสถานที่ผิดหรือเปล่าคะ”
ปลายสายตอบกลับมาอย่างเต็มปากเต็มคำ

“อ้าว มาถึงแล้วเหรอครับ นี่เพิ่งเก้าโมงเอง เดินทางเร็วมากเลย ตอนนี้อยู่ บขส. แล้วเหรอครับ เดี๋ยวผมให้ลูกน้องออกไปรับ”

“อ๊ะ เดี๋ยวนะคะ บขส. หมายความว่ายังไงคะ”

“ตอนนี้หมวดอัลยา อยู่ที่ บขส.จังหวัดใช่มั้ยครับ”

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้อยู่ บขส. แต่อยู่ที่หน้าบ้าน ที่บอกว่ามีรถมารับนี่หมายถึงรับที่ บขส.หรอกเหรอคะ”

“ครับใช่ คุณเข้าใจว่ารับที่บ้านเหรอครับ”

“เอ่อ ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจผิดนิดหน่อยค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”

“ครับ ไว้มาถึงแล้วโทฯ มาแจ้งนะครับ”
อัลยาวางสาย อยากจะกรี๊ดให้ลั่น แต่ก็ทำไม่ได้นอกจากยืนมองกระเป๋าสามใบอย่างหมดอาลัยกับชีวิต

“พระเจ้า... นี่ฉันต้องนั่งรถทัวร์ไปเองเหรอเนี่ย”
อัลยานึกถึงภาพตัวเองขณะแบกกระเป๋าใบใหญ่ (มาก) จำนวนสามใบไปในที่ที่ไม่รู้จักมาก่อน แผนที่ประเทศไทย หรือแม้แต่พี่กุ๊กเกิ้น ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากไปกว่าภาพผืนป่ากว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นประเทศไทยครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งไปอยู่ในเขตประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีจุดพิกัดบอกที่ตั้งของหน่วย นั่นเพราะสามเจ็ดสองเป็นหน่วยเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลพื้นที่ ไม่ให้มีการรุกล้ำอาณาเขตจากฝ่ายใด และเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาใช้พื้นที่ผืนป่าเพื่อก่อความไม่สงบ ซ่องสุมกองกำลัง หรือกระทำการใดอันเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศ นอกจากนั้นยังมีหน้าที่ในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวตะเข็บชายแดนให้ได้รับความปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดจากภัยคุกคามที่อาจคาดไม่ถึง

อัลยากลับเข้าบ้าน เปลี่ยนเครื่องแบบเป็นชุดธรรมดา ก่อนโทรศัพท์ไปจองตั๋วรถทัวร์เพื่อเดินทางไปปฏิบัติภารกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา ครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ ว่ายังมีอะไรบ้างที่ค้างคาให้ต้องจัดการก่อนออกเดินทาง และยังไม่ทันได้เรียบเรียงความคิดดีเท่าไหร่ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น อัลยาดูชื่อที่หน้าจอก่อนจะกดรับสาย
“ตายละ... คุณพีท เอ่อ สวัสดีค่ะคุณพีท มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าคะ”

“แหม คุณหยา พูดซะผมเกรงใจเลยนะเนี่ย พอดีว่าคุณพ่อให้โทฯ มาชวนคุณหยาไปทานข้าวที่บ้านน่ะครับ พรุ่งนี้วันเกิดคุณแม่”
อัลยาประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอเพิ่งโทฯ จองตั๋วรถทัวร์ซึ่งต้องเดินทางคืนนี้ ส่วนงานวันเกิดคุณแม่ของพิชญะก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน แน่นอนว่านั่นคือแผนปรองดองของบิดาเราทั้งคู่ นี่ถ้าพ่อมาเองได้ รับรองว่าเรื่องวุ่นวายต้องมากมายกว่านี้แน่ๆ

“พรุ่งนี้หกโมงเย็นผมไปรับนะครับ”
มัดมือชกโดยไม่ให้โอกาสได้ปฏิเสธ แถมชิงวางสายเหมือนจะรีบไปไหนยังงั้นแหละ อัลยาครุ่นคิดถึงปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ถ้าเธอปฏิเสธงานวันเกิดคุณแม่ของพิชญะ ก็เท่ากับไม่ไว้หน้าผู้ใหญ่ และถ้าเธอแอบหนีหายไปโดยไม่บอกเขา แล้วหากเขามาหาเธอที่บ้านไม่พบ รับรองได้ว่าเรื่องต้องถึงหูพ่อ และเรื่องที่เธอไปอยู่สามเจ็ดสองก็จะต้องถูกเปิดเผยแน่นอน... รับรองงานนี้อัลยาโดนหนัก แต่หากครั้งนี้เขามารับแล้วยังพบเธอ ครั้งหน้าเขามาอีกแล้วเธอไม่อยู่เขาก็ต้องรู้วันยังค่ำ ดังนั้นแล้วถ้าอัลยาปิดบังพิชญะไม่ได้ก็เท่ากับปิดบังพ่อไม่ได้เช่นกัน...

ในที่สุดมันสมองอันเลอเลิศของหญิงสาวก็ทำให้หาทางออกสำหรับตัวเองได้ อัลยาหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้งโทฯ กลับไปหาพิชญะ และตั้งใจเล่าความจริงหมดเปลือก เผื่อบางทีฟลุ๊ค เขาอาจจะช่วยปิดบังไม่ให้พ่อเธอรู้อีกทาง แต่ถ้าเขาไม่ยอมช่วยล่ะ

“เอาวะ... ตายเป็นตาย”

“เอ่อ คุณพีทคะ หยามีเรื่องรบกวนน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าเราจะพบกันหน่อยได้มั้ยคะ ร้านกาแฟวาเลนไทน์ อีกสักครึ่งชั่วโมงเจอกันนะคะ”
เป็นวิธีการเอาคืนเบื้องต้น หลังจากที่พิชญะโทฯ มาบอกเรื่องวันเกิดคุณแม่และชิงวางสายก่อนที่เธอจะได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เธอจึงใช้ไม้เดียวกันนี้เอาคืนบ้าง

อัลยาเปลี่ยนเสื้อผ้า ออกจากบ้านไปรอพิชญะที่ร้านกาแฟวาเลนไทน์ ไม่นานนักชายหนุ่มร่างสูง สมาร์ท หุ่นดี ไม่มีที่ติก็ผลักประตูกระจกเข้ามาในร้าน กวาดสายตามองสาวๆ คนอื่นวับวาวเหมือนเสือดาวรอขย้ำลูกแพะ แต่พอมองเห็นอัลยาเขาทำเหมือนชายชราที่หมดอาลัยกับชีวิต... แต่นั่นแหละคือเป้าหมายของอัลยา ทำยังไงก็ได้ที่จะให้พิชญะไม่สนใจ

“พอดีว่าหยามีเรื่องจะให้คุณช่วยนิดหน่อยค่ะ”
อัลยาตรงเข้าประเด็นทันทีที่เครื่องดื่มถูกนำมาวางตรงหน้า

“พ่อจะจับเราสองคนแต่งงานกันเหรอครับ”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ คืออย่างนี้ค่ะ... หยาต้องไปช่วยราชการต่างจังหวัด หยากลัวว่าพ่อจะเป็นห่วง กลัวท่านไม่สบายใจถ้ารู้ว่าหยาไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ”

การไม่บอกระยะเวลาก็หวังอย่างยิ่งว่าฝ่ายตรงข้ามจะไม่ตีความว่านาน เพราะการไปราชการต่างจังหวัด อาจจะแค่วันสองวัน สัปดาห์สองสัปดาห์หรืออาจจะนับเดือน นับปี อย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเธอ

“ก็เลยจะให้ผมช่วยปิดบังไม่ให้ท่านรู้”

“ถูกต้องค่ะ เพราะยังไงพ่อก็ต้องโทฯ มาหาคุณพีทถามเรื่องของหยา”

“เรื่องแค่นี้เอง เล็กน้อย”

“ค่อยโล่งใจหน่อย”

“แล้วคุณจะเดินทางเมื่อไหร่ครับ”

“เย็นนี้ค่ะ”

“อ้าว งั้นคุณก็ไปงานวันเกิดคุณแม่ผมไม่ได้สิ”

“ใช่ค่ะ...หยาต้องขอโทษคุณพีทแล้วก็ฝากกราบขอโทษคุณป้าด้วย พรุ่งนี้พ่อต้องโทฯ หาคุณแน่ๆ รบกวนคุณพีทคุยกับพ่อให้ด้วยนะคะ”

“ได้ครับ ยินดียิ่ง”
พิชญะหน้าบานเป็นกะทะโรตี เมื่อเขาสามารถลดจำนวนหญิงสาวในลิสท์ให้น้อยลงไปได้ อย่างน้อยก็กำจัดคนที่ไม่ต้องการออกไปได้คนนึงล่ะน่า...

ตกเย็นก่อนออกเดินทาง... อัลยาไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปหาพ่อ

“งานเริ่มเยอะมากแล้วล่ะค่ะพ่อ ระยะนี้หยาอาจจะไม่ค่อยสะดวกออนเอ็มคุยนะคะ”

“กลับมาบ้านแล้วยังต้องทำงานอีกเหรอลูก”

“ก็บางทีต้องเอาการบ้านนักเรียนมาตรวจบ้าง เก็บตัวออกข้อสอบบ้าง ซึ่งทำให้ติดต่อกับโลกภายนอกไม่ได้ แต่พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หยาจะโทฯ มาบ่อยๆ”

“ไม่ใช่แอบย้ายหนีไปอยู่กับผู้ชายนะ”

“อื้อหือ พ่อก็คิดได้นะ...หน้าตาอย่างหยาเนี่ยนะ จะมีใครสนใจ”

“ใครว่าลูกสาวพ่อไม่สวยพ่อจะยิงทิ้ง”

“จะไม่มีใครสนใจก็เพราะกลัวพ่อยิงทิ้งเนี่ยแหละ..แค่นี้นะคะพ่อ เดี๋ยวต้องรีบไปขึ้นรถแล้ว”

“ขึ้นรถไปไหน”

“เอ่อ... กลับบ้านไงพ่อ ตอนนี้หยาอยู่ข้างนอก ออกมาหาข้าวกิน ไม่มีอะไรค่ะ”
อัลยาถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อการโกหกผู้บังเกิดเกล้าได้เริ่มต้นขึ้น...

“เอานะ โกหกเพื่อชาติ ไม่บาปหรอกมั้ง”
อัลยาบอกตัวเองก่อนจะกดอีกเบอร์ที่คุ้นเคย

“ฮัลโหล รบ เราจะไปแล้วนะ วันหยุดคราวหน้ากลับมาไม่เจอเราก็ทนเหงาไปคนเดียวก่อนก็แล้วกัน”

“ไว้พอรู้ตารางวันหยุดแล้วค่อยโทฯ มาบอกผมอีกทีก็ได้ เผื่อจะมีวันหยุดตรงกัน”

“ก็ดีเหมือนกัน ไปถึงโน่นแล้วจะรายงานให้ทราบนะจ๊ะ เจ้านาย”

“ดูแลตัวเองนะครับหยา”

“เจ้าค่า...”
ความรู้สึกเป็นกังวลปะปนอยู่กับความตื่นเต้น เพราะนับตั้งแต่เข้ารับราชการทำงานในกองทัพเป็นอาจารย์สอนหนังสือแล้ว อัลยาก็ไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ของความเป็นทหารอย่างที่คนอื่นเขาเป็นกัน และเธอเชื่อว่าเธอทำเพื่อประเทศชาติได้มากกว่านี้ ดังนั้นเมื่อมีประกาศออกมาว่าให้กำลังพลที่ประสงค์ไปปฏิบัติภารกิจชายแดนส่วนหน้ายื่นความจำนงได้ อัลยาจึงไม่รอช้าที่จะเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น แต่เหตุการณ์ที่พลิกผันทำให้ความตั้งใจเป็นอันผกผักตามไปด้วย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่