คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
ไม่ต้องตามหาหมอที่เก่งหรอกค่ะ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ (ใจรึป่าว) ดิฉันเป็นนักกายภาพบำบัดค่ะ
ปกติโดยรอยโรคหมอต้องส่งกายภาพบำบัดอยู่แล้วค่ะ แต่เวลาคนไข้มารพ.ทำกายภาพบำบัดแต่ละครั้งจะได้อยู่กับนักกายภาพบำบัดจริงๆแค่45นาทีถึง 1 ชม. เวลาที่เหลืออีก23ชม. ต้องทำเองค่ะ หักลบแล้วในช่วงกลางวันคนไข้มีเวลาเต็มที่12ชม.ในการออกกำลังกายที่บ้าน
3เดือนแรกเราจะเรียกมันว่านาทีทองค่ะ พัฒนาการคนไข้จะดีขึ้นอย่างรวดเร็วแต่หลังจาก3เดือนแต่ไม่เกิน6เดือนพัฒนาการจะช้าลงและเริ่มคงที่ ดังนั้นกำลังใจและวินัยในการออกกำลังกายค่อนข้างสำคัญมาก
จะหายหรือไม่นอกจากขึ้นอยู่กับตำแหน่งพยาธิสภาพของรอยโรคแล้ว 80%ขึ้นอยู่กับคนไข้ค่ะว่าสู้มั๊ยที่จะขยันออกกำลังกาย
เคยรักษาคนไข้หายได้สูงสุดอยู่ที่ 95% ไม่เต็ม100นะค่ะ เพราะรอยโรคยังต้องมีอาการแสดงอยู่บ้างขึ้นอยู่กับเส้นเลือดที่ตีบเส้นไหน เส้นใหญ่หรือเส้นเลือดฝอย
ทีนี้ก็เริ่มออกกำลังกายค่ะ ดูแลตัวเองในทุกด้าน อาหารการกินห้ามกินเด็ดขาดคือของหมักดอง อาหารที่มีรสเค็มทุกชนิด เช่น ไข่เค็ม ปลาเค็ม ขนมจีน ผักกาดดอง อาหารกระป๋อง และแตงโมค่ะ(เนื่องจากแตงโมเวลาปลูกจะพ่นยา ส่วนใหญ่เลยของดไปค่ะ) เหล้า บุหรี่ต้องเลิกถาวรค่ะ
ออกกำลังกายทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน เหมือนกินยาเลย
พบหมอตามนัดทุกครั้ง ที่สำคัญคือยาห้ามขาดห้ามลืมโดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด กินตลอดชีวิตห้ามเบื่อค่ะ
การเป็นโรคนี้เป็นแล้วเป็นได้อีกถ้าชะล่าใจไม่ดูแลสุขภาพต่อ เคยมีคนไข้เป็นแล้วเป็นอีกซ้ำๆถึง 4 ครั้งภายใน 5 ปี เพราะพอหายแล้วขี้เกียจออกกำลังกาย กลับไปทำเหมือนเดิม กินเหล้า สูบบุหรี่ สุดท้ายโรคก็มีพัฒนาการค่ะ เป็นทุกครั้งอาการจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหนักขึ้นเรื่อยๆรักษายากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นให้ทำเป็นกิจวัตรแบบนี้ไปตลอดชีวิตจะดีมาก
ทีนี้ก็พาไปหานักกายภาพบำบัดค่ะ เค้าจะสอนท่าออกกำลังกาย สอนยืน-เดิน ไปตามstep ตามพัฒนาการของคนไข้ในระยะนั้นๆ
บอกก่อนว่านักกายภาพบำบัดจะสามารถสังเกตได้ทันทีว่าท่านได้ออกกำลังกายทุกวันตามที่สอนหรือไม่เพราะถ้าทำทุกวันขยันจริงๆเดือนเดียวเดินได้สวยเลยค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่ามือและเขนส่วนใหญ่จะมาช้าที่สุดและยากที่สุด กำลังใจต้องดีมากๆๆๆๆๆ
ญาติอาจจะต้องช่วยในช่วงแรกที่อ่อนแรง หลังจากที่พอมีแรงแล้วให้คนไข้พยายามทำด้วยตัวเองค่ะ แต่ญาติต้องอยู่ใกล้ๆห้ามทิ้ง ห้ามล้มเด็ดขาด ญาติบางคนหวังดีทำให้ทุกอย่างอันนี้ไม่ดีค่ะ คนไข้จะขี้เกียจไม่ยอมทำเอง แบบนี้เรียกหวังดีประสงค์ร้ายค่ะ
เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปค่ะ
ปกติโดยรอยโรคหมอต้องส่งกายภาพบำบัดอยู่แล้วค่ะ แต่เวลาคนไข้มารพ.ทำกายภาพบำบัดแต่ละครั้งจะได้อยู่กับนักกายภาพบำบัดจริงๆแค่45นาทีถึง 1 ชม. เวลาที่เหลืออีก23ชม. ต้องทำเองค่ะ หักลบแล้วในช่วงกลางวันคนไข้มีเวลาเต็มที่12ชม.ในการออกกำลังกายที่บ้าน
3เดือนแรกเราจะเรียกมันว่านาทีทองค่ะ พัฒนาการคนไข้จะดีขึ้นอย่างรวดเร็วแต่หลังจาก3เดือนแต่ไม่เกิน6เดือนพัฒนาการจะช้าลงและเริ่มคงที่ ดังนั้นกำลังใจและวินัยในการออกกำลังกายค่อนข้างสำคัญมาก
จะหายหรือไม่นอกจากขึ้นอยู่กับตำแหน่งพยาธิสภาพของรอยโรคแล้ว 80%ขึ้นอยู่กับคนไข้ค่ะว่าสู้มั๊ยที่จะขยันออกกำลังกาย
เคยรักษาคนไข้หายได้สูงสุดอยู่ที่ 95% ไม่เต็ม100นะค่ะ เพราะรอยโรคยังต้องมีอาการแสดงอยู่บ้างขึ้นอยู่กับเส้นเลือดที่ตีบเส้นไหน เส้นใหญ่หรือเส้นเลือดฝอย
ทีนี้ก็เริ่มออกกำลังกายค่ะ ดูแลตัวเองในทุกด้าน อาหารการกินห้ามกินเด็ดขาดคือของหมักดอง อาหารที่มีรสเค็มทุกชนิด เช่น ไข่เค็ม ปลาเค็ม ขนมจีน ผักกาดดอง อาหารกระป๋อง และแตงโมค่ะ(เนื่องจากแตงโมเวลาปลูกจะพ่นยา ส่วนใหญ่เลยของดไปค่ะ) เหล้า บุหรี่ต้องเลิกถาวรค่ะ
ออกกำลังกายทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน เหมือนกินยาเลย
พบหมอตามนัดทุกครั้ง ที่สำคัญคือยาห้ามขาดห้ามลืมโดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด กินตลอดชีวิตห้ามเบื่อค่ะ
การเป็นโรคนี้เป็นแล้วเป็นได้อีกถ้าชะล่าใจไม่ดูแลสุขภาพต่อ เคยมีคนไข้เป็นแล้วเป็นอีกซ้ำๆถึง 4 ครั้งภายใน 5 ปี เพราะพอหายแล้วขี้เกียจออกกำลังกาย กลับไปทำเหมือนเดิม กินเหล้า สูบบุหรี่ สุดท้ายโรคก็มีพัฒนาการค่ะ เป็นทุกครั้งอาการจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหนักขึ้นเรื่อยๆรักษายากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นให้ทำเป็นกิจวัตรแบบนี้ไปตลอดชีวิตจะดีมาก
ทีนี้ก็พาไปหานักกายภาพบำบัดค่ะ เค้าจะสอนท่าออกกำลังกาย สอนยืน-เดิน ไปตามstep ตามพัฒนาการของคนไข้ในระยะนั้นๆ
บอกก่อนว่านักกายภาพบำบัดจะสามารถสังเกตได้ทันทีว่าท่านได้ออกกำลังกายทุกวันตามที่สอนหรือไม่เพราะถ้าทำทุกวันขยันจริงๆเดือนเดียวเดินได้สวยเลยค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่ามือและเขนส่วนใหญ่จะมาช้าที่สุดและยากที่สุด กำลังใจต้องดีมากๆๆๆๆๆ
ญาติอาจจะต้องช่วยในช่วงแรกที่อ่อนแรง หลังจากที่พอมีแรงแล้วให้คนไข้พยายามทำด้วยตัวเองค่ะ แต่ญาติต้องอยู่ใกล้ๆห้ามทิ้ง ห้ามล้มเด็ดขาด ญาติบางคนหวังดีทำให้ทุกอย่างอันนี้ไม่ดีค่ะ คนไข้จะขี้เกียจไม่ยอมทำเอง แบบนี้เรียกหวังดีประสงค์ร้ายค่ะ
เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 28
กายภาพบำบัดช่วยได้จริงๆ ครับ แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องนะ เพราะการฟื้นฟูกล้ามเนื้อมันต้องใช้บ่อยๆ เหมือนกับการออกกำลังกายจะให้มีกล้ามเนื้อหรือลดน้ำหนักก็ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอนั่นแหละครับ ที่ Renowa Clinic จะเป็นคลินิกที่รักษาความพิการโดยเฉพาะที่เกิดจากเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก ผมว่าที่นี่ดีนะ อยู่แถวลาดพร้าวครับ เผื่อสะดวก
แสดงความคิดเห็น
สอบถามการรักษาโรคเส้นเลือดในสมองตีบครับ ด่วนมากๆ !!!
ไม่ทราบว่าโรงพยาบาลไหนรักษาดีหรือหมอเก่งๆ บ้างครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับ
พ่อผมเป็นข้าราชการนะครับ อยู่ต่างจังหวัด อยากถามว่าใช้สิทธิข้าราชการได้ไหมครับ
บ้านไม่ได้รวยครับ
ผมอ่านรายละเอียดจากโรคนี้จากเว็ปไซต์ต่างๆ เค้าบอกว่าต้องทำกายภาพบำบัดถึงจะหาย แต่ก็ไม่หายขาด
ถ้าเป็นคนอายุมากด้วย โอกาสที่จะฟื้นตัวจนเดินได้หรือพูดได้พอมีไหมครับ พ่อผมอายุ 50+ครับ
ขอบคุณครับ